|
รวมเหตุการณ์
พระสงฆ์ประท้วงรัฐบาลพม่า
เหตุการณ์บันลือโลก
โลกแห่งความโสมม
!

ภาพนางออง ซาน ซูจยี สตรีนักการประชาธิปไตยของพม่า
นางเดินออกมานมัสการพระสงฆ์ซึ่งเดินขบวนผ่านหน้าบ้านพัก
รายงานข่าวกล่าวว่า นางซาบซึ้งใจในคุณพระรัตนตรัย น้ำตาไหลนองหน้า
แม้ว่าทหารที่ถือเกราะป้องกันอยู่หน้าบ้านพักนั้นจะใจหินนิลชาติ
ไม่รับรู้รับทราบก็ตาม

นี่คือประชาชนชาวพม่า ซึ่งถูกปกครองโดยรัฐบาลทหารมานานกว่า 30 ปี
พวกเขามีสภาพเช่นไร ทำไมพระสงฆ์จึงต้องแสดงออกทางการเมือง ???

เห็นเสื้อผ้าเนื้อตัวชาวพม่าแล้ว มอซอยิ่งกว่ามูเซอในบ้านเราเสียอีก
ไม่มีเวอร์ชาเช่ร์ ไม่มีหลุยส์วิตตอง ไม่มีซีตรอง
ไม่มีบีเอ็มดับบลิว หรือเบ๊นซ์ซีรี่ E-500
ไม่มีข่าวนักเรียน ม. และดาราตบตีแย่งผู้ชายกัน
ไม่มีข่าวลูกนักการเมืองเบ่งกล้ามเตะคางตำรวจจนสลบบนโรงพัก
ถ้างั้นหมาเดือน 12 ก็เป็นสัตว์มีศิลปะมากกว่าคน
มันทั้งโชว์ทั้งหอนโหยหวนเชียวล่ะ
ไปจับภาพมันมาไว้บนผืนผ้าใบแล้วให้รางวัลเหรียญทอง พร้อมทั้งจัดนิทรรศการสิ
มหาวิทยาลัยศิลปากรจะได้มีศิลปะที่ครบเครื่องเรื่องพรรค์นี้
เห็นภาพนี้แล้วคิดถึงตลาดโบ๊เบ๊ใจหาย สินค้าราคาถูกๆ ในบ้านเรา
ยังดีกว่าที่พม่านับร้อยเท่า
การประท้วงแสดงความไม่พอใจต่อการขึ้นราคาน้ำมันของรัฐบาล
ได้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 19 ส.ค. ในกรุงย่างกุ้งโดยกลุ่มอดีตผู้นำนักศึกษา
และนักเคลื่อนไหวทางสังคมเพียงประมาณ 500 คน
แต่ในชั่วเวลาเพียง 1 เดือน
การประท้วงได้ลุกลามและขยายออกไปอย่างกว้างขวาง สู่เมืองใหญ่อื่นๆ ทั่วประเทศ
โดยมีพระสงฆ์เป็นหัวหอกในการเดินขบวน
จนกระทั่งเมื่อวันจันทร์ (24 ก.ย.)
จำนวนผู้ประท้วงในกรุงเก่าย่างกุ้งทั้งสงฆ์และฆราวาสได้เพิ่มขึ้นเป็นกว่า
100,000 คน เป็นเหตุการณ์ประท้วงรัฐบาลทหารครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 19
ปีในประเทศนี้
ต่อไปเป็นลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
:
15 ส.ค. 2550
ราคาน้ำมันดีเซลถูกปรับสูงขึ้นขณะที่ราคาแก๊สธรรมชาติก็เพิ่มขึ้น 5
เท่า โดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า ทำให้รถประจำทางหลายสายจำเป็นต้องหยุดวิ่ง
19 ส.ค. 2550
ประชาชนประมาณ 500 คนเดินขบวนอย่างสงบ ไปตามถนนในกรุงย่างกุ้ง
ไม่มีการตะโกนคำขวัญ หรือ การถือป้ายข้อความประท้วงใดๆ
เนื่องจากการขึ้นราคาน้ำมันครั้งใหญ่ครั้งแรกในรอบ 2 ปีอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ทำให้ประชาชนไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นได้
21 ส.ค. 2550
แกนนำผู้ประท้วง 13
คนถูกตำรวจจับกุมในข้อหาจัดตั้งการเดินขบวนอย่างสงบ
โดยทั้งหมดเป็นกลุ่มอดีตนักศึกษาที่เคยเดินขบวนเรียกร้อง
ประชาธิปไตยเมื่อปี 2531 โดยเรียกชื่อกลุ่มตัวเองว่า "88 Generation
Students" หรือ นักศึกษายุคปี '88
22 ส.ค. 2550
ประชาชนประมาณ 150 คน
รวมตัวกันเดินขบวนอีกครั้งหนึ่งในกรุงย่างกุ้ง
23
ส.ค. 2550
กลุ่มผู้เดินขบวนประมาณ 40 คนถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจับ
โดยสื่อของทางการรายงานในเวลาต่อมาว่านักโทษทั้งหมดมีความผิดฐานวางแผนให้เกิดการประท้วงทั่วประเทศ
รัฐบาลประกาศเตือนผ่านหนังสือพิมพ์ นิวไลท์ ออฟ เมียนมาร์ ว่า
ผู้ก่อความวุ่นวายจะพบจุดจบเช่นเดียวกับผู้ก่อความไม่สงบในปี 2531
ขณะที่นางอองซานซูจี ถูกย้ายตัวไปคุมขังไว้ที่เรือนจำอิงเส่ง
24 ส.ค. 2550
ทางการพม่าจับกุมกลุ่มผู้เดินขบวนซึ่งส่วนใหญ่เป็นสตรี
หลังพบว่ามีการรวมตัวกันบริเวณใกล้ศาลากลางกรุงย่างกุ้ง
แม้จะยังไม่ได้มีการเดินขบวนก็ตาม
25 ส.ค. 2550
มีตำรวจในเครื่องแบบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคอยตรวจตราตามท้องถนน
27 ส.ค. 2550
ทางการพม่าแก้ต่างว่าการขึ้นราคาน้ำมันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประเทศ
28 ส.ค. 2550
พระสงฆ์เข้าร่วมการประท้วงเป็นครั้งแรก
ที่เมืองสิตต่วยในภาคตะวันตกเฉียงเหนือ
หลังจากการประท้วงครั้งแรกสองสัปดาห์ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยนักเคลื่อนไหวทางสังคมและสมาชิกพรรคฝ่ายค้านเอ็นแอลดี
5
ก.ย. 2550
พระสงฆ์ในเมืองปะก๊อกกู
(Pakokku) นำประชาชนประท้วง โดยการเดินสวดมนต์ไปตามถนนในเมือง
เหตุการณ์เลวร้ายลง หลังจากทหารยิงปืนข่มขู่ และ เข้าทุบตีพระ
6 ก.ย. 2550
กลุ่มพระภิกษุชุมนุมอีกครั้งและมีการบุกทำลายร้านค้า
บ้านเรือนของผู้นำทหาร
พร้อมทั้งควบคุมเจ้าหน้าที่รัฐบาลเป็นตัวประกันนานหลายชั่วโมง
เริ่มมีเสียงคัดค้านจากนานาชาติถึงการกระทำรุนแรงต่อกลุ่มผู้ประท้วงรวมทั้งพระสงฆ์
ขณะที่แกนนำผู้ประท้วงคนหนึ่งเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติหรือ UN
จัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้น
7 ก.ย. 2550
สื่อทางการรายงานว่า กลุ่มพระสงฆ์กำลังพยายาม
"ปลุกระดมสร้างความไม่พอใจของสาธารณชนเพื่อที่จะยุยงให้เกิดการประท้วงอย่างรุนแรงเช่นเดียวกับในปี
2531"
ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช (George W. Bush) ของสหรัฐฯ
กล่าวโจมตีรัฐบาลทหารพม่า ระหว่างการประชุมผู้นำกลุ่มเอเปก (APEC)
ในนครซิดนีย์ ออสเตรเลีย และเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทั้งหมด
ขณะเดียวกันมีผู้ชุมนุมประท้วงการกระทำของรัฐบาลพม่าที่หน้าสถานทูตออสเตรเลีย
11 ก.ย. 2550
พระสงฆ์เรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าออกมากล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางการ
กรณีทำร้ายพระสงฆ์จากเมืองปาป๊อกกู
16 ก.ย. 2550
ภิกษุในเมืองสิตต่วยถูกจับกุม
ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่พระสงฆ์ในพุทธศาสนาพม่าถูกคุมขัง
17 ก.ย. 2550
สถานีวิทยุต่างประเทศภาษาพม่ารายงานว่าคณะสงฆ์ผู้ต่อต้านรัฐบาลปฏิเสธรับบิณฑบาตรจากผู้นำทหารพม่ารวมทั้งครอบครัวและเครือญาติ
ซึ่งถือเป็นปฏิกิริยาที่รุนแรงของสงฆ์ต่อทางการพม่า
18 ก.ย. 2550
พระภิกษุจำนวนประมาณ 300
รูปรวมตัวประท้วงใน 2 เมืองใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2
ของประเทศ ขณะที่พระสงฆ์อีก 90
รูปเดินขบวนอย่างสงบตามท้องถนนในเมืองอองลาน (Aunglan)
ทั้งหมดเรียกร้องให้รัฐบาลออกมาขอโทษอย่างเป็นทางการ
ในกรณีเจ้าหน้าที่ทำร้ายพระภิกษุเมื่อวันที่ 5 ก.ย.
19 ก.ย. 2550
พระสงฆ์ยังคงรวมตัวกันเดินขบวนประท้วงในกรุงย่างกุ้งโดยเพิ่มจำนวนถึงกว่า
2,000 รูป โดยส่วนหนึ่งพยายามมุ่งหน้าสู่มหาเจดีย์ชเวดากอน แต่ถูกสกัดกั้น
20 ก.ย. 2550
พระสงฆ์ราว 400 รูป เดินร่วมขบวนเป็นวันที่ 4 ติดต่อกัน
โดยเดินสวดมนต์ไปตามถนนกรุงย่างกุ้งอีกครั้ง
ขณะที่ทางการพม่ากล่าวหาว่าพระสงฆ์ที่ร่วมเดินขบวนเป็นพระปลอม
22 ก.ย. 2550
ผู้ประท้วง ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสเพิ่มจำนวนขึ้นเป็นกว่า 10,000 คน
โดยนาง อองซานซูจี
ได้ออกมานมัสการพระสงฆ์ด้วยน้ำตานองตาระหว่างที่ขบวนประท้วงผ่านหน้าบ้านพัก
24
ก.ย. 2550
เกิดการเดินขบวนใหญ่โตอย่างเกินความคาดหมาย
เมื่อฝูงชนหลายหมื่นคนเข้าร่มขบวนประท้วงของพระหลายหมื่นรูป ก่อให้เกิด
"กองทัพธรรม" ที่มีกำลังพลกว่า 100,000
25
ก.ย. 2550
ทางการประกาศเคอร์ฟิวในกรุงย่างกุ้ง กับเมืองมัณฑะเลย์
โดยห้ามให้มีการชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไปตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะกรณีใดๆ
และห้ามออกจากบ้านในยามวิกาล เป็นเวลา 60 วัน
โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันรุ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังขู่จะจัดการกับผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาดอีกด้วย
สหภาพยุโรปประกาศจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรประเทศพม่า
หากมีการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุม
26 ก.ย. 2550
ตำรวจพม่าตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตา
ใส่กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งนำโดยพระสงฆ์ และยิงปืนเข้าใส่ในเวลาต่อมา
ทำให้พระสงฆ์ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 17 รูป
มีรายงานว่ามีผู้ชุมนุมเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย
และเป็นพระสงฆ์ถึง 3 รูป โดย 2 รูปถูกกระสุนปืน และ อีก 1 รูปถูกทุบจนมรณภาพ
อย่างไรก็ตาม
หนังสือพิมพ์ทางการพม่ารายงานว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตเพียง 1 คน และ
บาดเจ็บอีก 3 ราย
โฆษกพรรคฝ่ายค้าน NLDนายมี้นเต็ง (Myint Thein) กับ นายหลาเป (Hla Pe)
สมาชิกอาวุโสของพรรค
ได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบุกจู่โจมเข้าจับกุมในบ้านพัก
27
ก.ย. 2550
ตำรวจเข้าบุกค้นวัดหลายแห่ง
เพื่อกวาดล้างการชุมนุม พร้อมทั้งจับกุมผู้คนอีกอย่างน้อย 100 คน
นายเคนจิ นางาอิ ช่างภาพสำนักข่าวเอเอฟพีชาวญี่ปุ่น
เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปราบปรามเมื่อวันที่ 26 ก.ย.
โดยสื่อญี่ปุ่นรายงานว่านายเคนจิถูกยิงในระยะเผาขน บริเวณซี่โครงด้านขวา
ขณะตำรวจขับไล่ผู้ประท้วงออกจากบริเวณหน้ามหาเจดีย์สุเล
25
ก.ย. 2550
ทางการประกาศเคอร์ฟิวในกรุงย่างกุ้ง กับเมืองมัณฑะเลย์
โดยห้ามให้มีการชุมนุมเกิน 5 คนขึ้นไปตลอดเวลา 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะกรณีใดๆ
และห้ามออกจากบ้านในยามวิกาล เป็นเวลา 60 วัน
โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันรุ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังขู่จะจัดการกับผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างเด็ดขาดอีกด้วย
สหภาพยุโรปประกาศจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรประเทศพม่า
หากมีการใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุม
26 ก.ย. 2550
ตำรวจพม่าตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตา
ใส่กลุ่มผู้ประท้วงซึ่งนำโดยพระสงฆ์ และยิงปืนเข้าใส่ในเวลาต่อมา
ทำให้พระสงฆ์ถูกยิงได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 17 รูป
มีรายงานว่ามีผู้ชุมนุมเสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 4 ราย
และเป็นพระสงฆ์ถึง 3 รูป โดย 2 รูปถูกกระสุนปืน และ อีก 1 รูปถูกทุบจนมรณภาพ
อย่างไรก็ตาม
หนังสือพิมพ์ทางการพม่ารายงานว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตเพียง 1 คน และ
บาดเจ็บอีก 3 ราย
โฆษกพรรคฝ่ายค้าน NLDนายมี้นเต็ง (Myint Thein)
กับ นายหลาเป (Hla Pe) สมาชิกอาวุโสของพรรค
ได้ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงบุกจู่โจมเข้าจับกุมในบ้านพัก
27 ก.ย. 2550
ตำรวจเข้าบุกค้นวัดหลายแห่ง
เพื่อกวาดล้างการชุมนุม พร้อมทั้งจับกุมผู้คนอีกอย่างน้อย 100 คน
นายเคนจิ นางาอิ ช่างภาพสำนักข่าวเอเอฟพีชาวญี่ปุ่น
เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปราบปรามเมื่อวันที่ 26 ก.ย.
โดยสื่อญี่ปุ่นรายงานว่านายเคนจิถูกยิงในระยะเผาขน บริเวณซี่โครงด้านขวา
ขณะตำรวจขับไล่ผู้ประท้วงออกจากบริเวณหน้ามหาเจดีย์สุเล
ประเทศในกลุ่มสมาชิกอาเซียนแถลงการณ์ประณามการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างสงบของรัฐบาลทหารพม่า
ในการประชุมสามัญสหประชาชาติครั้งที่ 62 ที่นครนิวยอร์ก
ถือเป็นท่าทีทางการทูตที่แข็งกร้าวที่สุดของอาเซียนที่มีต่อประเทศสมาชิกด้วยกัน
เนื่องจากยึดนโยบายไม่แทรกแซงกิจการภายในของกันและกันมาตลอด
28 ก.ย. 2550
การต่อเชื่อมอินเตอร์เน็ตในประเทศพม่าถูกตัด
โดยเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์และโทรคมนาคมกล่าวว่าเคเบิลใต้น้ำได้รับความเสียหาย
อย่างไรก็ตามคาดว่าทางการพม่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง
เพื่อป้องกันการเผยแพร่วิดีโอ รูปภาพ และข้อมูลเกี่ยวกับการประท้วง
ขณะที่มีรายงานผู้เสียชีวิตจากทางการพม่าเพิ่มเป็น 13 ศพ
29 ก.ย. 2550
สหรัฐอเมริกาออกมาประกาศว่าสามารถติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์ในพม่าได้ผ่านดาวเทียม
นายอิบราฮิม กัมบารี ทูตพิเศษของสหประชาชาติ
ออกเดินทางจากสิงคโปร์ไปยังกรุงย่างกุ้งของพม่า
เพื่อนำสารจากสารจากเลขาธิการสหประชาชาติ
สารจากคณะมนตรีความมั่นคง และสารจากสมาคมอาเซียน
ไปแจ้งแก่ผู้นำรัฐบาลทหารพม่าได้รับทราบ
ขณะที่มีความหวังว่าจะได้พบนางอองซานซูจี
ซึ่งเป็นผู้ชนะในการเลือกตั้ง แต่ถูกจับกุมคุมขังไว้ในบ้านพักมานานนับสิบปี
ในครั้งนี้ด้วย
ข่าว : ผู้จัดการ
1 ตุลาคม 2550
|