|
ผู้กำกับยอมรับ "หมดปัญญาหาพระเอก"
หามาเป็นปี จึงเจอะคนนี้
ถ้ามีอะไรเปลี่ยน สงสัยคงต้องยกเลิกสร้าง

พยุงเวทย์ พยกุล หัวหน้าคณะผู้กำกับ
ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยว่า
ได้คัดเลือกตัวนักแสดงแล้วอย่างดี ไม่มีที่ติ
ผู้กำกับพระไตรปิฎก "พยุงเวทย์"
วอนให้โอกาสนายแบบแนวสยิวรับบทพระพุทธเจ้า บอกหามาเป็นปีไม่มีใครเข้าตา
ยอมรับข่าวที่ออกมาสร้างความกดดันก่อนยืนยันไม่เคยรู้มาก่อนว่าหนุ่ม
"มาร์ค" เคยถ่ายแบบแนวอย่างว่า เผยคุยกับอีกฝ่ายแล้ว
พร้อมเตรียมประชุมกับผู้เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออก คาดสัปดาห์หน้ารู้ผล
ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักทีเดียวสำหรับการได้รับการคัดเลือกให้เข้ามารับบทเป็นพระพุทธเจ้าของนายแบบหนุ่มแนวสยิว
"มาร์ค สงกรานต์ (สโคลส์) ทัพมณี" ในภาพยนตร์ "พระไตรปิฎก"
ซึ่งเป็นการจัดสร้างขึ้นมาตามมติของมหาเถรสมาคม
โดยมีการตั้งงบประมาณไว้สูงถึง 1,200 ล้านบาท
ทั้งนี้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ว่านั้นต่างมองไปถึงเรื่องของภาพลักษณ์ของว่าที่พระเอกคนนี้ที่ต้องมารับบทเป็นศาสดาของพระพุทธศาสนาอันต้องการความน่าเชื่อถือและศรัทธาของคนส่วนใหญ่เนื่องจากภาพยนตร์ที่มีความยาว
250 ตอนนี้จะถูกส่งไปยังวัดและโรงเรียนต่างๆ
ทั่วประเทศเพื่อเป็นสื่อให้ประชาชน และเด็กๆ ได้ทำการศึกษา
ขณะที่ในชีวิตจริงของหนุ่มมาร์คเอง
ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่รับงานถ่ายแบบที่ออกไปแนวสยิวเกือบจะทั้งสิ้น
ไม่ใช่เพียงเฉพาะหนุ่มมาร์คเองเท่านั้น หากแต่นักแสดงคนอื่นๆ
ก็ล้วนแล้วแต่มีภาพลักษณ์ที่ดูแล้วไม่ค่อยจะเหมาะกับการเป็นต้นแบบสักเท่าไหร่
ไม่ว่าจะเป็น "จิ๊ก เนาวรัตน์" รวมถึงนางร้ายเซ็กซี่จากช่อง 7 "การ์ตูน
อินทิรา" ด้วยเช่นกัน
ในส่วนของผู้กำกับภาพยนตร์พระไตรปิฎก "พยุงเวทย์ พยกุล"
เผยว่าในการคัดเลือกนักแสดงนั้นได้มีการดูประวัติของคนทุกคนเป็นอย่างดี
แต่ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่าอาจจะมีบางคนที่หลุดรอดไปได้
ส่วนอนาคตของหนุ่มมาร์คกับหนังเรื่องนี้
เจ้าตัวบอกว่าจะมีการตัดสินใจกันในสัปดาห์นี้ว่าจะเป็นอย่างไร
"ณ.วันนี้ยังตอบไม่ได้เลยครับ
ผมคนเดียวยังคงไม่สามารถตัดสินใจให้คำตอบตรงนี้ได้
ยังต้องประชุมกับอีกหลายคนที่จะมาให้คำตอบตรงนี้
ผมเองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของมันสมองในการคิดเท่านั้น"
เผยไม่รู้ว่าในอดีตหนุ่มมาร์คเคยถ่ายแบบในแนววาบหวิวมาก่อน
พร้อมแจงเหตุที่เลือกเพราะบุคลิก รูปร่าง และโครงหน้าเหมาะ
ก่อนยอมรับข่าวที่ออกมาสร้างกระแสกดดันเป็นอย่างยิ่ง..."ยังไม่เห็นครับ
ตรงนี้แหละที่เราถามว่าทำไมเราถึงหลุดตรงนี้ไป
ก็อยากให้หลายฝ่ายช่วยกันตรวจสอบนะครับ ว่ามันหลุดไปได้อย่างไรไม่รู้
แล้วเวลานี้ผมก็กำลังขอดูภาพอยู่ครับ"
"แต่ผมคิดว่า
เราจะต้องฟังกระแสสักหน่อยว่ามันจะมีอะไรที่มากระทบกับหนังไหม
แต่ก็ดีนะครับ ที่พอออกไปมันก็มีข่าวอย่างนี้เข้ามาให้เราได้รู้
ซึ่งจริงๆ นักแสดงทุกคนที่มาสมัครเราจะตรวจสอบประวัติ บางคนเราก็รู้เลย
แต่บางคนเราก็ไม่สามารถรู้ได้ ก็เลยถามเขา(มาร์ค)
เขาก็บอกว่าเวลานี้เขาไม่ได้เที่ยวแล้ว สมัยก่อนเขาชอบเที่ยว
แต่เขามีความตั้งใจอยากจะมาแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้"
"ตอนที่รับสมัครและศึกษาเขามา
เราก็ไม่ได้ข้อมูลในเชิงลึกอย่างที่วันนี้พวกคุณหรือผม หรือใครๆ ทราบ
เราก็กำลังประชุมกันอยู่ว่าจะทำอย่างไรดีครับ
เวลานี้กระแสข่าวเกี่ยวกับตัวแสดงที่จะมารับบทพระพุทธเจ้าเรื่องใหญ่มาก
กังวลครับ เรายังตัดสินใจกันไม่ถูกเลย แต่ก็จะตัดสินใจกันในสัปดาห์นี้"
"แต่เราก็จะเดินหน้าต่อไป มันเดินมาหลายปีแล้วนะ
หนังเรื่องนี้ไม่ใช่เพิ่งเริ่มเดินโครงการ
มันเดินมาหลายปีตั้งแต่สมัยกระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็มามหาเถรสมาคม
มาถึงสำนักพุทธศาสนา
จนกระทั่งมงกุฎราชวิทยาลัยสนับสนุนให้ทำงานชิ้นนี้ครับ
โปรเจ็กต์นี้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 แล้วครับ"
บอกมีโอกาสได้พูดคุยกับหนุ่มมาร์คกรณีของข่าวที่ออกมาแล้ว
พร้อมวอนให้คนทั่วไปช่วยกันให้โอกาส เชื่ออีกฝ่ายทำไปเพราะยังเด็กๆ
"ผมก็อยากจะฝากขอร้องแล้วกัน ว่าลองช่วยกันคิด ให้โอกาสคน
ผมอยากจะพุดถึงวัย วัยของเขากับเหตุการณ์ที่ผ่านมา
เขาอาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เพระช่วงที่เป็นข่าวนั้น วัยเขาเพิ่งจะ 20-21
เท่านั้น ปัจจุบันเขาก็อายุแค่ 22 หลายคนก็คงจะเคยผ่านตรงนั้นมา
ก็อาจจะไม่ได้ระมัดระวังตรงนี้มากนัก"
"แต่ถ้าหากเขาเคยมีความผิดลหุโทษ หรือความผิดกฎหมายอาญา
แน่นอนว่าเราคงรับไม่ได้ แต่ตรงนี้เรากำลังวิเคราะห์ว่า
คนเราอายุในวัยนี้ มันทำผิดร้ายแรงไหม เรากำลังคิดตรงนี้อยู่ครับ
พอข่าวออกมาก็ยิ่งหนักใจใหญ่เลย มันเป็นข่าวที่ละเอียดอ่อนมากครับ
กับมาร์คก็ได้คุยกันแล้วครับ แต่ยังไม่สามารถสรุปได้
กำลังรอปรึกษาพระผู้ใหญ่อีกทีครับ"
"คิดว่าประมาณสัปดาห์หน้าเราจะแถลงข่าวอีกทีหนึ่งนะครับ
ก็อยากจะฝากให้ช่วยกันคิดหน่อย ว่าจะทำอย่างไรดี
เพราะตรงนี้มันก็เป็นปัญหาอยู่จริงๆ"
ในส่วนของงานด้านอื่นๆ นั้น “พยุงเวทย์"
เผยว่าทุกอย่างพร้อมไปกว่า 90%
แล้ว..."ตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างสร้างฉากที่จังหวัดกาญจนบุรี
เพราะเราต้องการพื้นที่ที่เป็นป่า เป็นเขา และมีทางน้ำไหล
เลยไปเลือกที่อำเถอศรีสวัสดิ์ครับ ต้องบอกว่าเราเตรียมการมานานแล้ว
เวลานี้สรุปสถานที่ แล้วก็ลงมือสร้างฉากอยู่ครับ
เตรียมจะเปิดกล้องในวันที่ 23 ตุลาคม วันปิยมหาราช
ถือเป็นมงคลฤกษ์ด้วยครับ"
"ต่างประเทศไม่ได้ไปถ่ายทำครับ
ไปรวบรวมข้อมูลที่ประเทศอินเดียกับเนปาลมาแล้วครับ
เราสร้างฉากขึ้นมาในประเทศไทย
แต่เราไปทำสต็อกช็อทที่อินเดียและเนปาลบางส่วน
ถ้ามันสามารถแมทกับเนื้อเรื่องได้ก็จะเอามาครับ"
"ยากครับ บอกตรงๆ ว่ายากมาก คือเราอ่านพระไตรปิฎก
แล้วเราก็เอาอิมเมจตรงนั้นออกมา
แล้วก็ไปศึกษาและดูประติมากรรมในประเทศอินเดีย
แล้วก็ดูภาพยนตร์บางเรื่องที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า
รวบรวมมาไว้ในข้อมูลที่เราศึกษา มันเป็นภาพจำลองของทางทีมงานน่ะครับ"
ส่วนสาเหตุที่ยอมรับงานใหญ่ชิ้นนี้เจ้าตัวบอกว่าเป็นเพราะความท้าทายนั่นเอง
"ต้องบอกว่าถ้าเราพูดถึงพระไตรปิฎกที่อยู่ในตู้ มันไม่มีใครอ่าน
เพราะคนไทยไม่ค่อยสนใจเรื่องการอ่าน อ่านแล้วก็รู้สึกว่ามันไม่มีอรรถรส
ก็เลยคิดว่าถ้าสร้างเป็นภาพยนตร์น่าจะง่ายต่อการเรียนรู้
เพราะมันมีทั้งภาพ แสง สีและเสียงเร้าอารมณ์ให้ติดตามครับ"
"มันเป็นงานที่ท้าทายครับ แล้วมันไม่ใช่ท้าทายอย่างเดียว
เราคิดว่าสำหรับคนไทย มีพระพุทธศาสนาเป็นหลัก
แต่ประชาชนคนไทยกลับไม่ค่อยสนใจหลักพระพุทธศาสนา
มีพระไตรปิฎกยังไม่เหมือนศาสนาอื่นที่เขานำมาอ่านกันอยู่เรื่อยๆ
พระไตรปิฎกนั้น ขอถามหน่อยว่ามีใครอ่านบ้าง มีน้อยเหลือเกิน
เราก็เลยคิดว่าถ้านำมาเป็นภาพน่าจะดี ถ้ามันมีแสง
สีเสียงมันน่าจะเร้าใจให้คนติดตามได้
แล้วก็ทำให้มันเหมาะสมกับเนื้อเรื่องสาระ เป็นงานยากครับ
เพราะคำว่าพระไตรปิฎกนี่มันไม่สนุก แต่จะทำอย่างไรให้คนติดตาม"
"ตัวนักแสดงก็ใช้วิธีรับสมัครส่วนหนึ่งครับ
ส่วนตัวละครที่อยู่ในพระไตรปิฎกบางส่วน ที่มีอายุแล้ว
เราก็เอานักแสดงสมัยก่อนที่เคยแสดงภาพยนตร์มาน่ะครับ
ซึ่งคนเขียนบทก็จะต้องอ่านและศึกษาประวัติของแต่ละคนว่ามีบุคลิกอย่างไร
แล้วก็อ่านจากพระไตรปิฎกเพิ่มเติมครับ"
"สำหรับพระพุทธเจ้าน่าจะมีอายุ 30 กว่า ใช่ครับ
(แต่พระเอกที่วางไว้อายุแค่ 23 เท่านั้น)มันเป็นความยากเหลือเกิน
ต้องบอกว่าเราเฟ้นหามาเป็นปีครับ หาไม่ได้เลย นักแสดงก็สมัครมาเป็นพันๆ
คนนะครับ แต่เราหาบุคคลที่จะเหมือนพระพุทธเจ้าไม่ได้เลย
ตรงนี้เราถึงได้บอกว่ามันเป็นเรื่องหนักใจ
เพราะไม่มีตัวเลือกให้เราเลยจริงๆ ครับ"
ข่าว : ผู้จัดการ
11 สิงหาคม 2550
ประชาสัมพันธ์กองถ่ายเผย
"ใช้เวลานานถึง 1 ปี"
จึงได้ตัวดาราแสดงเป็นพระพุทธเจ้า
สงสัยต้องใช้เวลาอีก 10 ปี กระมัง จึงจะพอ
นางณภควดี กองผาพา
ประชาสัมพันธ์กองถ่าย พระไตรปิฎกฉบับภาพยนตร์ กล่าวว่า
ในส่วนของการคัดเลือกนักแสดงในบทสำคัญ โดยเฉพาะบท
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ใช้เวลาการคัดเลือกถึง 1 ปี
โดยจะเลือกนักแสดงที่มีบุคลิกตามระบุไว้ในพระไตรปิฏก คือ มีอายุประมาณ
35-40 ปี รูปร่างสมส่วนไม่อ้วนไม่ผอมจนเกินไป สูงสง่า ตัวตั้งตรง
ใบหน้ายึดพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย พูดออกเสียงได้ชัดถ้อยชัด
ผิวพรรณผุดผ่องสะอาดตา เป็นต้น

ทีมดาราส่วนหนึ่ง
คอลัมน์ "สะเก็ดหนัง"
จากเดลินิวส์
เริ่มต้นเป็นที่ฮือฮากับข่าวการนำพระไตรปิฎกในพระพุทธศาสนามาทำเป็น
"ภาพยนตร์" ผลิตลงแผ่นซีดี และดีวีดี ในรูปแบบเป็นชุดซีรีส์ 250 ตอนจบ
ซึ่งเป็นการจัดสร้างขึ้นตามความเห็นชอบของมหาเถรสมาคม
มีจุดประสงค์เพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในโอกาสเฉลิมพระเกียรติ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
และทรงมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา โดยตั้งงบประมาณทุนสร้างไว้สูงถึง
1,200 ล้านบาท
เลยทีเดียว (รัฐบาลสนับสนุน 774 ล้านบาท)
ล่าสุดมีการแถลงถึงความคืบหน้าไปเมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา
ว่าภาพยนตร์ชุดดังกล่าวเตรียมที่จะเดินหน้าถ่ายทำ
ซึ่งตั้งเป้าจะผลิตให้ครบ 250 ตอน จนถึงปี พ.ศ.2555
พร้อมกับมีการเปิดเผยถึงการคัดเลือกนักแสดงที่จะมาอยู่ในภาพยนตร์ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาเรื่องนี้
ที่ได้กลายเป็นที่วิพากย์วิจารณ์อย่างแพร่หลาย
เมื่อผู้ที่จะมารับบทเป็นพระพุทธเจ้าในเรื่องคือ
"มาร์ค-สงกรานต์ ทัพมณี"
หนุ่มนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์
นายแบบหนุ่มหุ่นล่ำผู้ที่เคยผ่านผลงานถ่ายแบบลงนิตยสารแนวโชว์สรีระของร่างกาย
ทำให้เสียงคนส่วนใหญ่คัดค้านในประเด็นการคัดเลือกตัวนักแสดง
รวมไปจนถึงความไม่เห็นด้วยกับการสร้างภาพยนตร์ชุดดังกล่าว
|