ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

    

GOOD QUESTION - NO ANSWER

มหารำลึก วันของใคร ?

ทำไมพระส่วนใหญ่ไม่ร่วมสังฆกรรม ?

 

พระครูวิเทศพรหมคุณ (พระมหาวินัย ปุญฺญญาโณ) ผ้าสีเหลือง นั่งกลาง

เจ้าอาวาสวัดพรหมคุณาราม รัฐอริโซน่า

 

 

 

เปิดหน้าต่างอริโซน่า-ข่าวพิเศษ

ประจำฉบับที่ 370

 

17 ปี มหารำลึก หรือ มหาจำลืม

 

ในฐานะที่ผมได้มาร่วมงานใน วันมหารำลึก ที่วัดพรหมคุณาราม มลรัฐอริโซน่า ในวันที่ 16-17 สิงหาคมที่ผ่านมา  ซึ่งปรกติจะจัดในช่วงวันเสาร์และวันอาทิตย์ที่สามของเดือนสิงหาคมของทุกๆ ปีจนถือเป็นงานประเพณีเป็นงานประจำปีที่สำคัญวันหนึ่งของวัด  แม้ว่าการมรณภาพของพระสงฆ์ สามเณร แม่ชีและหนุ่มบอย รวม 9 ชีวิต จะผ่านไปแล้วถึง 17 ปี แต่ พระครูวิเทศพรหมคุณ ท่านเจ้าอาวาสและประชาชนชาวอริโซน่า ก็ยังพร้อมใจกันจัดงาน และจากที่ได้สอบถามหลายๆ ท่าน ทั้งคณะกรรมการ และ ผู้เกี่ยวข้อง ก็ได้ความว่า การจัดงานนั้นเพื่อรำลึกถึงความดีของท่านผู้ที่จากไป  ทางวัดปฏิบัติทำกันมาทุกๆ ปี ยิ่งวันที่ตรงกับ วันถูกฆาตกรรม คือ วันที่ 10 สิงหาคม นั้น  คณะสงฆ์และชนชาวพุทธในอริโซน่า ไม่ว่าจะเป็น ไทย ลาว เขมร เวียดนาม ฯลฯ ก็มีการทำบุญบังสุกุลกันตามปกติถือเป็นการทำกันภายในของคนในครอบครัว แต่วันมหารำลึกในระบบทางการนั้น คือ วันที่ สมัชชาสงฆ์ไทยฯ ได้กำหนดเป็นมติว่า ให้วัดทุกวัดในสังกัดสมัชชาสงฆ์ไทยฯ เป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน วันมหารำลึก ที่วัดพรหมคุณาราม ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์สัปดาห์ที่สามของเดือนสิงหาคม

 

     ในความรู้สึกของผม ตลอดระยะที่ผ่านมาการจัดงานที่ต้องคอยต้อนรับพระสงฆ์กว่าร้อยรูป ทั้งแขกเหรื่อที่มาจากต่างถิ่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นที่พักและภัตตาหารของสงฆ์ หรือของแขกที่มา ทางวัดและคณะกรรมการฯ ทั้งอาสาสมัครทุกคนรวมใจจัดโดยไม่คำนึงถึงเรื่องเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด ยินดีและซาบซึ้งเสียด้วยซ้ำที่ทุกคนมีน้ำใจมาร่วมงาน ทั้งนี้ทั้งนั้นหากงานขาดผู้นำที่ดีไม่เห็นความสำคัญของงาน การจัดก็อาจจะไม่มีขึ้นหรือไม่เรียบร้อยตามประสงค์ ก็ต้องขอชมเชยผู้เป็นหัวแรงใหญ่ในการจัดงานคือ ท่านเจ้าอาวาสวัดพรหมคุณาราม พระครูวิเทศพรหมคุณ ซึ่งเป็นแม่งาน  ที่ผ่านมาการจัดงานก็อยู่ในระดับดีมาโดยตลอด ด้วยพระสงฆ์ค่อนข้างมากอาจจะมากกว่าหนึ่งร้อยรูป คือ ทุกรูปที่มา มีจุดมุ่งหมายมาร่วมพิธีวันมหารำลึกและแสดงความเสียใจในงานอย่างนี้ ส่วนพิธีการนั้นเป็นเรื่องของผู้ดำเนินงานจะคิดจะทำ แต่ที่ผ่านมาก็ถือว่าเรียบง่าย กะทัดรัดแต่เป็นพิธีที่ซาบซึ้งใจคือ การจุดเทียน มหารำลึก ในช่วงค่ำ ความสวยงามเกิดขึ้นด้วยแสงสว่างของเทียนนับหลายร้อยๆ ดวงรอบอนุสาวรีย์และผมก็ยังสามารถเห็นน้ำตาที่ไหลออกมาจากเบ้าตาของทุกคนหากแต่ไม่มีเสียงสะอื้นไห้ มันเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในใจของคนที่มาร่วมงานคือ ความคิดถึง ความทรงจำ ความเจ็บปวด ที่ผมคิดว่าไม่สามารถลบล้างไปจากก้นบึ้งของใจทุกคนได้ คือมันยังรู้สึกยังอยู่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ตาม
 

     และปีนี้ได้มีการถ่ายทอดสดทางไอพีทีวีช่อง 4 หลายๆ คนได้ดูได้ชม ต่างก็ซาบซึ้งน้ำตาร่วงไปหลายราย ขนาดโทรเข้ามาที่วัด โทรหาพิธีกร เพราะในวันรุ่งขึ้นของวันอาทิตย์ คนที่มาใช้บริการ กงสุลสัญจร ผมได้พบปะกับหลายๆ ท่านที่ไม่ได้มาร่วมงานในคืนวันเสาร์ ต่างก็บอกว่า เห็นพิธีงานผ่านทางไอพีทีวีบ้าง ทางช่องห้าโกลโบลเน็ตเวิร์คบ้าง ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์ขึ้นมาได้อีก รู้สึกของการสูญเสียได้อีก ก็ต้องขอขอบคุณ คุณหนึ่ง นภดล   บิ๊กบอสของไอพีทีวี ที่ส่งทีมงานมาถ่ายทอดสด ภายใต้อากาศที่แสนร้อนกว่า 105 เซลเซียส ..ทีมงานเหนื่อยและเพลียไปตามๆ กันเพราะเดินทางมาทั้งคืนของวันศุกร์และต้องทำงานตลอดทั้งวันเสาร์ โดยเฉพาะ คุณป๋อง, คุณเอก และน้องตากล้อง ที่ต้องอยู่กลางแจ้งเห็นใจมากๆ ส่วน หญิง ไอพี ผู้สื่อข่าวไอพีทีวีประจำอริโซน่าทำหน้าที่สัมภาษณ์สดตลอดวัน พอถึงงานพิธีตอนค่ำก็ยังทำหน้าที่ต่อไม่ได้หยุด เสร็จพิธีปุ๊บหายตัวปั๊บ พอโทรตามตัวเจอบอกขอเวลานอก เพราะช่วงทำรายการพยายามข่มใจไม่ให้ร้องไห้ เพราะทุกชีวิตที่เสียไปนั้นเป็นบุคคลที่ใกล้ตัวจริงๆ โดยเฉพาะ พระอาจารย์ไพรัช ที่คนเก่าคนแก่จะทราบกันทั่วไปว่า เธอรักและเคารพดั่งพระพี่ชายแท้ๆ จึงไม่เป็นที่ข้องใจว่ามีอาการสั่นเครือตอนพิธีการเริ่มขึ้น

 

            แต่สิ่งที่ผมเห็นและอยากพูดถึงในปีนี้ก็คือ การอยู่ร่วมงานของพระสงฆ์ที่เรียกว่าพระธรรมทูตนั้น น้อยไปอย่างถนัดตา ได้ยินจากคณะกรรมการประกาศว่า มีมาจากวัดต่างรัฐรวมประมาณ 94 รูป แต่ทำไมในพิธีงานมหารำลึก เก้าอี้กลับไม่มีพระสงฆ์นั่งไปกว่าค่อนครึ่ง !

 

     จำได้ว่าเมื่อปีก่อนๆ ผมเห็นสีผ้าจีวรส้มเหลืองอร่ามทั่วงานเคยเป็นภาพที่ประทับใจผ่านทางไทยทาวน์ แต่กลับไม่ปรากฏให้เห็นในงานของปีนี้และดูเหมือนว่าหายไปเลยก็คือ พระเถระ ที่คุ้นหน้าคุ้นตา แม้คนจะมากันมากแต่หากพระสงฆ์ไม่เห็นความสำคัญกับการจัดงาน วันมหารำลึก เพราะจุดประสงค์ของวันนี้คือจัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคณะสงฆ์ที่ถูกฆาตกรรมทั้งในวันที่ 10 สิงหาคม รวมทั้งพระสงฆ์ที่มรณภาพในสหรัฐอเมริกา ขณะที่ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ พระธรรมทูต มิใช่ใครอื่น
 

     จากการสอบถามท่านเจ้าอาวาสฯ ว่า ทำไมพระสงฆ์ถึงไม่อยู่ร่วมงานพิธี มหารำลึก (ไม่มีคำตอบ) ... ผมเป็นเพียงคนมาร่วมงานมาอาสาสมัคร ก็มองเห็นว่า เราเป็นเพียงคนธรรมดาไม่ได้อยู่ในวงการของสงฆ์ เป็นเพียงผู้ให้ความเคารพนับถือจึงมาร่วมงานตามความศรัทธา แต่พระสงฆ์ที่ขึ้นชื่อว่า พระธรรมทูต ทำไมถึงไม่อยู่ร่วมพิธี ทำให้เราซึ่งเป็นคนมาร่วมงานมีความรู้สึกที่ค่อนข้างน้อยใจเพราะทุกคนที่มาในวันมหารำลึกนั้นมากันด้วยใจ เท่าที่ได้รับทราบมานั้น คณะสงฆ์มีข้อตกลงร่วมกันว่าจะร่วมเป็นเจ้าภาพและมาร่วมงานวันมหารำลึก


      ตามคำที่ หลวงตาชี พูดไว้หลายครั้งหลายครา ครั้นถึงวันจริงกลับเป็นเพียงมาประชุม วิสามัญ เมื่อเสร็จจากการประชุมก็ต่างคนต่างกลับ ซึ่งอันที่จริงแล้วไม่ใช่จุดมุ่งหมายสำคัญ  จุดสำคัญคืองาน มหารำลึก และทั้งที่อีกเพียงแค่ 1 ชั่วโมงข้างหน้าหลังการประชุม พิธีการก็จะเริ่ม พระสงฆ์หลายรูปก็ยังไม่สามารถอยู่รอร่วมพิธีได้ นี่คือส่วนหนึ่งที่พบเห็นและทำให้เป็นที่มาของข้อความข้างต้นว่า มหารำลึก หรือ มหาจำลืม   มันเป็นเพียงคำถามที่เกิดขึ้นในใจเท่านั้นว่า  "สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเรื่องของใคร?."

 

โดย : สิงห์ทะเลทราย
ข่าว : ไทยทาวน์ ยูเอสเอ
กันยายน 2551


 

 

 

 

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264