|
ผู้จัดการโต้ฝ่ายค้าน
ทำไมสนธิบวชวัดชนะ
หารู้ไม่ว่า ตอนไล่ทักษิณนั้น
ก็ได้ระฆังดีจากวัดชนะไปตีช่วย

ระฆังมงคลที่สนธิ ลิ้มทองกุล ยืมไปจากวัดชนะสงคราม
เพื่อใช้ตีเริ่มต้นขับไล่รัฐบาลทักษิณที่ท้องสนามหลวง
อันเป็นกุญแจไขว่า ทำไมสนธิต้องไปบวชที่วัดชนะสงคราม
จากแยกบางลำพู
เลี้ยวมายังป้อมพระสุเมรุไปตามถนนพระอาทิตย์
วกกลับย้อนขึ้นมาเลียบเชิงสะพานพระปิ่นเกล้า
กลับมายังย่านบางลำพูหน้าวัดชนะสงคราม ราชวรมหาวิหาร
เป็นย่านเก่าแก่ยาวนานมาตั้งแต่ยุคก่อตั้งกรุงรัตนโกสินทร์
การนำเสนอภาพชุมชนแห่งนี้ให้ชัดเจนที่สุด
ต้องกล่าวถึงองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนคือ 1. วัดชนะสงคราม 2.
ชุมชนดั้งเดิมที่เป็นชาวมอญ และ 3. เจ้าวังหน้า
เรื่องราวในอดีตย้อนลงไปกว่า 200 ปีของชุมชนแห่งนี้
สามารถเชื่อมโยงร้อยเรียงเพื่อนำมาอธิบายภาพที่ปรากฏเป็นชุมชนพระอาทิตย์ในปัจจุบันได้อย่างไม่ขาดตอน
เพราะทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไปสืบทอดต่อเนื่องกัน
ยุคต้นรัตนโกสินทร์ - -
ที่ดินบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาตรงถนนพระอาทิตย์ตั้งแต่ปากคลองบางลำพู
ตรงข้างวัดสังเวชฯ จนถึงบริเวณท่าช้างวังหน้า (ใต้สะพานพระปิ่นเกล้า)
เป็นที่ตั้งของชุมชนชาวมอญที่เข้ามาสวามิภักดิ์แหล่งใหญ่แห่งหนึ่ง
หัวหน้าชุมชนรับราชการเป็น เจ้ามหาโยธา (ทอเรียะ) ต้นตระกูล คชเสนี
โดยมีจุดศูนย์รวมจิตใจอยู่ที่ วัดตองปุ
อันเป็นวัดเก่ามีมาก่อนตั้งกรุงฯ ต่อมาพระราชทานนามว่า วัดตองปุ
และตั้งสมเด็จพระราชาคณะฝ่ายรามัญมาดูแล
เพื่อให้เหมือนกับวัดของชุมชนมอญอาสาครั้งกรุงเก่าฯ
ละแวกดังกล่าวอยู่ใกล้เขตพระราชฐานของกรมพระราชวังบวรฯ หรือ วังหน้า
... ครั้งเมื่อ สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท ชนะศึกสงครามเก้าทัพ
เสด็จมาทำพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนเครื่องทรงตามพระราชพิธีโบราณที่วัดตองปุก่อนเสด็จเข้าพระบรมมหาราชวัง
จึงทรงโปรดฯ ให้บูรณะพระอารามใหม่เมื่อปี 2330 จากนั้นรัชกาลที่ 1
ได้ทรงพระราชทานนามใหม่ว่า “วัดชนะสงคราม” อย่างไรก็ตาม
ชาวบ้านยังคงเรียกชื่อ วัดตองปุเรื่อยมาจนถึงประมาณสมัยรัชกาลที่ 5
เจ้ามหาโยธา ทอเรียะ มีบุตรรับราชการสืบต่อ นามว่า
พระยาดำรงราชพลขันธ์ (จุ้ย) มีธิดาถวายตัวเป็นพระสนมเอกในรัชกาลที่ 4
ชื่อว่า เจ้าจอมมารดากลิ่น ซึ่งให้ประสูติพระราชโอรส ทรงพระนามว่า
“พระองค์เจ้าชายกฤษดาภินิหาร” ซึ่งต่อมาได้รับสถาปนาเป็น
“พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรฤทธิ์”
ตระกูล คชเสนี
จึงถวายที่ดินบริเวณถนนพระอาทิตย์เพื่อเป็นวังที่ประทับของพระองค์เจ้าชายกฤษดาภินิหาร
ปัจจุบันคือ 'บ้านมะลิวัลย์' ที่ตั้งของสำนักงาน
องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ไม่ไกลนักกับบ้านพระอาทิตย์
ด้วยทำเลที่ตั้งและความเป็นมาเกี่ยวข้องกับชุมชนมอญ วัดชนะสงคราม
จึงเกี่ยวข้องกับเจ้านายวังหน้า – ชุมชนมอญพระอาทิตย์มาตั้งแต่ต้น
ในสมัยรัชกาลที่ 2 สมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์ (วังหน้า)
ทรงนำไม้ที่รื้อพระพิมานดุสิตา ซึ่งเคยเป็นหอพระสร้างเสนาสนะถวาย
จนมาถึงการบูรณะใหญ่อีกครั้งสมัยรัชกาลที่ 6 พระศรีพัชรินทรา ฯ พระพันปีหลวง
ทรงมอบหมายให้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศรวรฤทธิ์ (หลานทวดของพระมหาโยธา
ทอเรียะ ซึ่งมีวังอยู่ใกล้กับวัด ) บูรณะจนเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 7
รัตนโกสินทร์ยุคกลางถึงยุคปัจจุบัน - -
ละแวกถนนพระอาทิตย์และวัดชนะสงคราม เป็นเขตพระราชฐานของวังหน้า
จึงเป็นธรรมเนียมที่ “เจ้านายวังหน้า”
ได้พระราชทานที่ดินเพื่อสร้างวัง หรือ ตำหนักประทับ
ต่อเนื่องกันมาในแต่ละรัชกาล
โรงเรียนการข่าวทหารบกปัจจุบัน เคยเป็นวังของกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
วังหน้าในรัชกาลที่ 5 ลึกเข้าไปในตรอกโรงไหม เคยเป็นที่ตั้ง
วังของพระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวรวุฒิอาภรณ์
พระโอรสในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ
บ้านเจ้าพระยา ที่ทำการของ เอเอสทีวี. เดิมเป็นวังของ
พระเจ้าราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้านวรัตน์ กรมหมื่นสถิตยธำรงสวัสดิ์
พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (วังหน้า)
ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 6 พระราชทานที่ดินและอาคารแก่พระวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าคำรบ พระบิดาของ ม.ร.ว.เสนีย์-คึกฤทธิ์ ปราโมช
ส่วน บ้านพระอาทิตย์ นั้น เดิมเป็นบ้านของ
เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์(ม.ร.ว เย็น อิศรเสนา)
เจ้านายผู้สืบเชื้อสายมาจากพระองค์เจ้าพงศ์อิศเรศร์ พระโอรสใน
สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์-วังหน้าในสมัยรัชกาลที่ 2
โดยได้สร้างขึ้นใหม่แทนวังเดิมที่ทรุดโทรมลงเมื่อพ.ศ.2475
เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์
มีความสัมพันธ์สืบเนื่องกับชุมชนมอญพระอาทิตย์-วัดชนะสงคราม อย่างแนบแน่น
บิดาของท่านคือ ม.จ.เสาวรส อิศรเสนา สมรสกับ หม่อมมุหน่าย อิศรเสนา
เชื้อสายมอญชุมชนพระอาทิตย์ เมื่อยังเด็ก เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์
ไปเรียนหนังสือกับหลวงตา (บิดาของหม่อมมุหน่าย)
ซึ่งบวชจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงคราม
เจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ เจ้าของบ้านพระอาทิตย์
จึงมีสายใยผูกพันกับชุมชนมอญ และ วัดชนะสงคราม อย่างแยกไม่ออก
………………
กาลเวลาเปลี่ยนแปร
...สถานที่ในอดีตบ้างแปรเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการหรือองค์การต่างประเทศ
ขณะที่ชุมชนมอญดั้งเดิมเปลี่ยนแปลงไปมากแทบไม่เหลือเค้าลาง-ร่องรอย
แต่ถึงที่สุดแล้ว ไม่ว่ากาลเวลาจะเปลี่ยนไปเช่นไร
ผู้ที่มาอาศัยอยู่ในชุมชนแห่งนี้ยังคงซาบซึ้งกับสิ่งดีงามในอดีต .. บ้าน กับ
วัด ยังคงอุปถัมภ์ค้ำจุนกันเป็นสายใยผูกพันสืบเนื่องกันมานับจากรุ่นสู่รุ่น
พวกเรา – ชาวผู้จัดการ/เอเอสทีวี. และกิจการในเครือ
ที่ได้มาอาศัยพักพิงอย่างสงบร่มเย็นในสถานที่ซึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน
ต่างยึดมั่นและเคารพในวิถีปฏิบัติ
เคารพและเห็นคุณค่าของสายใยผูกพันที่บรรพชนในอดีตสร้างเอาไว้
ชาวผู้จัดการแทบทุกคนต่างเคยเดินผ่านเข้าออกวัดชนะสงคราม-บางคนวันละหลายเที่ยว
ล้วนมีความเคารพศรัทธาบารมีแห่งพระพุทธคุณ
เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นความผูกพันของคนทำงานที่ได้เข้าไปพึ่งพาร่มโพธิ์ร่มไทร
ได้พึ่งพาบารมีของ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ อยู่เนือง ๆ
แม้กระทั่งเมื่อครั้งออกรบใหญ่ เปิดเวทีกู้ชาติครั้งแรก ณ
ลานพระบรมรูปทรงม้า 4 กุมภาพันธ์ 2549 ก็ได้รับเมตตาสูงสุดจาก เจ้าพระคุณ
สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรุณาให้ยืม ระฆังมงคล ประจำอยู่บนเวทีใหญ่
ให้สนธิ ลิ้มทองกุล ได้เคาะระฆังสัญญาณดังกล่าวร้องทุกข์ถวายฎีกา
อันเป็นจุดเริ่มของการต่อสู้ใหญ่ของมวลมหาประชาชนในนามของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในเวลาต่อมา
นับเป็นความผูกพันแนบแน่นระหว่าง วัด กับ บ้าน ... ชุมชน กับ วัด
ที่สืบเนื่องทอดยาวนับจากอดีตมาถึงปัจจุบันที่งดงามยิ่ง
หมายเหตุปิดท้าย-วันนี้มาในท่วงทำนองสารคดี
แต่อดไม่ได้ต้องกล่าวถึงสภาเครือข่ายชาวพุทธแห่งชาติ...ให้ดี
ควรเสนอพรรคการเมืองใกล้ชิด (ที่สนับสนุนให้มาม็อบ?)
หากได้เป็นรัฐบาลน่าจะออกประกาศเอาผิดอุปัชฌาย์ที่บวชให้ผู้มีหนี้บัตรเครดิต
/ หนี้ผ่อนรถ / ผ่อนบ้าน / หนี้ ธกส. และหนี้โรงรับจำนำ ฯลฯ ...
คนเหล่านี้ห้ามบวชเด็ดขาด !! ใช่หรือไม่ ? หือ! สภาเครือข่ายชาวพุทธแห่งชาติ
?
ข่าว : ผู้จัดการ
2 พฤศจิกายน 2550
|