|
บก.มติชน
"เสียใจ"
อย่างแรง
ที่คณะสงฆ์ไทย
"เฉยเมย"
ต่อชะตากรรมของพระพม่า
อ้า..คือว่า ช่วงนี้คณะสงฆ์ไทย โดยพระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมกำลังยุ่งอยู่
เพราะต้องดูแลโผสมณศักดิ์ซึ่งจะต้องทูลเกล้าฯ ให้ทันก่อนวันที่ 5 ธันวาคม
ศกนี้ เฉพาะปีนี้มีตำแหน่ง
"รองสมเด็จ"
ว่างถึง 2 ตำแหน่ง แต่คนอยากได้มีเป็นร้อย จึงแย่งกันแรงหน่อย
ต้องต่อต้องรองระหว่างสามก๊กในมหานิกาย
แถมยังมีคนหมายปองตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนใต้ที่ว่างลงไปอีก ตำแหน่งนี้สำคัญพอๆ
กับ ผบ.ทบ.เชียวล่ะ ดังนั้น ในส่วนของมหาเถรสมาคมจึงไม่มีพระมหาเถระรูปไหนว่างพอจะไปสนใจในเรื่องของพม่า
ทางด้านมหาจุฬาฯ มหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายมหานิกาย วัดมหาธาตุนั้น
ท่านอธิการบดีก็กำลังวิ่งเต้นขึ้นรองสมเด็จฯ ส่วนมหาโชว์ก็กำลังยุ่งอยู่กับการประท้วงภาพวาดรางวัลชนะเลิศของ ม.ศิลปากร
ยังต้องรอผลอีกหลายวันกว่าจะทราบ
ทางฝ่ายมหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยสงฆ์ ฝ่ายธรรมยุติกนิกาย
วัดบวรนิเวศนั้น ก็กำลังวุ่นอยู่กับการถ่ายทำหนังพระไตรปิฎกโครงการพันล้าน
เพิ่งแก้ข่าวเรื่องนายแบบห่มนิดห่มหน่อยเสร็จไป
ยังติดที่ต้องหาเงินอีกหลายร้อยล้าน ถ้าทำสำเร็จก็กะจะส่งแข่งฮอลลีหวูดชิงรางวัลออสก้าปลายปีหน้า
เอาให้จิมแครี่หัวเราะหงายท้องแบบว่าหมดมุกไปเลย
หลวงหนุ่ยก็ยังเดินสายเสกจตุคามไม่เสร็จ
แต่ถ้าพระพม่าสนใจจะออกรุ่นกู้ชาติซักชุดก็ได้นะ ราคามิตรภาพแบบกันเองๆ
เรายึดมั่นอยู่ในหลักการของพระพุทธเจ้าข้อที่ว่า
อตฺตทตฺถํ ปรตฺเถน พหุนาปิ น หาปเย.
บุคคลไม่พึงพร่าประโยชน์ของตนให้เสียไป
เพราะผลประโยชน์ของผู้อื่นแม้จะมาก
(เพราะถึงเขาจะรวย แต่ก็ไม่ได้แบ่งเรากิน)
ด้วยประการฉะนี้ เราจึงไม่มีโอกาสไปประท้วงเรื่องพระพม่า
เพราะแค่เรื่องของตัวเองก็
"ขี้เต็มก้น"
แล้วโยมเอ๊ย ซอรี่นะ ไว้ว่างๆ
ค่อยต่อสายไปคุยเป็นการภายในกะแล้วกัน
ทินํ มนํ
จมนํ ทิกุจนํ
ที่นั่งของตัวไม่ยอมนั่ง ดันมานั่งที่กูจะนั่ง
(บาลีมั่วของเปรียญเถื่อน)
------------------------
ภาพพระสงฆ์แห่งประเทศพม่านับพันนับหมื่นรูป
เดินขบวนเป็นทิวแถวห้อมล้อมด้วยประชาชนมุ่งเดินไปเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย
ให้บังเกิดขึ้นในประเทศของตนนั้น เป็นภาพที่ส่งผลสะเทือนต่อจิตใจชาวโลก
เพราะแทบจะไม่ค่อยปรากฏให้เห็นว่า
พลังของหมู่สงฆ์จะแสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในเรื่องที่อาจเกิดประเด็นโต้แย้งว่า
พระสงฆ์กำลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเมืองหรือเป็นกิจที่พระสงฆ์มิอาจปฏิเสธได้หากฆราวาสกำลังเดือดร้อนและ
ระบอบการปกครองที่กดขี่ข่มเหงรังแกประชาชนย่อมกระทบต่อการทำนุบำรุงและการจรรโลงพระพุทธศาสนาให้จำเริญรุ่งเรือง
และเมื่อกระสุนออกจากปากกระบอกปืนของทหารพม่าพุ่งเข้าใส่ร่างของพระสงฆ์จนถึงแก่มรณภาพไปหลายราย
รวมทั้งได้รับบาดเจ็บและถูกจับกุมไปคุมขังเป็นร้อยๆ รูป
ทำให้ชาวพุทธไม่แต่เฉพาะพม่าเท่านั้น ประเทศอื่นๆ
ที่ประชาชนนับถือศาสนาพุทธย่อมจะเสียใจที่เกิดความรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออกกับพระสงฆ์พม่า
ปรากฏการณ์มวลหมู่พระสงฆ์พม่าที่รวมพลังกันเป็นกองทัพธรรมเพื่อสู้รบปรบมือกับทหารที่เป็นกองทัพแห่งศาสตราอาวุธร้ายแรงนับเป็นมิติใหม่ของวงการพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน
สิ่งที่ควรได้รับการยอมรับก็คือ
พระสงฆ์พม่าได้ใช้การเดินขบวนอย่างเป็นระเบียบ ไม่มีการใช้อาวุธ
ไม่ได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการ
เนื้อหาของการเคลื่อนไหวในการประท้วงก็มีเหตุผลที่ชอบธรรมว่าไม่ได้ทำเพื่อสิทธิประโยชน์ของพวกตน
หากกระทำไปเพื่อประเทศพม่าและความสงบสุข
ร่มเย็นของประชาชนชาวพม่าซึ่งโดยหลักศาสนาพุทธ
สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงวางหลักไว้เป็นแนวปฏิบัติอยู่แล้ว นั่นคือ
ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องแผ้ว ในส่วนของศีล 5
สำหรับฆราวาสทั่วไป และสำหรับพระสงฆ์ก็ให้ถือศีล 227 ข้อ
เมื่อพระสงฆ์พม่ากระทำในสิ่งที่ถูกต้อง ชอบธรรม
ด้วยความกล้าหาญและเสียสละจึงควรที่พระสงฆ์ในประเทศต่างๆ
ที่ล้วนได้ชื่อว่าเป็นศิษย์ของตถาคตองค์เดียวกันย่อมจะเข้าใจและน่าจะส่งกำลังใจไปถึงพระสงฆ์พม่าเพื่อยืนหยัดในการต่อสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน
เพื่อให้การปกครองเป็นประชาธิปไตย
แทนที่จะปล่อยให้พระสงฆ์พม่าเคลื่อนไหวร่วมกับประชาชนพม่าอย่างโดดเดี่ยว
ตามลำพัง
กล่าวสำหรับประเทศไทยซึ่งได้ชื่อว่า มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
พระสงฆ์ของไทยซึ่งได้ทำหน้าที่สืบทอดพระพุทธศาสนามายาวนานและสั่งสอนพุทธศาสนิกชนให้ทำความดี
ละเว้นความชั่ว ทำจิตใจให้ผ่องใส จนทั่วโลกให้การยอมรับว่า
ประเทศไทยกับพระพุทธศาสนานั้นเป็นของคู่กัน
บรรดาชาวพุทธทั้งพระสงฆ์และฆราวาสต่างก็ตระหนักว่า พระพุทธศาสนานั้นสูงส่ง
สำคัญยิ่งต่อวิถีชีวิตและการปฏิบัติตนให้พ้นจากกิเลสและความทุกข์ทั้งปวง
เมื่อมีการกระทำในลักษณะที่กระทบต่อพระพุทธศาสนาอย่างไม่เหมาะสม
ไม่บังควรเกิดขึ้นไม่ว่าที่ใดในโลก
ชาวพุทธไทยจะแสดงปฏิกิริยาคัดค้านต่อต้านทันที
นี่คือความดีที่ได้รับการยกย่อง
จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง
ที่เหตุการณ์จลาจลในพม่าจนมาซึ่งเกิดการสูญเสียเลือดเนื้อและชีวิตของทั้งพระสงฆ์และประชาชนชาวพม่า
แล้วไม่เกิดการเคลื่อนไหวใดๆ จากพระสงฆ์ไทย
ไม่ว่าจะเป็นการส่งกำลังใจหรือการแสดงออกที่จะส่งผลสะเทือนจนกลายเป็นอีกหนึ่งแรงกดดันให้รัฐบาลทหารพม่าได้ยับยั้งชั่งใจ
หยุดทำร้ายพระสงฆ์และประชาชน ยุติการกดขี่บีฑาประชาชน
การกระทำเช่นนี้เท่านั้นที่สะท้อนให้เห็นจิตใจที่เป็นสากลของชาวพุทธที่มิได้ยึดติดอยู่แต่เรื่องของตัวเอง
เฉพาะในประเทศของตน หากแต่จิตใจที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
เห็นอกเห็นใจผู้ที่กำลังได้รับความทุกข์ยากเดือดร้อน
และพร้อมเข้าช่วยเหลือตามกำลังเท่าที่จะกระทำได้นั้นล้ำเลิศ
กว้างไกลไม่มีอะไรมากีดกั้นได้
ในระยะเวลาที่ผ่านมา
พระสงฆ์ไทยได้แสดงบทบาทด้วยความห่วงใยต่อปัญหาทางโลก เช่น
การเดินขบวนเรียกร้องให้บรรจุพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ
การรวมตัวกันคัดค้านภาพวาดชื่อ "ภิกษุสันดากา"
ที่ได้รางวัลชนะเลิศจากการจัดประกวดโดยมหาวิทยาลัยศิลปากร
และจัดแสดงอยู่ในขณะนี้ว่าเป็นการลบหลู่พระภิกษุสงฆ์ เป็นต้น
หากพระสงฆ์ไทยตั้งสติและมองให้กว้างก็จะพบว่า
พระสงฆ์พม่าคือผู้สืบทอดพระพุทธศาสนาที่รอกำลังใจและการสนับสนุนจากพระสงฆ์ทั่วโลกรวมทั้งไทยที่อยู่ใกล้กันมากที่สุด
ข่าว : มติชน
29 กันยายน 2550
|