|
"ไม่อาว"
ดังกระหึ่มโปแลนด์
หลังมีข่าวจะสร้างมัสยิดแห่งใหม่
อา..อิสลาม
ศาสนาแห่งสันติ
บัดนี้ถูกมองเป็นศาสนาแห่งความรุนแรงไปแล้ว
ทั้งๆ ที่ มุสลิมดีๆ ก็มีถมไป

กระแสหวาดกลัวอิสลามแพร่ถึงโปแลนด์
หลังมีม็อบต้านมัสยิดแห่งใหม่
กระแสหวาดกลัวศาสนาอิสลามดูเหมือนจะแพร่กระจายจากยุโรปตะวันตกไปสู่ยุโรปตะวันออก
เมื่อล่าสุด ชาวโปแลนด์จำนวนประมาณ 150 คน ได้ออกมาชุมนุมประท้วงที่ชานกรุงวอร์ซอว์ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อต่อต้านการก่อสร้างมัสยิดและศูนย์วัฒนธรรมศาสนาอิสลามแห่งใหม่ที่ชุมชนชาวมุสลิมในประเทศโปแลนด์วางแผนจะก่อสร้างขึ้น
โดยผู้ชุมชนประท้วงได้รวมตัวกันหน้ามัสยิดที่กำลังก่อสร้างโดยสันนิบาตมุสลิม
องค์กรศาสนาที่เพิ่งก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ.2547 ในประเทศโปแลนด์
และเป็นมัสยิดลำดับที่ 5 ซึ่งได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจากทางรัฐบาล
ชาวมุสลิมในประเทศโปแลนด์มีจำนวนประมาณ 15,000-30,000
คน โดยส่วนใหญ่อพยพมาจากเชชเนีย ขณะที่ประชากรมากกว่า 90
เปอร์เซ็นต์จากจำนวนทั้งหมด 38 ล้านคนของประเทศแห่งนี้ ประกาศว่าตนเองเป็นชาวคาธอลิก
"สถานที่เช่นนี้มักจะเป็นแหล่งศูนย์รวมของพวกหัวรุนแรง"
ผู้ประท้วงที่ไม่ยอดเปิดเผยนามกล่าว
และเขาได้ถือป้ายประท้วงที่แสดงรูปเปรียบเทียบว่าหอคอยบนยอดมัสยิดมีลักษณะเป็นดังขีปนาวุธ
คล้ายคลึงกับรูปแบบการรณรงค์ให้ชาวสวิสลงประชามติต่อต้านการสร้างมัสยิดแห่งใหม่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์เมื่อปีก่อน
ขณะเดียวกัน ผู้ประท้วงรายอื่นก็พากันตะโกนว่า
"อย่าซ้ำรอยความผิดพลาดของทวีปยุโรป"
"ความอดทนอดกลั้นอันมืดบอดได้สังหารสามัญสำนึกของผู้คน"
รวมทั้งมีการเรียกร้องให้ประเทศมุสลิมเคารพในสิทธิสตรีและเสรีภาพทางศาสนา
"ดูสิ อะไรเกิดขึ้นในยุโรป
ผมไม่ต้องการให้ลูกสาวถูกบีบบังครับให้ต้องใส่ชุดบุรกา
(ซึ่งเป็นชุดแต่งกายที่ปิดบังอวัยวะทุกส่วนของสตรี) ในอนาคต"
ชายที่เข้าร่วมประท้วงคนหนึ่ง
กล่าวในประเด็นซึ่งเป็นที่ถกเถียงมาอย่างต่อเนื่องในประเทศฝรั่งเศส
ขณะที่คณะกรรมาธิการของรัฐสภาเบลเยี่ยมเพิ่งจะลงมติในสัปดาห์ที่ผ่านมา
เพื่อห้ามการใส่ชุดบุรกาและนิกอบ (ที่ปิดบังอวัยวะทุกส่วนของสตรียกเว้นดวงตา)
ในสถานที่สาธารณะ
"ฉันอาศัยอยู่ในเมืองแห่งหนึ่งของโปแลนด์
ซึ่งโบสถ์คาธอลิก, โบสถ์ยิว และมัสยิด สามารถอยู่ร่วมกันได้
แต่ถ้าฉันเดินทางไปซาอุดิอาระเบีย
เสรีภาพทางศาสนาของฉันก็จะหมดสิ้นลงในทันที"
สตรีที่เข้าร่วมประท้วงผู้หนึ่งกล่าว
นับตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2
มาจนถึงการล่มสลายของระบอบการปกครองแบบคอมมิวนิสต์ ประเทศโปแลนด์มีลักษณะเป็นสังคมหพุวัฒนธรรม
ที่คนหลากหลายเชื้อชาติและศาสนาสามารถอยู่ร่วมกันได้
แต่เมื่อมีชาวมุสลิมฐานะยากจนจากเชชเนียอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในชุมชน
"แบบปิด" ของกลุ่มประชากรท้องถิ่นที่ใจแคบในช่วงคริสต์ทศวรรษ 1990
ปัญหาความขัดแย้งจึงเริ่มต้นก่อตัว
พร้อมกับที่เริ่มมีนายทุนชนชั้นกลางชาวมุสลิมเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศมากยิ่งขึ้นในระยะหลัง
ซาเมียร์ อิสมาอิล หัวหน้ากลุ่มสันนิบาตมุสลิม
ซึ่งเป็นชาวคูเวตที่เดินทางมาศึกษาต่อและประกอบอาชีพเป็นกุมารแพทย์ในประเทศโปแลนด์
และปัจจุบันได้รับสัญชาติโปแลนด์
เนื่องจากมีภรรยาเป็นประชากรท้องถิ่นและมีลูก ๆ อีก 4 คน
แสดงความคิดเห็นต่อการประท้วงว่า
"ไม่มีเหตุผลใดที่ทางสันนิบาตจะยุติการสร้างมัสยิดดังกล่าว"
นอกจากนี้ อิสมาอิลยังมองโลกในแง่ดีว่า
กระแสหวาดกลัวอิสลามไม่น่าจะเดินทางมาถึงโปแลนด์
เพราะหลังจากมีความขัดแย้งเกิดขึ้น
ก็มีคนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอิสลามติดต่อมายังเขา
เพราะต้องการจะบริจาคเงินสมทบทุนในการก่อสร้างมัสยิดของสันนิบาตที่กำลังถูกต่อต้านอยู่ในปัจจุบัน
ข่าว
: มติชน
3 เมษายน 2553
|