ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

    

ขู่ "ระเบิด" วัดสวนแก้ว

ไม่พอใจให้จัดความจริงวันนี้

 

พระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ)
เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว นนทบุรี

 

เจ้าหน้าที่มูลนิธิสวนแก้วเผย ได้รับแจ้งจากเจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือว่ามีกลุ่มวัยรุ่นขอซื้อโทรศัพท์พูดเป็นนัย จะเอาไปประกอบระเบิดบริจาคให้วัดสวนแก้ว ที่จะจัดรายการความจริงวันนี้สัญจรวันที่ 23 พ.ย. แถมสอบถามจำนวนตำรวจที่รักษาความปลอดภัย พระพยอม ไม่วิตกกังวล ยืนยันให้ใช้สถานที่ของมูลนิธิจัดงาน เพราะต้องการใช้หลักของธรรมสัจจะลดความขัดแย้งระหว่างคน 2 กลุ่ม และพร้อมเปิดโอกาสให้พันธมิตรฯหากต้องการใช้สถานที่บ้าง จตุพร เชื่อตำรวจรักษาความปลอดภัยได้ พร้อมจัดอาสาสมัครช่วยตำรวจดูแลเต็มที่ คาดคนเข้าร่วมแน่นลานธรรมแน่


           จากกรณีที่จะมีการจัดรายการ
ความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 3 ที่ลานธรรมวัดสวนแก้ว ในวันที่ 23 พ.ย. 2551 เวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่มูลนิธิสวนแก้วซึ่งใกล้ชิดกับพระราชธรรมนิเทศ (พระพยอม กัลยาโณ) เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ว่าหลังมีข่าวเผยแพร่ออกไปปรากฏว่ามีผู้ไม่เห็นด้วยกับการใช้วัดจัดกิจกรรมทางการเมืองเป็นจำนวนมาก มีการโทรศัพท์มาต่อว่าด้วยถ้อยคำรุนแรง บางรายก็แสดงความเป็นห่วง ไม่อยากให้หลวงพ่อมายุ่งกับการเมือง


         ที่น่าตกใจคือมีเจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือรายหนึ่งโทร.เข้ามาแจ้งว่ามีลูกค้ากลุ่มหนึ่งเป็นชายวัยรุ่นใส่ชุดสีขาวเข้ามาขอซื้อโทรศัพท์มือถือ โดยบอกภายหลังว่าจะนำไปประกอบวัตถุระเบิดเพื่อไปบริจาคให้วัดสวนแก้วในวันที่จัดรายการความจริงวันนี้สัญจร เจ้าหน้าที่มูลนิธิสวนแก้วกล่าวและว่า เจ้าของร้านขายโทรศัพท์มือถือยังบอกด้วยว่าลูกค้ากลุ่มนั้นถามต่ออีกว่าวัดสวนแก้วมีกำลังตำรวจมากน้อยเพียงใด สามารถรับมือพวกตนไหวหรือไม่ เพราะมีอาวุธกันครบมือ ฟังจากสำเนียงคล้ายเป็นคนใต้ และจำรถของลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้ว่าเป็นรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียนจำได้เพียง 2 ตัวท้ายคือ 73 ไม่ทราบหมวดและจังหวัด


          ผู้ใกล้ชิดพระพยอมกล่าวด้วยว่า ที่พระพยอมอนุญาตให้ใช้สถานที่ของมูลนิธิสวนแก้วจัดงานก็เพราะต้องการใช้หลักของธรรมสัจจะลดความขัดแย้งระหว่างคน 2 กลุ่ม เพราะเวทีนี้ไม่อนุญาตให้ด่ากัน เป็นเวทีที่ให้ความรู้เพียงอย่างเดียว วัดถือเป็นแหล่งในการให้ความรู้ และโอกาสวหน้าหากพันธมิตรฯจะมาขอใช้สถานที่บ้างก็จะยินดีอย่างมาก ส่วนเรื่องกรณีที่มีคนขู่วางระเบิดวัดสวนแก้วนั้น พระพยอมท่านฟังแล้วก็ยิ้มๆ ดูไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ดังกล่าว


          เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเปิดเผยด้วยว่า นอกจากจะมีประชาชนแสดงความห่วงใยแล้ว สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติก็โทรศัพท์มาแสดงความกังวลว่าไม่อยากให้เอาศาสนสถานไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง จึงอธิบายไปว่าการจัดกิจกรรมครั้งนี้เป็นการใช้ลานธรรม ซึ่งเป็นสถานที่ของมูลนิธิสวนแก้ว ไม่ใช่บริเวณวัด แม้จะมีพื้นที่ติดกันก็ตาม


        ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.พรรคพลังประชาชนและผู้ร่วมดำเนินการรายการความจริงวันนี้ กล่าวว่า คนที่โทรศัพท์ไปขู่วางระเบิดเป็นพวกขี้ขลาด กลัวความจริง เชื่อว่าตำรวจจะรักษาความปลอดภัยได้ นอกจากนี้ทางรายการจะจัดเจ้าหน้าที่ไปช่วยดูแลเรื่องความปลอดภัยจำนวนหนึ่ง เชื่อว่าไม่น่าจะเกิดเหตุอะไรเพราะสถานที่จัดงานเป็นวัด


         การจัดรายการในวัดไม่เห็นแปลกตรงไหน ที่ผ่านมาวัดสวนแก้วก็เคยทำกิจกรรมแบบนี้มาแล้ว เชิญนักการเมืองทุกพรรคไปพูดให้ความรู้ประชาชน แม้แต่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เคยไปพูดที่วัดนี้มาแล้ว นายจตุพรกล่าวและว่า ขณะนี้ให้เจ้าหน้าที่ไปดูสถานที่เพื่อจัดเตรียมเรื่องเครื่องขยายเสียงว่าจะติดตั้งอย่างไรให้คนที่ไปร่วมงานรับฟังได้อย่างทั่วถึง เพราะเข้าใจว่าจะมีคนไปร่วมจำนวนมาก ซึ่งภายในลานที่ใช้จัดงานจุได้แค่ประมาณ 20,000 คน คาดว่าคงไม่เพียงพอ จึงต้องคิดถึงคนที่เข้าไปไม่ได้ด้วย


          นายจตุพรกล่าวด้วยว่า ขณะนี้กำลังเตรียมจัดทำวีซีดีบันทึกการจัดงานความจริงวันนี้สัญจรที่สนามราชมังคลากีฬาสถานออกจำหน่ายทั่วประเทศ โดยจะรวบรวมบรรยากาศต่างๆเอาไว้ทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดการโฟนอินเข้ามาคุยกับประชาชนของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เบื้องต้นจะทำออกมาประมาณ 50,000 ชุด หากไม่เพียงพอจะผลิตเพิ่ม


            ส่วนกรณีที่กลุ่ม 40 ส.ว. จะตรวจสอบรายการความจริงวันนี้และยื่นถอดถอนออกจากตำแหน่ง ส.ส. โดยอ้างรัฐธรรมนูญมาตรา 48 นั้น นายจตุพรกล่าวว่า เป็นเรื่องของคนโง่ รัฐธรรมนูญมาตรา 48 ห้ามเรื่องการถือหุ้น ไม่ได้ห้ามเรื่องจัดรายการ ทางที่ดีกลุ่ม 40 ส.ว. ควรเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่เป็นประโยชน์กับประชาชนดีกว่า อย่ามาทำเรื่องไร้สาระเลย

 

 


จดหมายชี้แจงจาก "เจ้าคุณ" พระราชธรรมนิเทศ
 เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว นนทบุรี
กรณียินยอมให้จัดรายการ ความจริงวันนี้สัญจร
 


วัตถุประสงค์ที่อนุญาตให้รายการความจริงวันนี้มาเปิดสัญจรที่วัดสวนแก้วนั้นก็มีเหตุผล อย่างน้อยวัดเองได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ใช้ในการให้ความรู้ และวัดสวนแก้วก็ทำอย่างนี้มานับไม่ถ้วน แล้วมันจะแปลกว่าเวทีอื่นตรงไหน

เรื่องการออกมาคัดค้านวิพากษ์วิจารณ์ที่จะให้รายการ ความจริงวันนี้สัญจรมาจัดกันที่วัดสวนแก้ว นอกจากวิพากษ์วิจารณ์แล้วยังมีการขู่ระเบิดวัดก็มี หรือจะไปฟ้องพระผู้หลักผู้ใหญ่ก็มี จะไปฟ้องสำนักพระพุทธศาสนาฯก็มี หรือจะไปฟ้องมหาเถรสมาคมก็ตาม มีหมด อันเป็นการพยายามที่จะยับยั้งไม่ให้วัดสวนแก้วจัด ซึ่งการห้ามในลักษณะอย่างนี้ก็เคยเกิดขึ้นมานมนานกาเลแล้ว

อาตมาคงจะไปห้ามความรู้สึกของคนที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยต่อกรณีอย่างนี้ไม่ได้ คนที่เห็นด้วยเขาก็เชียร์อยากให้จัด และก็จะมากัน จนอาตมาวิตกกลัวว่าจะมากันมากจนที่ไม่พอเพราะมีจำกัด และใครที่จะมาอาตมาก็ต้องขอเตือนไว้ก่อนว่า อย่ามาแบบมีทั้งมือตบหรือเท้าตบ ให้มาแต่ตัวและหัวใจที่อยากจะรับฟัง โดยที่มีวัดเป็นแหล่งเป็นสถานที่ใช้สำหรับให้ประโยชน์ทางปัญญาตามความมุ่งหวังของอาตมา

ถ้าถามอาตมาว่า การเปิดเวที ความจริงวันนี้สัญจร ที่วัดสวนแก้วนั้น มีวัตถุประสงค์อะไรถึงกับกล้าให้มาจัดกันในวัด เรื่องนี้หากใครรู้ปูมหลังของวัดสวนแก้วแล้วคงเข้าใจ เพราะว่าวัดสวนแก้วนี้ได้เปิดเวทีให้ทั้งนักวิชาการ นักการเมือง นักปกครอง นักร้อง-ดารา นักธุรกิจ นักบวช มาจัดเสวนา และอีกหลายต่อหลายนักมาจัดกันไม่รู้ว่าตั้งกี่ครั้งกี่หน และถือว่าเป็นงานที่เสริมปัญญาให้กับผู้ที่มาฟัง วัดสวนแก้วไม่เคยห้าม นักการเมือง นักวิชาการ หรือนักอะไรต่อนักอะไรที่จะเข้ามาจัดงานเสวนาทางวิชาการ ใครอยากจะพูดอะไรก็มาได้ อาตมาขอห้ามอย่างเดียวคือพวก โคโยตี้ ห้ามเข้ามาเต้นในวัดเด็ดขาด เพราะพวกนี้เป็นพวกที่ยั่วยวนกิเลสตัณหา

แต่สำหรับนักการเมือง พวกเรานั้นไปติดในเรื่องสมมุติ เพราะเห็นว่าเขาเป็นนักการเมือง พูดการเมืองต้องพูดนอกวัด อาตมาถามหน่อย ใครเป็นผู้กำหนดไว้ว่านักการเมืองกลุ่มนั้นหรือกลุ่มนี้ห้ามเข้าวัด หรือว่าม็อบกลุ่มนั้นกลุ่มนี้เข้าวัดไม่ได้ แต่สำหรับอาตมาถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ใครจะเข้าวัด เพราะวัตถุประสงค์ที่สร้างวัดก็เพื่อให้คนได้เข้าวัด ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นโจร เป็นขโมย เป็นนักโทษ หากว่าเข้ามาแล้วมาศึกษาพระธรรม ศึกษาธรรมะ ก็เป็นอันสมควรยิ่ง พวกเราเคยเห็นการนิมนต์พระไปเทศน์ให้นักโทษฟังบ้างหรือไม่ นั่นเขาก็ยังต้องให้พระไปช่วยสอนช่วยกล่อมเกลา แล้วทำไมนักการเมืองเข้ามาที่วัดเราจึงจะรับไว้ไม่ได้ นักการเมืองก็ใช่ว่าจะเลวร้ายอะไรนักหนา

นักการเมืองอย่างคุณวีระ มุสิกพงศ์, คุณจตุพร พรหมพันธุ์, คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, คุณก่อแก้ว พิกุลทอง คนพวกนี้เขามีวุฒิภาวะที่จะไม่พูดอะไรที่ทำให้วัดต้องพังพินาศ หากว่าเขาพูดอะไรที่ส่อว่าจะพินาศ อาตมาเองมีคัตเอาต์อยู่ในมือ จะสั่งตัดไฟทันที คงไม่ปล่อยให้พูดอะไรที่จะทำให้เกิดเป็นความไม่ดี มันก็จบเรื่อง วัดต้องคุมเกมได้ และคงไม่ปล่อยให้มาพูดอะไรที่ทำให้เกิดความเสียหาย อาตมามีความเชื่อว่าคนพวกนี้คงไม่พูดจาฆ่าตัวเอง โดยการมาพูดแล้วทำให้เกิดเป็นความเสื่อมเสียแก่วัด และเสียหายแก่ตัวเอง

เป็นธรรมชาติของคนที่เคยฝึกเคี่ยวในการพูดอย่างมากมายจะมาตายเอาตอนนี้ได้อย่างไร อนาคตเขาก็ต้องมี เขาคงต้องห่วงอนาคตของเขา เพราะฉะนั้นเราเองคงต้องมองวัตถุประสงค์ของวัดด้วยว่า วัดถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไรบ้าง ประการสำคัญก็คือ สร้างมาเพื่อให้คนเข้ามาหาความรู้

การจัดงานในครั้งนี้หากมีคนเข้ามาร่วมงานสัก 30,000 คน หรือเอาแค่ 10,000 คน สำหรับอาตมาก็คงไม่มีปัญญาที่จะสามารถทำให้คนเข้าวัดได้มากขนาดนั้น จะให้ทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ใช้เงินเป็นหมื่นเป็นแสนบาท ก็ทำให้คนเข้าวัดมากอย่างนั้นไม่ได้ แต่ถ้าองค์กรใดกลุ่มใดจัดคนเข้าวัดได้ 10,000-20,000 คน อาตมาว่าน่าจะเป็นโอกาสให้พระได้เทศน์ ได้สอน ได้อบรม และอาตมาก็ต้องเทศน์เตือนทั้งคนที่มาเป็นวิทยากร และคนที่มาฟังว่าเราจะพูดด้วยความสร้างสรรค์ หรือว่ามาเปิดเวทีเพื่อทำลายล้างกัน ตรงนี้แหละที่อยากจะบอกแจ้งแถลงไขว่าไม่ได้มีความรู้สึกวิตกกังวลอะไร เพราะเจตนาของวัดอยากให้วัดเป็นแหล่งให้ประโยชน์ทางปัญญา หลังเวทีนี้เสร็จไปไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ หรือว่ากลุ่มไหน จากที่ใดก็ตาม ถ้าอยากจะใช้วัดให้เป็นประโยชน์ในการถ่ายทอดให้ความรู้ ให้ความจริงที่สามารถปรากฏแก่ประชาชนในประเทศไทยได้ก็เชิญมาเลย อาตมายินดีที่จะให้พื้นที่ในการจัดกิจกรรมที่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและสังคม

ถามว่า อาตมาเทศน์สอนมาตั้งนาน จะโง่คิดไม่เป็นถึงผลได้ผลเสีย บวกลบคูณหารไม่ถูกเลยหรือ ทำแล้วจะเกิดความเสียหาย จะได้รู้ว่าบวชนาน สอนนาน เทศน์นาน ยังเป็นอย่างนี้ จะได้เลิกเทศน์เสียเลยแล้วหันไปอยู่ป่าอยู่ดง เพราะโง่จัดงานให้วัดพัง เปิดกิจกรรมให้วัดเสียหาย ทำให้วัดเสื่อมศรัทธา จะอยู่ไปทำไม ก็น่าจะหยุดดีกว่าหากทำแล้วเป็นแบบนี้ ซึ่งอาจเป็นการดี เพราะเวทีนี้อาจจะพิสูจน์ได้ว่าอาตมาเริ่มโง่แล้วนะ อย่าไปเที่ยวสอนใครเขา หรือว่ายังจะสอนได้อยู่เพราะไม่ได้สร้างความเสียหายอะไร

ดังนั้น จุดประสงค์ที่อาตมาทำก็เพื่อว่า 1.พิสูจน์ว่าสมองตัวเองยังใช้ได้อยู่อีกหรือไม่ 2.เพื่อที่จะรู้ว่าใครที่ไม่อยากเป็นกาวใจ ใครที่ไม่อยากเป็นคนกลาง ประเทศไทยหากาวใจไม่ได้ กี่คนๆพัง ลองดูเผื่อวัดสวนแก้วจะมีวาสนาได้เชิญมาคุยให้ครบทุกฝ่าย เชิญทุกฝ่ายเข้ามาพูดจากันด้วยเหตุด้วยผล ซึ่งก็เคยจัดอย่างนี้มามากแล้วกว่าวัดใดๆในประเทศ ที่ผ่านมาก็มีแต่คนชื่นชอบ

สิ่งที่อยากจะบอกอีกอย่างคือ อาตมาก็เป็นนักประท้วง แต่ประท้วงแบบใช้สมอง เคยประท้วงกรมที่ดินโดยการสร้างอนุสาวรีย์ถุงกล้วยแขก เป็นการประท้วงแบบอหิงสาและสันติวิธี และนี่คือหลักใหญ่ที่ทำให้ประท้วงแบบใหม่เพื่อแข่งกับการเมืองใหม่ เป็นวัตถุประสงค์ที่อาตมาได้ร่วมจัดกิจกรรมในครั้งนี้ และจะเปิดให้รายอื่นได้มาจัดในลักษณะนี้อีก



เจริญพร

 

 

 

ข่าว : โลกวันนี้
11 พฤศจิกายน 2551

 


 

 

 

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264