ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

เสฐียรพงษ์ วรรณปก ยอยศพระลอ

ยกย่อง "ส.สุนทรเวช" ทางมติชน

สมัครยิ้มรับขอบคุณผ่าน "สนทนาประสาสมัคร"

 

 

 

 

เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต และ สนช.

 

ก่อนรัฐบาลแถลงนโยบาย ท่านประธานมีชัย ฤชุพันธุ์ เตือนพวกเราชาว สนช.ว่าไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ไม่มีพรรค เพราะฉะนั้นจะอภิปรายอะไรก็ให้เน้นที่สาระที่รัฐบาลพึงนำไปปฏิบัติ ไม่ควรติและไม่ควรชม ให้เสียความเป็นกลาง ผมจึงไม่ลงชื่ออภิปราย เพราะตั้งใจจะชมท่านนายกฯสมัคร กะว่าจะมาเขียนชม ให้กำลังใจท่านในหน้าหนังสือพิมพ์ดีกว่า

พูดถึงนักการเมืองรุ่นเก๋า อย่างคุณสมัคร สุนทรเวช ในขณะที่ใครบางคนนิยมชมชอบเป็นพิเศษ อีกหลายคนอาจเบือนหน้าหนี เมื่อมีใครพูดยกย่องสรรเสริญ เพราะทนฟังไม่ได้ ผมกลับเฉยๆ แม้ในใจจะชื่นชมนิดๆ ในบุคลิกส่วนตัวบางอย่างของคุณสมัครก็ตาม

"โคตรเพชรในหัวคางคก" (อุปมาของท่านพุทธทาส) ที่ผมมองเห็นในตัวคุณสมัคร คือท่านเป็นคนมีบุคลิกเสมอต้นเสมอปลาย รู้สึกอย่างไร พูดออกมาอย่างนั้น ซึ่งตัวคุณสมัครเองก็พูดเสมอว่า ผมมันคนปากกับใจตรงกัน รู้สึกอย่างใดก็พูดอย่างนั้น ทำตนเป็นนายแสนดี วจีไพเราะไม่เป็น

มันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิด จะให้แกล้งทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ดังท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ตอบผู้สื่อข่าวที่ถามว่า มีอะไรจะแนะนำเพื่อนร่วมรุ่นของท่านไหม เกี่ยวกับการพูดการจา ท่านมีชัยว่า คงยาก เพราะท่าน (คุณสมัคร) ก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ถือเป็นบุคลิกส่วนตัว จะว่าไปแล้วหลายคนเขาก็ชอบบุคลิกแบบนี้ก็มี

ในขณะที่หลายคนเห็นเป็นจุดด้อยของท่าน ผมกลับเห็นว่าเป็นจุดเด่น และจุดเด่นถาวรของท่านก็ว่าได้ อยากให้ท่านนายกฯเป็นอย่างที่เป็นนี่แหละ ไม่อยากให้เปลี่ยน

ตอนนี้ก็ทำท่าจะเปลี่ยนนิดๆ แล้วนะ สำรวมระวังขึ้น เลยทำให้การสัมภาษณ์ขาดรสชาติไปโข

ดูเหมือนว่ามีผู้หวังดีบางท่านเป็นห่วงวาจาของท่านจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระว่างประเทศ (เพราะตอนนี้ท่านเป็นผู้นำประเทศแล้ว) อยากให้ท่านพูดจาให้ไพเราะรื่นหูหน่อย ประมาณนั้น ผมว่า ขอร้องช้าไปแล้ว ไม้แก่แล้วนี่ครับ ขืนมาดัดกันตอนนี้ เดี๋ยวก็จะหักเปล่าๆ

ถ้าโลกเขารู้บุคลิกเช่นนี้ของท่านแล้ว เขาก็ไม่ถือกันดอกครับ คนมี "บารมี" แล้ว สิ่งเหล่านี้กลับเป็นเสน่ห์เสียด้วยซ้ำ เรียกภาษาธรรมะก็ว่า เป็น "ปาปมุต" ทำอะไรเขาก็ไม่ถือ

เชอร์ชิล ก็ดี เบอนาร์ด ชอว์ ก็ดี ปากคมกว่านี้หลายเท่า คนกลับชอบเสียอีก

อย่างหลวงพ่อคูณ ท่านใช้ภาษาสมัยพ่อขุน ชาวโลกเขาก็ถือเป็นปาปมุต เป็นความงามของท่าน แต่เมื่อไรท่านพูดไพเราะขึ้นมา เรียกโยมอย่างนั้นโยมอย่างนี้ ผู้คนอาจตกใจไปตามๆ กันก็ได้

ความดีงามอีกด้านหนึ่งของท่านนายกฯสมัคร สุนทรเวช ที่ผมสังเกตเห็นคือ ท่านเป็นคนใจบุญ สนใจในการทำบุญทำกุศลตามแบบอย่างชาวพุทธที่ดี จะเห็นภาพท่านเข้าวัด ไปไหว้พระสงฆ์ ทำบุญทำทาน ชีวิตส่วนตัวอยู่อย่างสมถะ เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ จ่ายตลาดทำกับข้าวเอง อยู่อย่างพอเพียง

น่าสนใจไปกว่านั้น บุคลิกอย่างนายกฯสมัครนี้แหละ เป็นที่โปรดปรานของพระสงฆ์จำนวนมาก เท่าที่ผมสัมผัส พระสงฆ์ส่วนมากชอบคุณสมัครกันทั้งนั้น จำได้ว่าในยุคที่คุณสมัครเรตติ้งตกหนัก มี "คลีนแมน" ขึ้นมาแทนนั้น พระรูปหนึ่งพูดกับผมว่า ถ้าให้พระมีสิทธิเลือกตั้งได้ รับรองพรรคคุณสมัครไม่มีทางตก ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพระสงฆ์ท่านชอบมุมไหนของคุณสมัคร เช่นเดียวกับไม่รู้ใจของแม่ค้าแม่ขาย และทหารชั้นผู้น้อยในกองทัพนั่นแหละ

ผมเฝ้าดูผู้นำประเทศระดับนายกรัฐมนตรีมาหลายคน แม้ว่าท่านเหล่านั้นจะเป็นชาวพุทธ แต่ไม่ค่อยเห็นใครให้ความสำคัญแก่พระพุทธศาสนาเท่านายกฯสมัคร ทันทีที่จะเข้ารับตำแหน่ง ท่านก็ตระเวนไปไหว้พระเถระที่ท่านเคารพนับถือหลายรูป ในวันเปิดสัปดาห์พระพุทธศาสนาเนื่องในวันมาฆบูชา ที่มีท่านเจ้าคุณพระพรหมวชิรญาณเป็นประธาน ผมพิมพ์บทความไปด้วย ดูทีวีไปด้วย ได้ยินคุณสมัครบ่นกรุงเทพมหานคร ผู้จัดสถานที่ว่า ทำไมทำ "กระจอก" ปานนี้ การจัดสถานที่ก็ดุจไม่เต็มใจจัด ไม่สมกับเป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เมืองไทยเราก็มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอยู่ไม่กี่วัน จะทำให้สมกับเมืองไทยมีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาคู่บ้านคู่เมืองไม่ได้หรือ

ท่านกล่าวต่อว่า ตามปกติเวลามาเปิดงาน เขาจะไม่พูดตำหนิอย่างนี้ แต่ต้องรู้ด้วยว่า นี่คือนายสมัคร รู้สึกอย่างใดก็พูดอย่างนั้น

ผมได้ยินเสียง ต้องละมือจากแป้นพิมพ์มาฟังท่าน พร้อมตบเข่าฉาด น่าน มันต้องอย่างนั้น อยากเห็นผู้นำประเทศใส่ใจพระพุทธศาสนาอย่างนี้มานานแล้ว

วันแถลงนโยบาย ท่านก็อยู่ฟัง ส.ส.เถียงกันจนดึก แถมบ่นว่า วันนี้ผมนั่งฟังอยู่ตลอด เข้ามาข้างในบ้าง อยู่นอกห้องบ้าง คิดว่าจะเลิกประชุมเร็วกว่านี้ นี่ก็เที่ยงคืนแล้ว กลับบ้านคงนอนไม่กี่ชั่วโมง เพราะเช้าจะต้องไปร่วมใส่บาตรวันมาฆบูชา

ผมไม่ได้อยู่ในห้องประชุมด้วย (เพราะความดันขึ้น รีบกลับบ้านตั้งแต่สามทุ่ม) ได้ยินคำปรารภของท่านนายกฯแล้วชื่นใจครับ ชื่นใจที่เราชาวพุทธได้นายกฯผู้มีจิตใจแนบแน่นกับพระศาสนา และทำตนเป็นแบบอย่างของผู้นำที่ดีเช่นนี้

พระพุทธศาสนาของเราขาดผู้อุปถัมภ์ดูแล โดยเฉพาะผู้ปกครองประเทศ (หมายถึงรัฐบาล) มานาน จึงอยู่อย่างตามบุญตามกรรม มองจุดไหน มุมไหน ก็มีจุดบกพร่องที่พึงซ่อมพึงเสริมให้มั่นคงแข็งแรงทั้งนั้น

ไม่ว่าในด้านความเป็นอยู่ของพระสงฆ์สามเณร ทั้งๆ ที่เป็นประเทศมีพุทธศาสนาเป็นหลัก พระเถรเณรชี ผู้เป็นศาสนทายาทสืบทอดพระศาสนา ขาดการเหลียวแลจากรัฐมาโดยตลอด การศึกษาของพระสงฆ์ทุกด้าน ความเป็นอยู่ของพระภิกษุสามเณร ขาดการเอาใจใส่ดูแล เคยถามกันบ้างไหมว่า พระสงฆ์องค์เจ้าท่านอยู่กันอย่างไร

สวัสดิภาพ สวัสดิการของท่าน มีการเหลียวแลกันหรือไม่ (สมัยผมบวชอยู่ พระเณรเดินทางไปเรียนต่างวัด มีรถเมล์ มีเรือให้เดินทางได้ เดี๋ยวนี้พระเณรท่านไปอย่างไร ชาวพุทธเคยถามกันบ้างไหม รถเมล์เคยขึ้นได้ เดี๋ยวนี้มีบ้างไหม เดินทางไปศาสนกิจต่างจังหวัด มีการอำนวยความสะดวกค่ารถไฟ เครื่องบินให้บ้างไหม อย่าว่าแต่ลดค่าเดินทางให้ท่านเลย สถานที่ "สำรองพระเณร" ที่เคยจัดให้พระเณร เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้ว

พระเณรไม่มี "ที่ยืน" ในสังคมไทยพุทธแล้วครับ ทำไมจึงปล่อยปละกันขนาดนี้ ผมก็ไม่เข้าใจ)

เวลาผมเดินทาง ไปเห็นสถานที่ละหมาด ที่รัฐจัดให้เพื่อนมุสลิม พักผ่อน และละหมาด เป็นเอกเทศ ผมก็สะท้อนใจ ไม่อิจฉาเพื่อนมุสลิมของผมดอกครับ แต่สะท้อนใจว่า แล้วทำไมพระสงฆ์ไทยซึ่งมีจำนวนมากในประเทศ จะขอที่ "สำรองพระภิกษุ" ดังสมัยก่อนบ้างไม่ได้หรือ

เห็นเพื่อนมุสลิมได้รับความสะดวกไปแสวงบุญที่มักกะ ก็อยากจะเห็นชาวพุทธไปแสวงบุญที่สังเวชนียสถานที่อินเดีย ได้รับการเอาใจใส่ดูแลบ้าง จะได้ไหม ผมไม่อยากเห็นความเหลื่อมล้ำ หรือไม่เสมอภาคเกิดขึ้นในเรื่องการพระศาสนา ก็ไม่รู้ว่ารำพึงกับใคร ท่านนายกฯสมัครของผมนี่แหละ เหมาะที่ผมจะปรารภเรื่องอย่างนี้ให้ฟัง เพราะท่านเป็นคนวัดคนหนึ่ง

มีสองสามเรื่อง (สำหรับคราวนี้) จะฝากท่านนายกฯสมัครคือ

1.การพระพุทธศาสนา มันแยกกันระหว่างกรมการศาสนากับสำนักพุทธ ทั้งๆ ที่ภารกิจเดียวกัน แต่มีหน่วยงานสองหน่วยงานแย่งกันทำ ซ้ำซ้อนกัน กรมการศาสนา ขึ้นอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรม งานหลายอย่างที่กรมนี้ทำ ไม่ได้ผ่านการรับรู้และอนุมัติจากมหาเถรสมาคม (เพราะถือว่าคนละสังกัด) จึงลักลั่น และเกิดความเสียหายอย่างยิ่ง เพราะงานเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ควรผ่านการรับรู้และเห็นชอบจากมหาเถรสมาคม

ทำอย่างไร จึงจะปรับปรุงแก้ไขในเรื่องนี้ได้ ฝากท่านนายกฯสมัครช่วยดูแลด้วย

2.วิชาการทุกวิชา มีครูผู้จบสาขานั้นๆ สอนประจำ แต่วิชาพระพุทธศาสนาและศีลธรรม ไม่มีครูผู้จบวิชาพระพุทธศาสนามาสอน อย่างเก่งเอาครูสังคมศึกษามาแก้ขัด ปัญหานี้มีมานานตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหาแล้ว ใครๆ ก็รู้ก็ทราบ แต่ไม่แก้ไขกัน ฝากท่านนายกฯสมัครช่วยดูด้วย

3.ในมงคลโอกาสพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา สภานิติบัญญัติแห่งชาติและรัฐบาล ร่วมกับมหาเถรสมาคม ได้บรรพชาสามเณร 84,000 รูป โดยนำเด็กนักเรียนมัธยมต้น มาบวชอบรมทั่วประเทศ รวมถึงบวชนักเรียนสตรีเป็นศีลจาริณี 999 คน อยากให้กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมต่อเนื่อง เพราะเป็นการปลูกฝังให้เด็กซาบซึ้งในพระศาสนาและมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ อันจักเป็นพลังสำคัญของชาติและพระศาสนาต่อไป ฝากท่านนายกฯสมัครสั่งการให้อาจารย์ชูศักดิ์ ศิรินิล ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ

คราวนี้เอาแค่สามเรื่องก่อนครับ

 

ข่าว : ข่าวสด
24 กุมภาพันธ์ 2551

   

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com เจ้าของ : วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264