|
ดีเอสไอรับคำสั่ง
สอบสมเด็จเหนือหัว

Where are you from ?
ปลัดยุติธรรมสั่งดีเอสไอประสาน ปปง.
ตรวจสอบจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนหรือไม่
หลังสำนักพระราชวังแจงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการจัดสร้าง
ย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งเก็บข้อมูล หวั่นปัญหาลุกลาม ด้านดีเอสไอส่งชุดสืบสวนขอข้อมูลกับสำนักพระราชวัง
กรมศาสนา วัดสุทัศนฯ-มูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ระบุเบื้องต้นพบความผิดเข้าข่ายฉ้อโกง
หลังจากสำนักพระราชวังออกชี้แจง กรณีมีกลุ่มบุคคลแอบอ้างจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัวที่ระบุว่า
รายได้จากการจัดสร้างจะนำเข้าสมทบทุนมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์
เพื่อจัดโครงการสร้างอุโบสถสองกษัตริย์ พร้อมกับมีการอัญเชิญตราพระมงกุฎประทับไว้หลังองค์พระ
ทั้งนี้การจัดสร้างดังกล่าว
ทางสำนักพระราชวังยืนยันว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอย่างใด พร้อมกันนี้
เมื่อมีการตรวจสอบไปยังมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปรากฏว่า
ทางมูลนิธิไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสร้าง
และการที่ผู้จัดสร้างอัญเชิญตราพระมงกุฎไปประทับหลังองค์พระนั้น
ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะไม่มีการขอพระราชทานอนุญาตจากทางสำนักพระราชวัง
ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม
นายจรัญ ภักดีธนากุล ปลัดกระทรวงยุติธรรม
กล่าวชี้แจงถึงการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวว่า
ขณะนี้มีคำสั่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
เข้าไปตรวจสอบการจัดสร้างวัตถุมงคล พระสมเด็จเหนือหัวแล้ว
หลังจากที่สำนักพระราชวังมีหนังสือชี้แจงมาว่า
ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสร้างพระรุ่นดังกล่าว นอกจากนี้ยังสั่งการให้
พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ ดีเอสไอ
ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบ
โดยเฉพาะสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องเข้าไปตรวจสอบว่า
ฉ้อโกงประชาชนหรือไม่
"ผมมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเร่งเก็บข้อมูลให้เร็วที่สุด
ไม่ให้ปัญหาลุกลามบานปลาย เพราะหากมีการหลอกลวงประชาชน
ความเสียหายจะเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นศาสนา สถาบันและประชาชน
ที่ถูกฉ้อโกง"
นายจรัญ กล่าว
ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ นำโดย พ.อ.ปิยะวัฒก์
จัดชุดสืบสวนเข้าหารือกับสำนักพระราชวัง เพื่อรวบรวมข้อมูล
และแบ่งทีมไปหารือกับกรมการศาสนา
เพื่อขอหลักฐานเกี่ยวกับระเบียบในการจัดสร้างวัตถุมงคล
รวมถึงส่งชุดไปรวบรวมข้อมูลจากวัดสุทัศน์เทพวราราม วรมหาวิหาร และมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์
โดย พ.อ.ปิยะวัฒก์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่า
กรณีดังกล่าวอาจเข้าข่ายเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน
ซึ่งเป็นหนึ่งในมูลฐานความผิดตามกฎหมายฟอกเงินของ ปปง.
จึงถือเป็นคดีพิเศษที่ดีเอสไอสามารถเข้าสืบสวนรวบรวมหลักฐานได้
ทั้งนี้ มีรายงานว่า
ภายหลังการชี้แจงของสำนักพระราชวังว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว
พบว่า เว็บไซต์หลายแห่งที่เปิดรับจองพระสมเด็จเหนือหัว
ประกาศปิดซื้อขายและโฆษณาผ่านเว็บไซต์แล้ว
โดยมีประชาชนผู้เสียหายที่เช่าพระสมเด็จเหนือหัวไปบูชา
เข้ามาเขียนกระทู้ตำหนิผู้จัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว
พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาดำเนินคดี
ส่วนบรรยากาศในวัดสุทัศนฯ และมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดสุทัศนฯ
พบว่าไม่มีการติดป้ายโฆษณาให้เช่าพระสมเด็จเหนือหัวแล้ว
แต่ป้ายโฆษณายังคงมีปรากฏให้เห็นตามร้านค้ารอบวัดสุทัศนฯ
และถนนหลายสายในเขตกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวเปิดเผยว่า
จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น วัดสุทัศนฯ และมูลนิธิอัฏฐมราชานุสรณ์ยืนยันว่าถูกแอบอ้างชื่อไปใช้ในการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว
โดยผู้จัดสร้างพระเคยบวชเป็นเณรที่วัดสุทัศนฯ แล้วสึกออกไป
ส่วนแผ่นพับโฆษณาพระสมเด็จเหนือหัว
มีรายละเอียดเกี่ยวกับความสำคัญของมวลสารที่ใช้ผสมลงในองค์พระ
โดยระบุว่าเป็นดอกไม้ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเป็นเครื่องบูชากัณฑ์เทศน์ในการพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลอุทิศถวายบูรพกษัตริยาธิราช
รวมทั้งพิธีการปลุกเสกที่ยิ่งใหญ่
พร้อมทั้งบรรยายวัตถุประสงค์ในการจัดสร้างพระสมเด็จเหนือหัว
ที่จะนำเงินไปสร้างอุโบสถสองกษัตริย์
ซึ่งเปรียบเสมือนการสร้างอนุสรณ์ชิ้นสำคัญเป็นตำนานคู่ประวัติศาสตร์ชาติไทย
พระสมเด็จเหนือหัวจัดทำให้เช่าบูชา แบ่งเป็น 5 สี 5 ภาค ได้แก่ สีขาววัดระฆัง
ภาคกลาง สีเขียวพระแก้ว ภาคอีสาน สีเหลือง ภาคเหนือ สีชมพูทิพย์ ภาคตะวันออก
และสีน้ำทะเล ภาคใต้ โดยเปิดให้เช่าบูชาองค์ละ 999 บาท
ข่าว
: คมชัดลึก
15 ธันวาคม 2550
อ่านข่าวเกี่ยวเนื่อง :
:
สำนักพระราชวังชี้แจง
ไม่รับรู้เรื่องสร้าง
"พระสมเด็จเหนือหัว"
:
ท่านผู้หญิงบุตรี "จี้"
กรมการศาสนา
หาที่ไปที่มา
"สมเด็จเหนือหัว"
|