|
หมายเหตุ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ
การพระราชทานเป็นพระราชอำนาจ
ตามที่มีข่าวปรากฏตามสื่อต่างๆ
ในวันที่ 13 ธันวาคม 2550 ที่ผ่านมา ทางสำนักพระราชวัง โดยท่านผู้หญิงบุตรี
วีระไวทยะ รองราชเลขาธิการ
ได้แจ้งให้แก่สื่อสารมวลชน ระบุว่า การจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว
ของมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ของวัดสุทัศนเทพวราราม นั้น มีเงื่อนงำ 2
ประการที่ขอให้มีการตรวจสอบ คือ
1. เรื่องดอกไม้พระราชทาน
เรื่องนี้ทางสำนักพระราชวังชี้แจงว่า
ไม่เคยได้รับหนังสือขอพระราชทานดอกไม้หรือมวลสาร
เพื่อนำไปเป็นส่วนผสมในการสร้างพระ จากทางมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์
หรือแม้แต่จากวัดสุทัศนเทพวาราม เลย จึงขอแจ้งว่า การที่มูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์โฆษณาว่า
ได้รับดอกไม้พระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อไปสร้างพระสมเด็จเหนือหัวนั้น
เป็นความเท็จ
2. เรื่องตราพระมหามงกุฏ ที่ใช้ประทับด้านหลังองค์พระ
เรื่องนี้ทางสำนักพระราชวังก็ยืนยันว่า
ไม่เคยได้รับการขอพระบรมราชานุญาตจากคณะผู้จัดสร้างมาก่อน
จึงถือว่าแอบอ้างใช้สัญลักษณ์
ซึ่งเรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
เพราะเกี่ยวข้องกับองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์
แต่จะเพิกเฉยเสียก็ดูกระไร เราจึงขอแสดงความเห็นมา ณ ที่นี้ว่า
เรื่องการขอพระราชทาน
กับเรื่องพระราชทาน
นั้น ดูไปแล้วน่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่หากว่าเป็นคนละเรื่อง เพราะ..
จริงอยู่ การขอพระราชทานอะไรต่างๆ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ต้องทำเรื่องขอผ่านสำนักราชเลขาธิการ ซึ่งรับผิดชอบงานนี้โดยเฉพาะ
เรื่องนี้ไม่มีใครปฏิเสธ แต่สำหรับการเสด็จไปในงานพระราชกุศลต่างๆ
ทั่วพระราชอาณาจักร แล้วทรงมีพระราชอัธยาศัย พระราชทานพระราชทรัพย์
หรือสิ่งของต่างๆ ด้วยพระองค์เองนั้น
เรื่องนี้มิใช่อำนาจหน้าที่ของสำนักราชเลขาธิการแน่นอน หรือแม้แต่ว่า
ถ้ามีบางโอกาส บุคคลหรือคณะบุคคลที่ทรงมีพระราชปฏิสันถารด้วย
จะทูลขอต่อพระองค์ท่านเป็นการส่วนพระองค์ ถ้าทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯ
พระราชทานให้ หรือทรงรับว่าจะให้
ก็เป็นพระราชอำนาจที่ไม่ต้องผ่านสำนักราชเลขาธิการเช่นกัน
เหตุผลก็คือ
อำนาจในการพระราชทานนั้นเป็นขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
มิใช่อยู่ที่สำนักราชเลขาธิการ
สำนักราชเลขาธิการมีอำนาจหน้าที่เพียง
"กลั่นกรองงาน
แล้วนำขึ้นทูลเกล้าฯ"
เท่านั้น หาใช่ผู้ตัดสินใจว่าใครจะได้หรือไม่ได้ ซึ่งหมายถึงด้วยว่า
หลายๆ เรื่องที่สำนักราชเลขาธิการนำความขึ้นกราบบังคมทูลแล้ว
ทรงมีพระบรมวินิจฉัยว่าไม่เหมาะสม ก็ทรงงดไม่พระราชทาน
สำนักราชเลขาธิการก็มีหน้าที่ที่จะต้องแจ้งให้แก่ผู้ขอนั้นว่า
ไม่ทรงพระราชทาน
แต่ข่าวที่ออกมาดูเหมือนจะทำให้คนเข้าใจผิดว่า
ทุกเรื่องทุกราวเกี่ยวกับในหลวง ต้องผ่านสำนักราชเลขาธิการ
ซึ่งเป็นเรื่องผิดวิสัย ไม่งั้นสำนักราชเลขาธิการก็คงจะมีหน้าที่กำกับบทบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย
ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน
อีกทั้ง
เรื่องดอกไม้พระราชทานที่มูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์นำมาอ้างนั้นก็ประกาศชัดเจนว่า
"เป็นดอกไม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่พระราชทานเป็นเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์
ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายบูรพกษัตราธิราช
เมื่อครั้งงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60
ปี"
ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริง มีหลักฐานยืนยันว่าในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายบูรพกษัตราธิราช
เมื่อครั้งงานพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60
ปี ในปี
พ.ศ.2549 ที่ผ่านมานั้น
พระเดชพระคุณพระวิสุทธาธิบดี วัดสุทัศนเทพวราราม
ได้รับอาราธนาเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนา และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงพระราชทานกัณฑ์เทศน์ อันประกอบด้วยจตุปัจจัยไทยธรรม และดอกไม้
ไม่ได้มีข้อความใดๆ ที่ระบุว่า
"เป็นดอกไม้ที่ทางมูลนิธิได้ทูลขอเพื่อนำมาใช้เป็นมวลสารการจัดสร้างพระในครั้งนี้โดยเฉพาะ"
แต่ทางสำนักราชเลขาธิการก็ยืนยันอยู่นั่นแหละว่า
"ไม่ได้ขอ ถ้าขอเราต้องรู้"
ดูเหมือนว่าจะพูดคนละภาษาเสียแล้ว
แต่ที่แน่ๆ ก็คือ
โครงการนี้เกิดปัญหาขึ้นแล้ว ผู้คนตระหนกตกใจ
เพราะงานนี้สำนักราชเลขาธิการลงมาเล่นเอง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
ก็ย่อมทำให้ผู้คนตกใจเป็นธรรมดา แต่ทว่าถ้าจะพิจารณากันจริงๆ แล้ว
ก็ดังที่มีหลักฐานและพยานยืนยันอยู่
ดูในแง่ของสำนักราชเลขาธิการก็อาจจะใช่ แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด
เพราะเรื่องพระราชอำนาจนั้นเป็นสิทธิ์ขาดเฉพาะองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ที่ใครจะละเมิดมิได้ แม้แต่สำนักราชเลขาธิการก็ตาม
อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม
วัดไทย ลาสเวกัส
21 ธันวาคม 2550
|