|
หืดขึ้นคอ !
หนังพระไตรปิฎกเจอหลายด่าน
ล่าสุด รัฐมนตรีออกมาโยนกลอง
ทิพาวดีบอก
"เดี้ยนยังไม่อนุมัติ"

คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ผู้ซึ่งเคยได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
และอยู่ในระหว่างการเริ่มต้นโครงการสร้างหนังพระไตรปิฎกอันโด่งดัง
“ทิพาวดี” โต้ ผอ.สร้างหนัง “พระไตรปิฎก”
ยันรัฐบาลยังไม่ได้อนุมัติงบให้สร้าง ระบุเรื่องเงียบไปตอนเปลี่ยนหน้าที่
ไม่ได้กำกับสำนักพุทธฯแล้ว ชี้ โครงการเผยแพร่พระพุทธศาสนามีประโยชน์
แต่ผู้เกี่ยวข้องต้องน้อมรับฟังเสียงวิจารณ์
วันนี้ (17 ส.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์
รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีกระแสต่อต้านนายแบบหนุ่มที่จะรับบทเป็นพระพุทธเจ้าใน
“พระไตรปิฎก” ฉบับภาพยนตร์ ว่า กรณีที่ นายสนั่นพงษ์ สุขดี
ผู้อำนวยการสร้างได้แถลงข่าว ว่า
โครงการดังกล่าวได้รับอนุมัติจากรัฐบาลแล้ว ตนขอเรียนชี้แจงว่า
จนถึงขณะนี้รัฐบาลยังไม่ได้มีการอนุมัติโครงการจัดสร้างภาพยนตร์ดังกล่าว
เพียงแต่ในสมัยที่ตนกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ทาง พศ.ได้มีบันทึกมาถึงตนเมื่อวันที่
11 ม.ค.2550 ว่ามหาเถรสมาคม (มส.)
ได้มีมติรับเป็นที่ปรึกษาให้กับโครงการจัดทำพระไตรปิฎกฉบับภาพยนตร์
ซึ่งเป็นไปตามที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) เสนอมา
โดยจะจัดทำเป็นซีดีภาพยนตร์ส่งไปเผยแพร่ตามวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีอยู่
32,000 แห่ง เพื่อประกอบการเรียนการสอนของพระสงฆ์ จึงขอให้ทาง พศ.สนับสนุน
โดยได้ขอสนับสนุนงบประมาณมาจำนวน 726 ล้านบาท
และทางผู้จัดสร้างจะไปขอรับบริจาคเองอีกประมาณ 500 ล้านบาท
คุณหญิงทิพาวดี กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ทาง พศ.ได้วิเคราะห์แล้วเห็นว่า
เป็นโครงการที่มีประโยชน์ แต่จะต้องมีการตั้งงบผูกพันไปถึง 5 ปี
และต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเนื้อหาสาระข้างใน
และถ้าจะดำเนินการจริงๆ
จะต้องดำเนินการไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้าง
โดยไม่ให้มีการผูกขาด
ซึ่งเมื่อมีการส่งเรื่องมาถึงตนก็ได้บอกว่าควรจะจัดทำเป็นรายละเอียดอย่างรอบคอบมาให้ดูกันก่อน
แล้วเรื่องก็เงียบหายไป จนกระทั่งมาถึงเดือน เม.ย.2550
ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงงาน โดยตนไม่ได้มีหน้าที่กำกับดูแล พศ.แล้ว
ดังนั้น ทาง พศ.จึงได้จัดทำรายละเอียดคำขอตั้งงบประมาณเสนอไปที่ นายธีรภัทร์
เสรีรังสรรค์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ได้เข้ามากำกับดูแล พศ.แทน
ดังนั้น ข่าวที่ระบุว่าได้อนุมัติงบประมาณไปแล้ว จึงไม่เป็นความจริง
เพราะยังไม่ได้มีการอนุมัติ
และยังไม่ได้มีการขอตั้งงบประมาณไว้แต่อย่างใด
คุณหญิงทิพาวดี กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม
ในหลักการแล้วการจัดทำพระไตรปิฎกเป็นภาพยนตร์ตนก็เห็นว่าเป็นประโยชน์
และอยากจะเห็นสังคมได้ช่วยกันให้กำลังใจแก่ผู้ทำความดี
แต่เสียงติติงจากฝ่ายต่างๆ ถึงความเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
ทางผู้ที่เกี่ยวข้องก็ต้องนำมาประกอบการพิจารณา
ตนไม่อยากจะให้เรื่องดีงามที่จะทำประโยชน์แก่สังคม
ต้องกลายมาเป็นเรื่องโต้แย้งกัน
อยากให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างสร้างสรรค์
น้อมรับคำวิจารณ์กันด้วยความเมตตา
ข่าว : ผู้จัดการ
17 สิงหาคม 2550
|