|
ดิ้นสุดฤทธิ์สุดเดช
!
พระปาโมชแก้ตัวพัลวัล
หลังโดนทั้งพระทั้งโยมรุมถล่ม
ตั้งข้อหาฉกาจฉกรรจ์
"บังอาจพยากรณ์มรรคผล
ประหนึ่งพระบรมศาสดา"
แถลงการณ์บ้านอารีย์ระบุชัด
พระปราโมชพยากรณ์พระโสดาบันแล้ว
อย่างน้อย 6 คน !
แหมงานนี้เห็นทีจะรอดยาก
เพราะบ้านอารีย์นั้นเป็นก้นกุฏิของพระปราโมชเอง
ทั้งเอกสารหลักฐานมีอยู่ในมือเพียบ
ขึ้นศาลวันไหนก็เตรียมตัวผ้าเหลืองหลุดได้เลย
อยากได้ศิษย์เก่งก็อย่างนี้แหละ ทั้งเก่งทั้งหัวหมอด้วยสิ สมอกสมใจซะที
นี่แหละที่ท่านว่า ความดังไม่เคยปรานีใคร
|

"บ้านอารีย์เห็นว่า
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
มีปฏิปทาสวนทางกับพระพุทธวจนะ ว่าด้วยการพยากรณ์อริยะผล
ซึ่งเป็นวิสัยขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น
เป็นที่รับทราบกันดีว่า
มีการพยากรณ์โสดาปัตติผลให้แก่ลูกศิษย์จำนวนอย่างน้อย 6 ราย
อีกทั้งการพยากรณ์กันเองในหมู่ผู้แวดล้อม
เป็นสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงติเตียน
ดังในพระสูตรภิกษุโจรที่พยากรณ์กันเอง จนมีลาภสักการะจำนวนมาก..."
ส่วนหนึ่งของแถลงการณ์บ้านอารีย์ |
พระปราโมชถอยจนตกคลอง
ล่าสุดสั่งยุบกรรมการสวนสันติธรรม
ด้วยเหตุผล
"ถูกคุกคาม"
อย่างหนัก
อา..ใครกันนะ
บังอาจคุกคามเจ้าของมรรคและผล
ชั่งไม่กลัวโดนฟ้อง เอ๊ย ไม่กลัวตกนรกบ้างเลย
|
คำชี้แจงของสวนสันติธรรม ฉบับที่ 4
เรื่อง ภัตตาหารของหลวงพ่อปราโมทย์
ตามที่มีผู้ตั้งประเด็นว่าไม่เห็นหลวงพ่อปราโมทย์ออกบิณฑบาตนั้น
ในความเป็นจริงตั้งแต่อุปสมบทมา
หลวงพ่อปราโมทย์ก็ออกบิณฑบาตเป็นประจำทุกวันเว้นแต่วันที่อาพาธ
แม้กระทั่งเมื่อย้ายมาอยู่สวนสันติธรรมใหม่ๆ ท่านก็ออกบิณฑบาตตามปกติ
แต่ในปัจจุบันท่านจำเป็นต้องงดการออกบิณฑบาต
เพราะมีปัญหาด้านการขับถ่าย และเนื่องจากน้ำหนักมากโดยกรรมพันธุ์
จึงมีปัญหาเกี่ยวกับข้อเท้าและเหนื่อยหอบง่ายทำให้ไม่สามารถเดินไกลได้
แม้กระทั่งการเดินจากกุฏิไปที่ศาลา
บางวันก็ยังมีอาการเหนื่อยหอบอยู่เสมอ
คณะศิษย์จึงเสนอให้ท่านงดออกเดินบิณฑบาต
อย่างไรก็ตามหลวงพ่อปราโมทย์ได้ดำเนินตามแบบอย่างที่ครูบาอาจารย์เคยทำ
คือรับอาหารบิณฑบาตจากพระลูกศิษย์ซึ่งไปบิณฑบาตกลับมา
โดยพระอุปัฏฐากเป็นผู้จัดอาหารใส่บาตรถวายให้
|
|
คำชี้แจงของสวนสันติธรรม ฉบับที่ 5
เรื่อง ผู้รู้เห็นเหตุการณ์ในบันทึก (ไม่ลับ) อุบาสกนิรนาม
ด้วยปรากฏว่าได้มีการกล่าวหา หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ในกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง เพื่อโน้มน้าวให้เกิดความเข้าใจผิดว่า
หลวงพ่อปราโมทย์เมื่อสมัยที่ยังเป็นฆราวาส ได้เขียน
“บันทึก(ไม่ลับ)อุบาสกนิรนาม” โดยไม่มีมูลความจริงนั้น
สวนสันติธรรมจึงขอชี้แจงให้ทราบว่า
“บันทึก(ไม่ลับ)อุบาสกนิรนาม”
ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือนิตยสารโลกทิพย์เมื่อประมาณปี
2527
ซึ่งในสมัยนั้นนิตยสารโลกทิพย์เป็นหนังสือที่มีชื่อเสียงมาก
ในหมู่ผู้สนใจการเข้าวัดปฏิบัติธรรมทั้งหลาย
เรื่องราวในบันทึกฉบับนี้เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่หลวงปู่ดูลย์ อตุโล
ประเมินผลการปฏิบัติของศิษย์
ท่ามกลางบรรยากาศที่สงบสุขและร่าเริงในธรรมอย่างหาที่เปรียบมิได้
และท่านไม่ได้พูดกับอุบาสกผู้นั้นตามลำพัง
แต่มีพระภิกษุรูปหนึ่งนั่งอยู่ด้วย
ซึ่งในปัจจุบันพยานรู้เห็นท่านนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่
และยังทรงจำเหตุการณ์ในคืนวันนั้นได้อย่างแม่นยำ
บันทึกฉบับนี้มีที่มาจากหลวงพ่อพุธ ฐานิโย
อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าสาลวัน ได้บัญชาให้ศิษย์ผู้หนึ่งของหลวงปู่ดูลย์และเป็นศิษย์ของหลวงพ่อพุธด้วยเป็นผู้เขียนออกเผยแพร่
ผู้เป็นศิษย์จึงเขียนและส่งไปลงนิตยสารโลกทิพย์
ภายหลังที่หนังสือได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่แล้ว
ศิษย์ผู้นี้ได้ไปกราบหลวงพ่อพุธในเดือนต่อมา และท่านได้กล่าวว่า
“มีคนหลายคนเอาหนังสือโลกทิพย์มาให้หลวงพ่ออ่าน แล้วถามหาคนเขียน
หลวงพ่อก็บอกว่าเขามาอยู่บ่อยๆ”
น่าเสียดายที่คำพูดของหลวงพ่อพุธคราวหลังนี้หาตัวพยานบุคคลไม่ได้แล้ว
เพราะคนที่นั่งอยู่กับท่านในเวลานั้นไม่ทราบว่าใครเป็นใครบ้าง
แต่ก็มีพยานแวดล้อมคือ
เรื่องนี้ตีพิมพ์ในหนังสือที่พบเห็นได้ทั่วไปตามวัดต่างๆ
และบันทึกเรื่องนี้ก็อ้างอิงถึงหลวงพ่อพุธโดยตรง
ถ้าไม่เป็นความจริงท่านก็ต้องทราบและมีปฏิกิริยาปฏิเสธให้ได้รู้ได้เห็นกันบ้างแล้ว
เพราะหลวงพ่อพุธท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียง
มีคนเข้ากราบนมัสการวันหนึ่งๆ ไม่ใช่น้อยเลย
การที่ท่านผู้หนึ่งผู้ใดที่ไม่ได้อยู่ร่วมในเหตุการณ์
จะกล่าวปฏิเสธหรือตีความสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ตนไม่ได้รู้ ไม่ได้เห็น
และไม่ได้อยู่ในบรรยากาศเหตุการณ์ขณะนั้น
ย่อมเป็นเรื่องที่ขาดน้ำหนักมากทีเดียว
|
|
คำชี้แจงของสวนสันติธรรม ฉบับที่ 6
เรื่อง การยุบเลิกกรรมการสวนสันติธรรม
เนื่องจากกรรมการสวนสันติธรรมหลายท่านที่ยังเหลืออยู่
ได้ถูกโน้มน้าว ชักจูง
รวมถึงการข่มขู่ว่าจะถูกกลั่นแกล้งด้วยวิธีการต่างๆ
หากไม่ถอนตัวจากการสนับสนุนหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช
ประกอบกับสวนสันติธรรมได้ปรับลดขอบเขตการทำงานลงด้วยแล้ว
ดังนั้นสวนสันติธรรมจึงขอยุบเลิกกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่
เพื่อลดแรงกดดันและภัยคุกคามที่กรรมการจะต้องได้รับ
และขอขอบคุณกรรมการทุกท่านที่ได้ร่วมงานกันมาด้วยดี
ทั้งนี้สวนสันติธรรมได้แต่งตั้งกรรมการเฉพาะกิจคณะหนึ่ง
เพื่อดำเนินงานในระยะนี้ไปก่อนเป็นการชั่วคราวแล้ว
อนึ่งในขณะนี้มีการขยายการโน้มน้าว ชักจูง
และความกดดันไปยังบุคคล วัด สำนักปฏิบัติธรรม
และองค์กรที่เคยสนับสนุนสวนสันติธรรมด้วย
ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้
ได้แสดงให้เห็นถึงความตกต่ำทางด้านศีลธรรมภายในสังคมเป็นอย่างยิ่ง
เพราะหากชาวพุทธมีความไม่เข้าใจกันในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
ก็น่าที่จะพยายามทำความเข้าใจกันด้วยความเมตตาภายใต้กรอบของศีลธรรม
ไม่ใช่ใช้วิธีฟาดฟันประหัตประหารกันโดยไม่เลือกวิธีการ
อย่างที่ทำกันอยู่ในขณะนี้
|
ข่าว
: สวนสันติธรรม-บ้านอารีย์
19 มกราคม 2553
|