|
ผ้าเหลืองพาเหรดเข้าสู่สนามการเมือง
มหาโชว์แจมยื่นฎีกาทักษิณ
เจ้าคุณสุนทร
วัดสุทัศน์ เทศน์สกัด
โก๋แก่
มันส์พ่ะย่ะค่ะ !
 
พระมหาโชว์
ทัสสนีโย นำคณะสงฆ์กลุ่มสังฆสามัคคี 2,000 รูป ร่วมถวายฎีกาช่วย"ทักษิณ"
ยันไม่ต้องขอความเห็น มส. อ้างไม่ขัดพระธรรมวินัย-กฎหมาย
รวมทั้งไม่ก้าวก่ายการเมือง "วีระ" เผย อดีตนายกฯโฟนอิน 10โมง
เมื่อ เวลา 13.30 น. วันที่ 15 ส.ค. ที่บริษัทเพื่อนพ้องน้องพี่ ชั้น6
ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว กลุ่มพระสงฆ์สังฆสามัคคี นำโดย
พระมหาโชว์ ทัสสนีโย รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมพระศาสนาและบริการสังคม
มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) พร้อมด้วยนายวีระ มุสิกพงศ์
ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ( นปช.) แถลงว่า
คณะสงฆ์กลุ่มสังฆสามัคคี ที่มีสมาชิกทั่วประเทศอยู่ประมาณ 2,000 รูป
จะร่วมทูลเกล้าฯ ถวายฎีการ้องทุกข์เพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกลุ่มนปช. ในวันที่ 17 ส.ค. นี้
เพราะบ้านเมืองขณะนี้ อยู่ในช่วงตกทุกข์ได้ยาก สังคมแตกแยก เศรษฐกิจยำแย่
การเมืองการปกครองยากสามัคคี เมื่อเห็นประชาชนมีความทุกข์เดือดร้อนไปทั่ว
กลุ่มสังฆสามัคคีในฐานะที่เป็นตัวแทนคณะสงฆ์เห็นว่า
เป็นบทบาทของสงฆ์ต้องเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหา
หาทางออกให้เกิดความสามัคคีในบ้านเมือง
เช่นกับบทบาทของพระพุทธเจ้าในสมัยพุทธกาล
จึงถือโอกาสถวายฎีการ้องทุกข์ร่วมกับคนเสื้อแดง
เพราะต้องการเห็นบ้านเมืองมีความสามัคคีและสงบสุข เพื่อนำ อดีตนายกรัฐมนตรี
กลับมา เพราะเป็นผู้มีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถ
แต่ที่ถูกดำเนินคดีและพิพากษาจำคุก ด้วยกระบวนการยุติธรรม บิดเบี้ยว
การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ของกลุ่มสังฆสามัคคี ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นใดๆ
จากมหาเถรสมาคม เพราะถือเป็นมติของคณะสงฆ์ในกลุ่ม
การร่วมถวายฎีการ้องทุกข์นี้ไม่ได้ขัดต่อพระธรรมวินัย ไม่ได้ขัดต่อกฎหมาย
หรือทำให้คณะสงฆ์เสื่อมเสีย เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่เกี่ยวกับการเมือง
ไม่ได้ก้าวก่ายการเมือง
ด้าน นายวีระ กล่าวว่า การยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ
ของกลุ่มคนเสื้อแดง ในวันที่ 17 ส.ค.
จะเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วทุกสารทิศที่ท้องสนามหลวง และในเวลา
10.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินมาทักทาย
และขอบคุณประชาชนที่ได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ให้
พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่มีการพูดเกี่ยวกับประเด็นทางการเมือง
สำหรับตัวแทนคนเสื้อแดงที่จะเข้าไปยื่นฎีกาที่ศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง
จะมีการเพิ่มจาก 8 คน เป็น 15 คน เนื่องจากมีพระสงฆ์ร่วมถวายฎีกาด้วย
โดยแบ่งเป็นตัวแทนคณะสงฆ์ 5 รูป และแกนนำ นปช. 10 คน
โดยไม่มีคนนอกที่เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เข้าร่วมเช่นที่เป็นข่าวออกมา
โดยเฉพาะในระดับองคมนตรี เพราะเป็นไปไม่ได้เลยที่นปช.จะเชิญมาร่วมถวายฎีกา
ส่วนผู้ใหญ่คนอื่นๆ เป็นนายทหารและนายตำรวจใหญ่นั้น
ยอมรับว่าได้เข้าไปคุยจริง แต่ทุกคนต่างปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่า
ไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปเพราะไม่ได้เป็นผู้ทำงานเคลื่อนไหวการเมืองตั้งแต่ต้น
ส่วนกรณี 29 ปลัดกระทรวงออกแถลงการณ์คัดค้านการถวายฎีกานั้น ตนเข้าใจว่า
คงจะถูกบีบบังคับจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงให้ออกมาแสดงความ
เห็นคัดค้านการร้องทุกข์ของประชาชน
คนเป็นข้าราชการะดับสูงควรที่มีศักดิ์ศรีของข้าราชการประจำ
ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน
ไม่ใช่ออกมากระทำการขัดขวางการถวายฎีการ้องทุกข์ของประชาชนที่มีความทุกข์
ร้อนเช่นนี้
ข่าว : ไทยรัฐ
16 สิงหาคม 2552
เจ้าคุณสุนทรวัดสุทัศน์เทศน์สกัด

เจ้าคุณสุนทรเตือนแม้ว
อย่าดัน ปชช. เป็นปฏิปักษ์สถาบัน
พระราชวิจิตรปฏิภาณหรือเจ้าคุณพิพิธ ให้สติ พ.ต.ท.ทักษิณ
และพรรคพวก
พิเคราะห์หาสาเหตุจุดอับของตัวเอง
และอย่าผลักดันประชาชนให้เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบัน
อภิสิทธิ์มั่นใจฝ่ายความมั่นคงดูแลสถานการณ์ 17ส.ค. ได้
(16ส.ค.)
พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม
กรุงเทพมหานครแสดงพระธรรมเทศนา ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
เช้านี้ ถึงการถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และการตั้งโต๊ะล่ารายชื่อคัดค้านว่า
ฝากบอก พ.ต.ท.ทักษิณ ขอให้พิเคราะห์ตัวเองว่า การลงสู่จุดอับนั้นเพราะมีเหตุ
คือ อำนาจ อำนวย รวยมาก พวกลากไป ใจนักเลง บริวารเกรงใจ อ่านกฎหมายไม่ละเอียด
การมีอำนาจทำให้หลงเริงอำนาจ
อาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดหรือลืมตัว การจะถวายฎีกานั้นมีช่องทาง
ขั้นตอน กระบวนการ และราชประเพณีอยู่แล้วต้องศึกษา
แต่เมื่ออ่านกฎหมายพลาดจึงเกิดปัญหา แม้
พ.ต.ท.ทักษิณ
บอกว่าไม่เกี่ยวข้องเป็นเรื่องของประชาชน
แต่ถ้ารู้แล้วไม่ทันทานถือเป็นการมิบังควร เป็นการกดดันพระราชอำนาจ
ผู้ที่เกี่ยวข้องและ
พ.ต.ท.ทักษิณ
ต้องตระหนัก คือยอมรับกฎหมายไทยก่อน
อย่างการถูกตัดสินจำคุก
2 ปี แต่
พ.ต.ท.ทักษิณไม่ยอมรับโทษที่ศาลพิพากษาโดยพระปรมาภิไธย
เมื่อต้องโทษแต่ไม่ยอมรับโทษจะขอพระราชทานได้อย่างไร
พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ยอมรับศาลแต่ขณะเดียวกันยังไปอาศัยศาลด้วยการฟ้องร้องบุคคลอื่น
ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม
ยังเรียกร้องให้ผู้ดำเนินการอย่าผลักดันประชาชนให้เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
และการกระทำที่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท
ซึ่งให้อภัยไม่ได้และให้ระวังการอ้างความจงรักภักดีมาทำลายกัน
ซึ่งอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
พระราชวิจิตรปฏิภาณ ยืนยันว่า การแสดงธรรมวันนี้
เป็นการแสดงความรักต่อประเทศชาติ โดยมิได้มีอคติ แต่ต้องการเตือนสติทุกฝ่าย
ไม่ให้เกิดหายนะ ให้ทุกอย่างยุติและเริ่มต้นกระบวนการกันใหม่
ข่าว :
คมชัดลึก
16 สิงหาคม 2552
ยังจำได้ไหม ถึงใครคนหนึ่ง
ซึ่งเธอเคยบอกว่า ..ถวายฎีกา
!

หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี
พระอริยเจ้าของชาวอีสาน
ซึ่งเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมาเคยถวายฎีกา เพื่อผลทางการเมืองมาแล้ว
และคราวนั้น พลพรรคพันธมิตร
เชียร์กันกระหึ่ม
!
“สงฆ์-ฆราวาส” นับหมื่น หนุน “หลวงตามหาบัว” ถวายฎีกา!
“หลวงตามหาบัว” เปิดฎีกา ประกาศต่อหน้า “สงฆ์-ฆราวาส” นับหมื่น ยืนยันเจตนารมณ์
“ขับสมเด็จเกี่ยว-ไม่ตั้งวิษณุ” ถวายแน่ 7 มี.ค.นี้ ยอมรับ
เรียกร้องมานับไม่ถ้วน แต่ไม่เคยเห็นผล ระบุ “วิษณุ” ต้นเหตุ
สร้างความแตกแยกในหมู่ “พุทธบริษัท” 4 มี.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ว่า เมื่อเวลา 12.30น.
พระสงฆ์และฆราวาสนับหมื่น ได้เริ่มทยอยเข้าสู่ภายในศาลาใหญ่ วัดป่าบ้านตาด
และในเวลา 13.00น. พระธรรมวิสุทธิมงคล หรือ “หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน”
ได้เข้ามาในศาลา และทักทายกับกลุ่มผู้ร่วมชุมนุม
จนกระทั่งเวลาประมาณ13.40น. หลวงตามหาบัว ได้มอบหมายให้นายทองก้อน วงศ์สมุทร
ศิษย์เอก อ่านเนื้อหาในฎีกาต่อพระสงฆ์และฆราวาสที่ร่วมชุมนุมอยู่
ซึ่งก่อนอ่านฎีกา นายทองก้อน กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนอ่านฎีกา นายทองก้อน ได้ยกเรื่องการต่อสู้นางไฮ
ขันจันทา ที่เป็นหญิงชราที่มีความทุกข์เรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน
และต้องต่อสู้กับความไม่ถูกต้องของรัฐ จึงสามารถนำที่ดินของตนกลับคืนมาได้
กรณีดังกล่าวก็เหมือนกับการต่อสู้ของหลวงตามหาบัว
ที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่กำลังดำเนินการอยู่
พร้อมกับได้ถามในที่ประชุมว่า
“เราจะพร้อมที่จะยกภูเขาออกจากอกหลวงตาได้หรือไม่”
เมื่อนายทองก้อนได้อ่านเนื้อหาในฎีกาซึ่งมีความยาว 5 หน้า เสร็จ หลวงตามหาบัว
ได้มีเมตตาเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวซักถาม โดยผู้สื่อข่าวถามหว่า
เนื้อหาในฎีกาส่วนใหญ่ เป็นเรื่องเดิมที่เคยต่อสู้
และยื่นเรียกร้องมาแล้วหลายครั้ง ทำไมจึงยื่นอีก หลวงมหาบัว กล่าวว่า
การเคลื่อนไหวต่างๆที่เสนอให้รัฐบาลหลายครั้งไม่เคยได้รับการแก้ไขเอาปัญหาไปเก็บไว้ในลิ้นชัก
ไม่ทำอะไรที่เป็นรูปธรรมออกมา จึงต้องยื่นฎีกา
ถวายต่อพระเจ้าอยู่หัวให้ทรงพระวินิจฉัย
ขณะเดียวกันไม่วางใจการใช้อำนาจป่าเถื่อนของนายวิษณุ
ที่ก่อความไม่สงบให้แตกสามัคคีในหมู่พุทธบริษัท เดือดร้อนทั่วสังฆมณฑล
โดยเฉพาะกับการเคลื่อนไหวของหลวงมหาตาบัวและลูกศิษย์
ที่พยายามปิดกันไม่ให้เคลื่อนไหว เช่น
ปิดกั้นการถ่ายทอดคลื่นสัญญาณธรรมะของหลวงตาบัว
จากนั้นในเวลา 14.50น. หลวงตามหาบัวได้ให้ศีลให้พรกับคณะสงฆ์และฆราวาส
ที่ร่วมชุมนุม เป็นอันเสร็จพิธี ประชาชนบางส่วนก็เริ่มทยอยกลับ
บางส่วนก็เข้าไปกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดป่าบ้านตาด
ทั้งนี้นายทองก้อน วงศ์สมุทร ศิษย์เอกหลวงตามหาบัว
พร้อมด้วยคณะสงฆ์และฆราวาสประมาณ 10 คน จะนัดชุมนุมกันที่สนามหลวง
ก่อนจะเดินทางไปยื่นฎีกาต่อ ที่สำนักงานราชเลขาธิการ สำนักพระราชวัง ในวันที่
7 มี.ค.นี้ เวลา 14.00น.
ข่าว : ผู้จัดการ
6 มีนาคม 2548
|