|
ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพุทธโสธร
ตั้งได้..แต่
ทำงานไม่ได้
ปลด 7 ผช.จล.
ประจานผลงานชัดเจน


เครียด
!
ภาพ พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ เข้ารับบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม
เวลา 13.00 น. วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ.2552
ที่ตำหนักสมเด็จวัดสระเกศ กรุงเทพมหานคร
ควันหลังตั้งสมภารวัดโสธร พักหน้าที่
7 ผู้ช่วยเจ้าอาวาส
หากย้อนไปเมื่อช่วงปลายปี 2552 ปัญหาการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ
ที่มีม็อบพระ-เณรภายในออกมาประท้วงไม่เอาคนนอกมาดำรงตำแหน่ง
กลายเป็นข่าวใหญ่ขึ้นหน้า 1 หนังสือพิมพ์อยู่หลายวัน
ปัญหาเกิดขึ้นหลังจาก "พระพรหมสุธี" รักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหาร
อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หมดวาระลงเมื่อปฏิบัติหน้าที่ครบ 5 ปี และมีข่าวออกมา
พระผู้ใหญ่จะแต่งตั้งพระวัดอื่นข้ามห้วยมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสแทน
ทำให้พระภิกษุและสามเณรหลายร้อยรูปรวมตัวประท้วงการแต่งตั้งเจ้าอาวาสทันที
เช้าวันวันที่ 10 พ.ย. ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
คณะ สงฆ์และชาวบ้านจำนวนกว่า 2,000 คน เดินทาง ด้วยรถประจำทางและรถทัวร์
รวมตัวกัน ณ บริเวณ รอบหอสมุดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
โดยกลุ่มผู้ชุมนุม ได้แบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ
ฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านการแต่งตั้ง พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์
เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ คนใหม่
ในครั้งนั้น ภายหลังการประชุมมหาเถรฯ เสร็จสิ้นลง นายอำนาจ บัวศิริ
ผอ.สำนักเลขาธิ การมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้
แถลงผลการประชุมมหาเถรสมาคม มีมติแต่งตั้งพระราชมงคลรังษี
(ในขณะดำรงสมณศักดิ์พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์)
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสธรวรารามวรวิหารอย่างเป็นทางการ
ทำให้เรื่องราวดูเหมือนจะสงบลง
แต่แล้ว
เมื่อวันที่ 20 เม.ย. ในที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) สมเด็จพระพุฒาจารย์
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก
ได้มีลิขิตที่ จญ.อ.27/2553 ลงวันที่ 9 เมษายน 2553
แจ้งตามรายงานของพระพรหมสุธี เจ้าคณะภาค 12 ว่า
พระเทพปัญญาเมธี เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิง เทรา ได้รับรายงานจากพระราชมงคลรังษี
เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม ได้สั่งพักตำแหน่งหน้าที่
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม จำนวน 7 รูป
ประกอบด้วย พระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) พระครูโสภณสรกิจ (วิรัตน์)
พระครูภาวนากิจพิลาส (บุญยิ่ง) พระครูปริยัติปัญญาธร (ปรีดี)
พระครูศรีปริยัติวิมล (เอื้อ) พระมหาปรีชา เตชวัณโณ และพระครูสุตภาวนาพิธาน
(สันติภัทร)
เนื่องจากผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป
ถูกร้องเรียนว่าละเมิดจริยาพระสังฆาธิการอย่างร้ายแรง
และเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางจริยาผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ
ทั้ง 7 รูปแล้ว และอยู่ในระหว่างสอบสวนอธิกรณ์ ถ้าจะให้อยู่ในตำแหน่งหน้าที่
จะเป็นการเสียหายแก่คณะสงฆ์
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูปนั้น
เป็นกลุ่มที่ออกมาต่อต้านการแต่งตั้งพระราชมงคลรังษี เป็นเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ
ซึ่งในขณะนั้นมีสมณศักดิ์ที่ พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน
2552 นั่นเอง
สำหรับ คณะกรรมการสอบสวนในเรื่องนี้ มีทั้งหมด 7 รูป แต่งตั้งโดย พระพรหมสุธี
เจ้าคณะภาค 12 ประกอบด้วย พระธรรมสิทธิเวที วัดสังเวชวิศยาราม รองเจ้าคณะภาค
12, พระสิทธินิติธาดา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์
เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร, พระเทพคุณาภรณ์ วัดเทวราชกุญชร รองเจ้าคณะภาค
13, พระเทพรัตนสุธี วัดปทุม คงคา รองเจ้าคณะภาค 7, พระเทพสิทธิเวที วัดนาง
นอง เจ้าคณะเขตจอม ทอง กรุงเทพฯ, พระราชวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก
และพระราชภัทรธาดา เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี
ด้าน พระครูสุตภาวนาพิธาน (สันติภัทร) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม 1 ใน 7
ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรฯ ที่ถูกคำสั่งพักตำแหน่ง กล่าวว่า
"อาตมาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าที่ผ่านมาได้ยุติการต่อต้าน
และยอมรับมติของมหาเถรสมาคมแล้ว อีกทั้งในช่วงที่พระราชมงคลรังษี
เข้ามารับตำแหน่ง ท่านก็บอกในที่ประชุมว่าจะทำงานร่วมกันด้วยดี แต่อยู่ๆ
ก็มีคำสั่งออกมาให้ตั้งคณะกรรมการสอบว่ามีความผิดจริยาพระสังฆาธิการ
ยอมรับว่าการออกมาต่อต้านการแต่งตั้งเจ้าอาวาสเป็นเรื่องไม่เหมาะสม
แต่ก็ไม่เห็นว่าจะผิดจริยาพระสังฆาธิการขั้นร้ายแรง
อีกทั้งยังมีการขอโทษเพื่อยุติปัญหาดังกล่าวไปแล้ว
แต่ยังมาถูกตั้งกรรมการสอบสวนอีก"
พระราชมงคลรังษี เจ้าอาวาสโสธรวราราม กล่าวว่า ในเรื่องผลสอบ สวน
ถือเป็นอำนาจของคณะกรรมการสอบสวน ทราบว่าผลการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว
เหลือเพียงแค่ตรวจสอบสำนวนในขั้นตอนสุดท้ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ก่อนนำส่งให้พระเทพปัญญาเมธี เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิง เทรา
ในฐานะพระผู้บังคับบัญชา รายงานไปยังเจ้าคณะภาค 12
เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมมหาเถรฯ เพื่อรับทราบต่อไป คาดว่าไม่เกิน 2
สัปดาห์คงจะทราบผล
พระพรหมสุธี กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะเจ้าคณะภาค 12 กล่าวว่า
ในฐานะที่วัดโสธรฯ
เป็นวัดใหญ่และเป็นพระอารามหลวงที่มีประชาชนให้ความเลื่อมใสศรัทธาเป็นจำนวนมาก
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบ จึงต้องมีความละเอียดรอบคอบ
จำเป็นต้องแต่งตั้งพระสังฆาธิการระดับชั้นผู้ใหญ่ที่มีความเป็นกลางน่าเชื่อถือ
เข้ามาดำเนินการ จึงจะทำให้ผลที่ออกมาเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย
ข่าว
: ข่าวสด
25 เมษายน 2553
|