|
เสี่ยอู๊ดเข้าพบดีเอสไอแล้ว
แต่ดีเอสไอไม่พร้อม ขอเวลาอีก
7 วัน
จะเชิญมาสอบปากคำใหม่...
นับเป็นคดีแปลกใหม่
"จำเลยพร้อม
แต่เจ้าหน้าที่ไม่พร้อม"

วันนี้เสี่ยอู๊ดเปลี่ยนเสื้อใหม่
จึงไม่ถูกดักจับ
“เสี่ยอู๊ด”
ย่องเงียบ พบ “ดีเอสไอ” ก่อนวันนัด
หลังพนักงานสอบสวนออกหมายนัดเรียกให้ปากคำในคดีฉ้อโกงในวันที่ 9
ม.ค.ยังไม่ให้ปากคำ ดีเอสไอ ขอเวลา 1 สัปดาห์ ก่อนเชิญตัวมาสอบอีกครั้ง
เผยตรามหามงกุฎ "เสี่ยอู๊ด” เป็นคนออกแบบมาเสนอเจ้าอาวาสวัดสุทัศนฯ
ส่วนมวลสารดอกไม้ เจ้าอาวาสให้การรับพระราชทานมาจริง
วันนี้ (8 ม.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสิทธิกร
บุญฉิม หรือ “เสี่ยอู๊ด” ประธานบริษัท ไดมอนด์ ฮิลล์ ผู้จัดสร้าง
“พระสมเด็จเหนือหัว” ได้เดินทางเข้าพบกับ นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย
ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม
เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและเข้าให้ปากคำในคดีฉ้อโกง
หลังจากที่ทางพนักงานสอบสวนได้นัดให้มาพบในวันที่ 9 ม.ค. ทั้งนี้ นายสิทธิกร
หรือเสี่ยอู๊ด ได้เดินทางมาพร้อมกับทนายความ
พร้อมกันนี้ได้อาศัยจังหวะเวลาหลบผู้สื่อข่าวเข้ามามอบตัวในวันนี้
ทางด้าน นายสรรเสริญ ปาลวัฒน์วิไชย
ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า
จากการที่นำหมายศาลเข้าค้นสำนักงานของ “เสี่ยอู๊ด”
ก็เป็นขั้นตอนของพนักงานสอบสวน เมื่อเข้าไปก็มีขั้นตอนการเก็บเอกสารหลักฐาน
ซึ่งมีการเก็บเป็นอย่างดี
และเมื่อจะเปิดเอกสารออกมาตรวจสอบก็ต้องมีเจ้าของและเจ้าหน้าที่มาเป็นพยานว่าจะเปิดเอกสาร
ซึ่งในวันนี้ยังไม่มีการสอบปากคำ เพราะยังไม่ได้ตรวจเอกสาร
การตรวจเอกสารเพื่อให้ได้ข้อมูลในการสอบถามและเมื่อมีความคืบหน้าก็จะเชิญตัวเสี่ยอู๊ดมาอีกครั้ง
ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ได้นำอะไรมาบ้าง
โดยหลังจากที่เสี่ยอู๊ดเดินทางกลับได้ทิ้งเจ้าหน้าที่ไว้ 2-3
คนเพื่อให้พนักงานสอบสวนได้สอบถาม
นายสรรเสริญ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พูดถึงขั้นตอนการคืนเงิน
แต่เท่าที่พิจารณาคาดว่าคงไม่มีอะไรขัดข้อง
เมื่อธนาคารมาสอบถามว่ามีลูกค้าต้องการขอเงินคืนจึงแนะนำให้รวบรวมรายชื่อไว้ก่อน
และประสานกับ ปปง.อีกครั้ง ส่วนบ้านของเสี่ยอู๊ดไม่ได้ทำการตรวจค้น
แต่ให้เจ้าหน้าที่ไปส่งหนังสือว่าต้องการเอกสารหรือข้อมูลอะไรเพิ่มเติม
ซึ่งทางเสี่ยอู๊ดได้ขอเวลาในการส่งมอบเอกสารเนื่องจากต้องใช้เวลาค้นหา
นอกจากนี้ ทางพนักงานสอบสวนได้ขอเวลา 1 สัปดาห์
แล้วจะเชิญตัวเสี่ยอู๊ดมาอีกครั้ง
นายสรรเสริญ ยังกล่าวต่อว่า
ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ในคอมพิวเตอร์ไม่ได้เป็นหลักฐานอ้างอิงที่จะใช้ในชั้นศาลได้
แต่เอามาเป็นข้อมูลเท่านั้น
ซึ่งเอกสารที่พบจากคอมพิวเตอร์ก็เป็นเอกสารการโต้ตอบกันระหว่างบริษัทกับทางห้างร้านต่างๆ
ที่เปิดให้สั่งจอง เอกสารการเชิญพระมาประกอบพิธี และการออกเอกสารรับรอง
ซึ่งเอกสารที่ทำการตรวจสอบทั้งหมดถ้ามีความชัดเจนก็ไม่จำเป็นจะต้องเรียกเสี่ยอู๊ดมาให้ข้อมูลเพิ่มเติ่ม
ส่วนวัดและมูลนิธิยังเหลือประเด็นสอบสวนความเกี่ยวข้องว่าวัดและมูลนิธิรู้เห็นหรือร่วมกันมากน้อยเพียงใด
ซึ่งก่อนหน้านี้ทางเจ้าอาวาสได้ให้การว่า นำเรื่อง “สมเด็จเหนือหัว”
เสนอที่ประชุมมูลนิธิเพื่อขออนุมัติจัดสร้าง
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าอาวาสกับเสี่ยอู๊ดพบว่าเป็นเด็กวัดและเคยบวชเณร
แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวจึงไม่ลงลึกในรายละเอียดเรื่องนี้
นายสรรเสริญ กล่าวเพิ่มเติ่มว่า
สำหรับตราพระมหามงกุฏนั้น เจ้าอาวาสได้ให้การว่า
เสี่ยอู๊ดได้ออกแบบมาเสนอให้เจ้าอาวาส
ซึ่งเจ้าอาวาสก็พอใจแต่จะนำคำพูดเพียงเท่านี้มาสรุปและมัดว่าเป็นความผิดของเจ้าอาวาสรู้เห็นด้วยมันไม่ถูกต้อง
ต้องพิจารณาหลักฐานและข้อมูลอื่นมาประกอบด้วย
ส่วนเรื่องดอกไม้ที่นำมาทำมวลสาร เจ้าอาวาสให้การว่า
เป็นดอกไม้ที่ได้รับพระราชทานมา
ซึ่งในกุฏิมีเป็นจำนวนมากก็เลยนำไปเป็นมวลสร้างในการจัดสร้าง
ข่าว : ผู้จัดการ
8 มกราคม 2551
|