ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

    

เจ๊กลิ้มลุยถึงในวัด !

 

จี้เจ้าอาวาสวัดบางละมุง

ให้ย้าย-ทำลายฐานพระชินวัตรมุนี

ที่เรียกว่า "พระหน้าเหลี่ยม"

 

และต่อไปพันธมิตรก็อาจจะออกกฎหมาย

ห้ามสร้างพระหน้าเหลี่ยม หรือพระมีเหลี่ยม

 

พระชินวัตรมุนี (พระหน้าเหลี่ยม)

วัดบางละมุง จังหวัดชลบุรี

 

 

"สนธิ" เล่าเรื่องรามเกียรติ์ภาคสงครามครั้งสุดท้ายระหว่างพระรามกับทศกัณฑ์ แฉพวกสัตว์นรกทำทุกวิถีทาง ใช้ทั้งอำนาจคุณไสย สะกดรูปสะกดรอยเอาเคล็ด งัดหลักฐานล่าสุดสร้าง "พระชินวัตรมุนีปางหน้าเหลี่ยม" ที่วัดบางละมุงเพื่อเพิ่มพลังสะกดฝ่ายตรงข้าม ขณะเดียวกันยังพบรูปหล่อไม่บังควรใต้ฐานพระพุทธรูปสมควรทุบทำลายทิ้ง

 

วันนี้(28 ต.ค.) เมื่อเวลา 21.00 น. นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวบนเวทีที่ทำเนียบฯได้เล่าเรื่องนนทุกภาคที่ 2 ในภาคทศกัณฑ์และพระนารายณ์ในภาคพระราม และเกิดเป็นสงครามครั้งสุดท้าย โดยเปรียบพฤติกรรมของทศกัณฑ์ที่ไม่มีศีลธรรม บ้าอำนาจ บ้าตัณหา เหมือนคนบางคนที่เปลี่ยนดำเป็นขาว ขาวเป็นดำ
       
       นายสนธิ เล่าเปรียบเทียบว่า ขณะที่พระรามก็มีเหล่าทหารเอกที่เป็นเหล่าเทวดาที่มาเกิดเป็นลิงและรบกับทศกัณฑ์ที่ตอนแรกนึกได้ชัยชนะแล้วหลังจากที่ยิงศรไปทำให้ศีรษะหลุดจากบ่านึกว่าตายไปแล้ว แต่ทศกัณฑ์ยังไม่ตายเพราะถอดหัวใจไปฝากไว้ที่อื่น ซึ่งเหมือนกับกรณียุบพรรคไทยรักไทย นึกว่าสิ้นฤทธิ์ แต่กลับมีพรรคพลังประชาชนขึ้นมาและมียักษ์ตัวใหม่คือ นายสมัคร สุนทรเวช และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนกระทั่งหนุมาน ที่เป็นทหารเอกใช้วิธีการจนกระทั่งนำหัวใจมาทำลายได้จึงสิ้นฤทธิ์ในที่สุด
       
       จากนั้น นายสนธิ ได้เล่าย้อนอดีตประวัติศาสตร์ในช่วงพระเจ้าตาก สมัยที่ฝ่าวงล้อมข้าศึกนำไพร่พลแค่ 500 คนตีฝ่าออกไปทางตะวันออกบ่ายหน้าไปทางจันทบุรี ระหว่างทางได้รวมรวมไพร่พลที่บางละมุง ชลบุรีและทรงปลูกต้นสนใหญ่ต้นหนึ่งเพื่อเป็นหลักของชาติไว้ที่วัดบางละมุง ขณะเดียวกันได้หล่อพระศรีอาริยเมไตรยเพื่อเป็นหลักธรรมตั้งตรงกัน
แต่ปรากฏว่า เมื่อปี 2544 ได้มีการเปลี่ยนแปลงโดยสร้างพระขึ้นมาใหม่เรียกว่า พระชินวัตรมุนี ทรงหน้าเหลี่ยม มาวางเอาไว้ระหว่างกลางเพื่อเอาเคล็ด ขณะเดียวกันได้นำรูปจำลองพระแก้วมรกตซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองของพระมหากษัตริย์มาวางไว้ข้างล่างพระชินวัตรมุนี
       
       ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะที่ นายสนธิ ได้เล่าและชี้ให้เห็นความผิดปกติเหล่านี้ก็ได้แสดงภาพประกอบเป็นหลักฐานพร้อมกันไปด้วย
       
       นอกจากนี้ นายสนธิ ได้ชี้ให้เห็นอีกว่ายังมีการหล่อพระพุทธรูปชินวัตรมุนีองค์ใหญ่ เพื่อรับพลังจากหลักชาติ และใต้ฐานของพระพุทธรูปดังกล่าวยังหล่อเป็นรูปนักการเมืองหลายคน เช่น นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ นายบรรหาร ศิลปอาชา นายเนวิน ชิดชอบ เทพเจ้ากวนอู และรูปของตัวเองในรูปของเศรษฐีมีทรัพย์ และที่น่าสังเกตก็คือมีรูปหล่อที่ลักษณะหมิ่นเหม่ เนื่องจากแต่งองค์ทรงเครื่องผิดไปจากบุคคลทั่วไปซึ่งถ้าสังเกตให้ดีก็จะรู้เป็นใคร ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการเอาเคล็ดในลักษะฝังรูปฝังรอย
       
       นายสนธิ กล่าวว่า ลักษณะดังกล่าวถือเป็นการกระทำอย่างจงใจและเลวมาก
ขอให้พระคุณเจ้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดบางละมุงทุบฐานที่หล่อรูปดังกล่าวทิ้งไป รวมทั้งย้ายพระพุทธรูปชินวัตรมุนีหน้าเหลี่ยมออกไป โดยถ้าเป็นไปได้ให้ย้ายไปที่เชียงใหม่ให้พวกกลุ่มเชียงใหม่ 51 ได้กราบไหว้ก็แล้วกัน
       
       นายสนธิ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่าใต้ฐานของพระพุทธรูปยังมีตราพระราหูซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของตำรวจ เพื่อให้ตำรวจอยู่ใต้พระชินวัตรมุณีตลอดไป แล้วยังนำลายของเหรียญพิฆาตไพรี ซึ่งเป็นเหรียญที่ปลุกเสกที่เมืองนครศรีธรรมราชเพื่อมอบให้กับนักรบในสมัยโบราณออกศึก มีเป้าหมายเพื่อเสริมอำนาจของสาวกไปทำลายฝ่ายตรงข้าม
       
       จากนั้น นายสนธิ ได้เชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ นายสมชาย และภรรยาและญาติใกล้ชิดไปทำพิธีบวงสรวงที่นครศรีธรรมราชเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2551 ราว 5 เดือนก่อน ซึ่งขณะที่ไปทำพิธีที่ศาลหลักเมืองก็ได้นำผ้าแพรไปผูกทับกับผ้าแพรที่พระบรมโอรสาธิราชฯทรงผูกเอาไว้เดิม จากนั้นก็ได้ไปทำพิธีบวงสรวงพระเจ้าตากที่วัดเขาพนม โดยมีการยิงปืน 21 นัดเหมือนกับพิธีของพระมหากษัตริย์ และต่อมาเมื่อวันที่ 21 เดือนเดียวกันก็บังเอิญเกิดเหตุการณ์ทุบเทวรูปและย้ายศิวลึงค์ที่ปราสาทพนมรุ้ง ซึ่งเชื่อกันว่าต้องการทำลายอำนาจของพระอาทิตย์และเอาเคล็ดบางอย่าง
       
       ในตอนท้าย นายสนธิ ย้ำว่า การสู้กับพวกสัตว์นรกพวกนี้ต้องสู้ทุกรูปแบบ แต่ก็ต้องสู้เพราะเป็นเรื่องของชาติและราชบัลลังก์

 

ข่าว : ผู้จัดการ
28 ตุลาคม 2551

 

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264