|
ขังลืม
6000
!
พระสงฆ์
3000
!!
ผลงานรัฐบาลพุทธของพม่า

สมถะ-วิปัสสนา โมกษะ
VS
อิสรภาพทางกาย

ภาพนี้จะไม่มีให้เห็นอีกต่อไป
ตลอดไป...
หลายหน่วยงานได้ทยอยกันเปิดเผยตัวเลขเกี่ยวกับจำนวนผู้ประท้วงที่หายหน้าไปจากท้องถนนกรุงย่างกุ้ง
ล่าสุดเจ้าหน้าทางการยอมรับว่า กว่า 1,700
คนกำลังถูกคุมขังในสถานที่แห่งหนึ่ง ขณะที่สำนักข่าวดีวีบี (DVB) กล่าวว่า
ทางการได้จับกุมผู้ประท้วงไปประมาณ 6,000 คน ในระยะที่ผ่านมา
ดีวีบียังรายงานด้วยว่าจำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากการปราบปรามอย่างรุนแรงของทางการเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
มีอย่างน้อย 138 คน
ซึ่งเป็นจำนวนที่ห่างไกลกันมากกับที่ทางการแถลงยอมรับว่ามีผู้เสียชีวิตเพียง
10 คนเท่านั้น
เสียงประชาธิปไตยพม่า (Democratic Voice of Burma) หรือ DVB
เปิดเผยว่า ทางการได้ควบคุมตัวผู้เดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลราว 6,000
คนในสถานที่ 4 แห่งรวมทั้งเรือนจำอิงเส่ง (Insein)
และสนามม้าร้างในกรุงย่างกุ้งด้วย
DVB ยังคงออกอากาศผ่านวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์จากกรุงออสโล (Oslo)
ในนอร์เวย์ไปยังพม่าอย่างต่อเนื่อง
"พวกเราประเมินว่า ประชาชนประมาณ 6,000 คนถูกคุมขังอยู่ในขณะนี้
แต่ยังไม่ถูกสังหาร" ซึ่งรวมทั้งพระสงฆ์ราว 2,400 รูปด้วย นายเอชันนาย (Aye
Chan Naing) หัวหน้าบรรณาธิการ DVB กล่าว พร้อมทั้งระบุว่า
นักโทษทั้งหมดยังถูกกักขังไว้ในที่อื่นๆ เช่น โรงงานเภสัชกรรม
และสถาบันทางเทคโนโลยีรัฐบาลด้วย
ดีวีบีอ้างว่า
ผู้ถูกจับหลายรายอาจจะถูกส่งตัวไปขังในคุกทางภาคเหนือของประเทศ
พระสงฆ์ถูกปราบปรามอย่างหนักในการเป็นแกนนำในการเดินขบวนประท้วง
นักการทูตชาวเอเชียคนหนึ่งกล่าวว่า
พระสงฆ์ที่ถูกจับทั้งหมดถูกบังคับให้สึกและสวมชุดฆราวาส
บางรูปอาจต้องอยู่ในเรือนจำเป็นเวลาอีกยาวนาน
เรือนจำอิงเส่ง ตั้งอยู่ใกล้กับกรุงย่างกุ้ง
สร้างโดยอังกฤษตั้งแต่สมัยอาณานิคม
ปัจจุบันกลายเป็นเรือนจำที่มีการคุ้มกันอย่างเข้มงวด
และขึ้นชื่อลือชาในเรื่องการทรมานและความยากลำบากต่างๆ
ผู้ต้องขังรายหนึ่งซึ่งเคยอยู่ในเรือนจำนี้เปรียบเทียบว่าเป็น
"หลุมนรกที่เลวร้ายที่สุดในพม่า"
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทางการพม่าคนหนึ่งกล่าวว่า มีประชาชนกว่า 1,700
คนถูกคุมขังอยู่ภายในสถาบันทางเทคโนโลยีของรัฐบาล ซึ่งรวมถึงผู้หญิงประมาณ
200 คน และยังมีสามเณรอายุประมาณ 10 ขวบอย่างน้อย 1 คนด้วย
พวกเขาต้องอยู่ภายในโกดังทึบไม่มีหน้าต่าง
ซึ่งพระสงฆ์ถูกบังคับให้ถอดผ้าเหลือง หลายรูปปฏิเสธฉันอาหารจากทางการทหาร
โดยอาหารถูกส่งไปถึงในเวลาบ่าย ซึ่งเลยเวลาที่พระสงฆ์สามารถฉันได้
เจ้าหน้าที่คนเดิมกล่าว
นายโทนี บันเบอรี (Tony Banbury)
ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของโครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ หรือ World
Food Program (WFP)
แสดงความกังวลเกี่ยวกับรายงานที่ว่านักโทษได้ถูกย้ายไปยังสถานที่แห่งใหม่ที่ไม่มีใครรู้
นายบันเบอรีกล่าวอีกว่าสหประชาชาติได้รับการยืนยันว่า ประชาชนราว
1,000 คนถูกจับกุมตัวอยู่ที่สถาบันเทคโนโลยี
"มีการรายงานว่า ประชาชนประมาณ 1,000 คน
ซึ่งรวมถึงพระสงฆ์และนักศึกษาได้ถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่นซึ่งไม่อาจระบุได้"
นายบันเบอรีกล่าว
"แน่นอนว่า
หน่วยงานของสหประชาชาติต่างกังวลเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของผู้คนเหล่านี้
พวกเขาอยู่ในสภาพอย่างไร
หรือพวกเขาได้รับความช่วยเหลือจากสภากาชาดบ้างหรือไม่"
เจ้าหน้าที่สหประชาชาติในพม่าได้รับรายงานว่า
สภาพความเป็นอยู่ภายในสถาบันเทคโนโลยีดังกล่าวยากลำบากมาก
ไม่มีเครื่องสุขภัณฑ์สำหรับผู้ต้องขัง
ส่วนองค์การให้ความช่วยเหลือนักโทษการเมือง (Assistance Association for
Political Prisoners) หรือ AAPP ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยกล่าวว่า
ทางการทหารต้องการเคลื่อนย้ายประชาชนกว่า 1,000 คนออกจากสถาบันดังกล่าว
เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในบริเวณนั้นได้ยินเสียงพระสงฆ์สวดมนต์
"ขณะที่พวกเขาถูกขังอยู่ในนั้น พระสงฆ์ก็สวดมนต์ไปด้วย
เพื่อที่ชาวบ้านจะสามารถได้ยินเสียง
ทางการไม่ต้องการให้ชาวบ้านได้ยิน...จึงย้ายนักโทษออกไปอยู่นอกเมือง"
นายบ๊อยี (Bo Kyi) เลขาธิการของ AAPP กล่าว
นายยีวิตกว่า เจ้าหน้าที่ทางการอาจบังคับให้พระสงฆ์ฉันอาหาร
เพราะสำหรับชาวพุทธ
การที่พระสงฆ์ปฏิเสธรับการถวายอาหารเทียบเท่ากับตัดขาดผู้ถวายคนนั้นออกจากศาสนา
การปฏิเสธรับการถวายอาหารของพระสงฆ์ทำให้เจ้าหน้าที่ทางการทหารจำนวนมากไม่พอใจ
และข่มขู่ว่าจะทรมานพระสงฆ์จนกว่าจะยอมฉันอาหาร
AAPP ประเมินว่า มีประชาชนถูกจับไปประมาณ 2,000 คน
ระหว่างการปราบปรามกลุ่มผู้เดินขบวนประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ในกรุงย่างกุ้งเมื่อวันจันทร์ (1 ต.ค.) ดูเหมือนว่า
การเดินขบวนประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่การประท้วงเมื่อปี พ.ศ.2531
ต้องประสบกับความล้มเหลวอีกครั้ง
"ผู้คนต่างโกรธแค้น แต่ก็หวาดกลัวด้วย
หลายคนยากจนและต้องต่อสู้ดิ้นรนในการดำเนินชีวิต
พวกเขาจึงไม่เข้าร่วมการประท้วงอีกต่อไป" นายเตทา (Theta)
คนขับแท็กซี่จบปริญญาตรีวัย 30 ปีกล่าว
ชาวพม่าต่างรู้สึกสิ้นหวัง และ "ประชาชนรู้สึกโมโหเดือดดาล
แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เนื่องจากพวกเขาเผชิญหน้ากับปืน...การประท้วงยุติลง
เพราะพวกเขาไม่เหลือความหวังอีกแล้ว" คุณครูวัย 68 คนหนึ่งกล่าว.
ข่าว : ผู้จัดการ
3 ตุลาคม 2550
|