|
|

|
ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน |
|
INSIDER !
วัดโพธิญาณ ออสเตรเลีย บวชภิกษุณีโดยไม่ผ่านมติสงฆ์ คือปัญหา สมัชชาฯหลวงพ่อชาตัดสาขาทิ้ง
แปลว่า อยู่ร่วมกันไม่ได้ อีกต่อไปแล้ว !
พระพรหมวังโส
(พระวิสุทธิสังวรเถร)
คณะสงฆ์วัดหนองป่าพง อุบลราชธานี ซึ่งมีสาขาหลายสิบแห่งทั่วโลก ได้รับการยอมรับว่า เป็นวัดที่เคร่งครัดในด้านการปฏิบัติมากที่สุดในประเทศไทย ในยุคปัจจุบัน ยุคแรกนั้นก่อตั้งโดย หลวงพ่อชา สุภทฺโท วัดแห่งนี้สังกัดมหานิกาย หลังจากหลวงพ่อชา ได้รับอาราธนาเดินทางไปต่างประเทศ ก็เริ่มมีลูกศิษย์ชาวต่างประเทศเดินทางเข้าไปรับการศึกษาและอุปสมบทมากยิ่งขึ้น ศิษย์ที่มีชื่อเสียงก็ได้แก่ พระสุเมโธ (พระราชสุเมธาจารย์) ชาวอเมริกัน แต่ไปสร้างวัดอยู่ในประเทศอังกฤษ และพระพรหมวังโส (พระวิสุทธิสังวรเถร) ชาวอังกฤษ แต่ไปสร้างวัดอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย เป็นต้น เมื่อพระสุเมโธเดินทางไปอังกฤษ และได้รับอาราธนาจากชาวอังกฤษให้อยู่จำพรรษาที่นั่น ด้วยความเคารพในครูบาอาจารย์ พระสุเมโธจึงออกตัวว่า "ต้องขออนุญาตหลวงพ่อชาก่อน ไม่ทราบว่าท่านจะอนุญาตให้มาอยู่ได้หรือไม่" ครั้นภายหลัง ท่านได้นำหลวงพ่อชาเดินทางไปอังกฤษ ในปี พ.ศ.2520 และหลวงพ่อชามีคำสั่งให้ท่านอยู่ปฏิบัติศาสนกิจที่นั่น พระสุเมโธจึงน้อมรับบัญชา และเจริญก้าวหน้า กลายเป็นศิษย์ผู้ใหญ่ในหลวงพ่อชาและในบรรดาสาขาของวัดหนองป่าพงในปัจจุบัน ปัจจุบันท่านสุเมโธได้รับโปรดเกล้าเป็นพระราชสุเมธาจารย์ นั่นยังแค่..ไปจำพรรษา ซึ่งก็ต้องบอกลา ถ้าเป็นศิษย์ที่ดี แต่กรณีวัดโพธิญาณออสเตรเลียนี้ ทราบว่า คณะสงฆ์วัดโพธิญาณมีพระพรหมวังโสเป็นหัวหน้า ได้กระทำการสำคัญยิ่งในประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย นั่นคือ การให้อุปสมบทแก่สตรีเพศ คือยกสตรีขึ้นเป็นพระภิกษุณี ทั้งนี้เป็นการตัดสินใจของคณะสงฆ์วัดโพธิญาณ โดยไม่ผ่านการรายงานให้แก่คณะสงฆ์วัดหนองป่าพงได้รับทราบ เมื่อคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงได้ทราบแล้ว จึงได้เปิดประชุมสมัยวิสามัญขึ้น มีศิษยานุศิษย์ในสายวัดหนองป่าพงทั่วโลกเดินทางไปร่วมชุมนุม มีการพิจารณากรณีวัดโพธิญาณและพระพรหมวังโสนี้อย่างกว้างขวาง สรุปว่า คณะสงฆ์วัดโพธิญาณไม่เห็นแก่วัดหนองป่าพง ซึ่งเป็นวัดแม่ จึงกระทำอะไรไปโดยพละการ จริงอยู่ การปฏิบัติศาสนกิจอื่นใดที่มีปรากฏอยู่ในพระวินัยนั้น ถือว่าเป็นเรื่องสามัญ ไม่จำเป็นต้องบอกกล่าว แต่สำหรับการให้อุปสมบทแก่ภิกษุณีครั้งนี้ ถือว่าเป็นกิจกรรมพิเศษ แม้ว่าพระพรหมวังโสจะมียศศักดิ์เป็นถึงพระราชาคณะและมีอายุพรรษาสามารถเป็นพระอุปัชฌาย์ได้เองแล้วก็ตาม แต่สำหรับการบวชพระภิกษุณีนั้นจะอ้างเพียง 2 ข้อข้างต้นก็ยังไม่สมเหตุสมผล อย่างไรก็ตาม ตามสถานการณ์ที่ปรากฏ สรุปได้ว่า คณะสงฆ์วัดโพธิญาณและพระพรหมวังโส ไม่เห็นแก่หน้า ไม่ให้เกียรติ คณะสงฆ์วัดหนองป่าพงและสาขาทั่วโลก จึงอาจหาญกระทำการไปโดยพลการดังกล่าว เมื่อคณะสงฆ์วัดโพธิญาณไม่ให้ความเคารพแก่คณะสงฆ์วัดหนองป่าพงๆ ก็จึงยอมรับการตัดสินใจของคณะสงฆ์วัดโพธิญาณ คือไม่สามารถจะรับทราบต่อไปได้ว่า มีสาขาชื่อว่าวัดโพธิญาณ อีกต่อไป หมายถึงว่า คณะสงฆ์วัดโพธิญาณอันนำโดยพระพรหมวังโสนั้น จะกระทำอะไรต่อไปในอนาคตกาลนั้น คณะสงฆ์วัดหนองป่าพงและสาขาทั่วโลก จะไม่รับรู้ ไม่รับทราบ อีกต่อไป ไม่ว่าดีหรือเลว และนั่นจึงเป็นที่มาของมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 26/2552 รับรองเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2552 เป็นการประกาศอย่างเป็นทางการ ผ่านมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นองค์กรปกครองสงฆ์สูงสุดของประเทศไทย ต่อไปนี้ คณะสงฆ์ไทย อันมีวัดหนองป่าพง เป็นหนึ่งในสมาชิกนั้น มิได้นับวัดโพธิญาณ ประเทศออสเตรเลีย ว่าเป็นวัดในสังกัด หรือเป็นวัดสาขา อีกต่อไป หมายถึงว่า คณะสงฆ์ไทยไม่ยอมรับคณะสงฆ์วัดโพธิญาณ ออสเตรเลีย อีกต่อไปแล้ว พระพรหมวังโสและคณะสงฆ์วัดโพธิญาณ ถูกคณะสงฆ์ไทยอัปเปหิ แปลว่า ขับไล่ออกจากหมู่คณะแล้ว ผ่านมติมหาเถรสมาคมสั้นๆ ดังกล่าว
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ
ภาพการบวชพระภิกษุณี
ข่าวจาก
ความเป็นมาในการดำเนินการบวชภิกษุณี
วันที่ 22
ตุลาคม ภายในสีมาของวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ภิกษุณีวายามา
นิโรคา เสรี และ หาสาพายา ได้รับการบวชเป็นภิกษุณี โดยมี อยยา ทถาโลก
(Ayya Tathaloka) เป็น พาวาทินี (พระอุปัชฌาย์ฝ่ายภิกษุณี)
พระวิสุทธิสังวรเถร (พรหมวํโส) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระสุชาโต
เป็นอนุสาวนาจารย์
ต้นเดือนกรกฏาคม 2552 ตัวแทนคณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพง
เดินทางไปกราบนมัสการ
สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานที่ปรึกษาสมเด็จพระสังฆราช
เพื่อปรึกษาเรื่องของการบวชภิกษุณี เจ้าประคุณสมเด็จฯ ท่านกล่าวว่า “ผู้หญิงมีสิทธิที่จะบวชในสายของฝ่ายมหายาน แต่ในฝ่ายของเถรวาท ภิกษุณีไม่มีแล้ว จึงไม่สามารถบวชได้”
พระวิสุทธิสังวรเถร(พรหมวํโส) พยายามหาผู้สนับสนุนท่าน
โดยเดินทางไปประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2552
พระราชสุเมธาจารย์
(หลวงพ่อสุเมโธ)
บอกให้ท่านเลิกล้มความตั้งใจ แต่ท่านปฏิเสธและยังดำเนินการแบบลับๆ
เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2552 ณ เวลา 09.30 น. ตัวแทนคณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพง
เดินทางไปกราบนมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์
ประธานที่ปรึกษา สมเด็จพระสังฆราช
เพื่อยื่นจดหมายแสดงถึงความไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพระวิสุทธิสังวรเถร
(พรหมวํโส) ในเรื่องการบวชภิกษุณี จำนวน 2 ฉบับ ให้กับเจ้าประคุณสมเด็จฯ
ฉบับแรกจากวัดหนองป่าพง ลงนามรับรองโดย
พระราชภาวนาวิกรม
(หลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม) และจากสาขาวัดหนองป่าพง ภาคพื้นยุโรป ลงนามโดย
พระราชสุเมธาจารย์
(หลวงพ่อสุเมโธ)
สมเด็จพระพุฒาจารย์ ท่านให้ความเห็นว่า
“อาจารย์พรหมวังโสกำลังตัดสินใจดำเนินการกับสิ่งที่ท่านเห็นว่าสมควรแล้ว
แต่ว่าไม่ได้เป็นที่อนุมัติจากคณะสงฆ์ของประเทศไทย”
เจ้าประคุณสมเด็จฯ ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า
“พิธีอุปสมบทภิกษุณีที่จะเกิดขึ้นในเมืองเพิร์ธควรถือว่าเป็นโมฆะ
และกลุ่มผู้หญิงที่ร่วมพิธีควรยังคงมีอยู่ในฐานะแม่ชี (หรือสีลธารา)” แม้จะมีการต่อต้านไม่เห็นด้วย
จากคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงทั้งในและนอกประเทศไทยอยู่ก็ตาม พระวิสุทธิสังวรเถร
(พรหมวํโส) ยังดำเนินการให้มีการบวชภิกษุณีขึ้น วันที่ 22 ตุลาคม
ภายในสีมาของวัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย โดยไม่สนใจต่อคำทัดทานของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงและสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎของมหาเถรสมาคม ซึ่งห้ามพระเณรบวชหญิงเป็นบรรพชิต ตามประกาศแถลงการณ์คณะสงฆ์ เล่มที่ 16 หน้า 157 ซึ่งมีพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ พ.ศ.2471 ห้ามภิกษุสงฆ์ในประเทศไทยทำการอุปสมบทให้แก่สตรี และคำวินิจฉัยของมหาเถรสมาคม ในการประชุมครั้งที่ 28/2527 และครั้งที่ 18/2530 ห้ามภิกษุสงฆ์ทำพิธีอุปสมบทให้สตรีเป็นภิกษุณี และพระวรธรรมคติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2544 ห้ามบวชให้แก่สตรีเพื่อเป็นภิกษุณี
เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องตามพระวินัย
ที่ว่าภิกษุณีนั้นจะต้องได้รับการบวชจากคณะสงฆ์สองฝ่าย คือภิกษุและภิกษุณี
แต่ในปัจจุบันเป็นที่ปรากฏว่า
เชื้อสายของภิกษุณีเถรวาทนั้นได้สิ้นสุดไปนานแล้ว
จึงไม่อาจจะจัดให้มีการบวชภิกษุณีได้ตามพระธรรมวินัย
ถึงแม้จะยังหลงเหลือภิกษุณีอยู่ในบางประเทศ
แต่ภิกษุณีเหล่านั้นสังกัดนิกายมหายาน
จึงไม่สามารถที่จะจัดการบวชให้กับภิกษุณี ร่วมกับพระภิกษุสงฆ์ที่
สังกัดนิกายเถรวาทได้ ด้วยเหตุนี้ แม้ในสังคมปัจจุบัน
จะให้สิทธิเสรีภาพของหญิงเสมอกันกับชายก็ตาม
แต่ในทางปฏิบัติก็ไม่สามารถที่จะจัดการบวชภิกษุณีได้
เพราะในทางพระพุทธศาสนานั้นต้องถือพระธรรมวินัย
และกฎระเบียบของคณะสงฆ์เหนือสิ่งอื่นใด
การตัดสินใจครั้งนี้
ได้เป็นเหตุให้เกิดการแตกแยกครั้งใหญ่ที่สุด ของคณะสงฆ์ในประเทศฝั่งตะวันตก
นับตั้งแต่เมื่อหลวงปู่ชายังมีชีวิตอยู่ และยังเป็นเหตุให้เกิดการแตกแยก
ในสำนักแม่ชีในประเทศฝั่ง ตะวันตกด้วย
จากการที่
พระวิสุทธิสังวรเถร (พรหมวํโส)
ได้กระทำการมาทั้งหมดนี้ เป็นเหมือนกับการท้าทาย
ในการที่จะไม่ยอมรับมติของคณะสงฆ์ ของวัดหนองป่าพง และสาขา
รวมทั้งกฎของมหาเถรสมาคม ทั้งๆ ที่คณะสงฆ์ ของวัดหนองป่าพงและสาขา
ได้มีมติออกมาหลายครั้ง
ที่จะไม่ยอมรับและให้ท่านล้มเลิกการกระทำดังกล่าวข้างต้น ท่านก็ยังดื้อดึง
ทำตามความรู้สึกของตนเองเหมือนกับท้าทายว่า
คณะสงฆ์ของวัดหนองป่าพงและสาขาไม่มีประสิทธิภาพในการทำอะไรกับท่านได้
เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาซึ่งจะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง
และเพื่อความเป็นเอกภาพของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง
และสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ จึงจัดให้มีการประชุมขึ้น ในวันที่ 1
พฤศจิกายน 2552 เวลา 18.00 น. ณ วัดหนองป่าพง
โดยมีพระราชภาวนาวิกรม เป็นประธานในที่ประชุม
พร้อมด้วยพระเถรานุเถระ ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ซึ่งเป็นกรรมการบริหารคณะสงฆ์และประธานสงฆ์สาขาต่างๆ ทั้งในประเทศ
และต่างประเทศ จำนวน 160 รูป ในที่ประชุมสงฆ์ได้ให้ท่านยอมรับในความผิด
ที่กระทำการบวชภิกษุณีโดยลำพัง
แต่ท่านไม่ยอมรับในความผิด
ซึ่งขัดต่อระเบียบวินัยของคณะสงฆ์วัดหนองป่าพง ที่ถือหลักปฏิบัติตามธรรมวินัย
ของพระสงฆ์ฝ่ายเถรวาทในประเทศไทย จึงมีมติเป็นเอกฉันท์
ในที่ประชุมสงฆ์โดยพร้อมเพรียงกัน
ตัด-วัดโพธิญาณ เมืองเพิร์ธ
ประเทศ ออสเตรเลีย ซึ่งมีพระวิสุทธิสังวรเถร (พรหมวํโส) เป็นประธานสงฆ์
พ้นสภาพจากการเป็นสำนักสาขาของวัดหนองป่าพง
เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสาขาอื่นๆ ที่จะก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาอีก
เหมือนกับเนื้อร้ายที่สมควรตัดออก
เพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลามไปทำให้เนื้อที่ดีอยู่ เสื่อมเสียหายไปด้วย
วัดหนองป่าพง และสาขาทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ไม่มีส่วนในการรับผิดชอบ และไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการกระทำใดๆ ของวัดโพธิญาณ
เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนำโดย
พระวิสุทธิสังวรเถร
(พรหมวํโส)
ในการบวชภิกษุณีที่ผ่านมา และที่จะเกิดขึ้นอีกต่อไปในอนาคต
http://www.watnongpahpong.org/sakhanana.php
หมายเหตุ : เรื่องนี้ถือว่าเป็นข่าวใหญ่ที่สุดข่าวหนึ่งในแวดวงพระธรรมทูตสายต่างประเทศในรอบหลายสิบปี แบบว่าไม่เคยมีกรณีเช่นนี้มาก่อนเลย โดยเฉพาะพระพรหมวังโสนั้น เพิ่งได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เป็นพระราชาคณะเมื่อปี พ.ศ.2549 ที่ผ่านมานี้เอง แต่ว่าวันนี้ถูกคณะสงฆ์ไทยอัปเปหิออกไปพ้นวงจรแล้ว อย่านับแต่จะเข้าสู่คณะสงฆ์ไทยเลย เข้าเมืองไทยได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้ นี่แหละที่เราขอบอกแก่แฟนๆ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ว่า เนื้อข่าวเล็กๆ แต่ความหมายใหญ่โตระดับนิวเคลียร์เลยทีเดียว
อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม
รายงาน
|

E-Mail
ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com
|
www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264 |