The First Book Of SMCT 2519

"สงฆ์ไทย"

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

  

ไปนิวยอร์คกลับมาคราวนี้ได้ของดีมาฝาก เป็นการเปิดศักราชสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อวันที่ 20 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2519 แหมแค่แรกพบก็ตื่นเต้นเหมือนเห็นพระเครื่องเก่า เพราะหนังสือเก่านั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามหาศาลในสายตาของนักอ่านหนังสือประวัติศาสตร์

พระธรรมทูตไทยในสหรัฐอเมริกาไม่น่าจะน้อยกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ต่างทราบดีว่าสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นมาในปี พ.ศ.2519 ที่ วัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด้ พอหลังจากนั้นก็ชักจะเบลอตอบคำถามไม่ชัดแล้ว แม้แต่ในเว็บไซต์ของสมัชชาสงฆ์ไทยซึ่งเป็นเจ้าของเรื่องเองก็มีข้อมูลเพียง "คร่าวๆ" คือนิดๆ หน่อยๆ พอเป็นกระสาย จะหาผู้รู้จริงรู้ครบเครื่องแบบแฟนพันธุ์แท้นั้นแบบไม่มี ทีนี้ว่าถ้าขนาดพระยังไม่ค่อยทราบเรื่องของพระ แล้วญาติโยมเขาจะทราบได้อย่างไร อาจจะมีบ้าง แต่ก็คงน้อยนัก ดังนั้น หน้าที่ของผู้เขียนก็คือ ต้องพยายามเก็บตกในสิ่งเหล่านั้นมาเติมให้เต็ม เพราะผู้เขียนเชื่อว่า ถ้าเราช่วยกันคนละไม้คนละมือแล้ว กิจการงานพระศาสนาในต่างประเทศจะเจริญก้าวหน้า ไม่แพ้ศาสนาอื่นใดอย่างแน่นอน ดูอย่างจตุคามรามเทพสิ พระไทยทั่วประเทศช่วยกันบูมเพียง 2-3 ปี สามารถผลิตออกมาได้เป็นพันๆ รุ่น ญี่ปุ่นซึ่งเป็นสุดยอดนักผลิตสินค้าเห็นแล้วยังทึ่งว่าทำได้ไง

อุปนิสัยที่ถ้าใครชั่งสังเกตเห็นของพระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ (สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7) อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค และอดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ก็คือ ท่านเป็นนักอ่านและนักสะสมหนังสือ แม้ว่าจะไม่เล่นพระเครื่องก็ตาม ในการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยทุกครั้ง ถ้ามีการเสนอให้ก่อสร้างหรือทำกิจกรรมอะไร พระเทพกิตติโสภณท่านจะเฉยๆ คืออือออห่อหมกไปตามเรื่อง แต่ถ้าเป็นเรื่องพิมพ์หนังสือแล้ว ท่านจะขมีขมันสนับสนุนให้จัดพิมพ์ เสียเงินเสียทองเท่าไหร่ไม่ว่า จะเป็นเพราะท่านคร่ำหวอดอยู่ในวงการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย โดยเฉพาะในมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) มาก่อน ก็เป็นได้ ห้องสมุดวัดวชิรธรรมปทีปจึงมีหนังสือเก่าเก็บอยู่มากมาย เหมือนกรุพระเครื่องที่รอให้ผู้สนใจเข้าไปขุดค้น จนพบหนังสือสำคัญเล่มนี้ในวันนี้

ขออนุญาตเล่าให้ฟังอีกนิดว่า ห้องสมุดวัดใหญ่ๆ ในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็น วัดไทย แอลเอ, วัดไทย ดีซี, วัดธัมมาราม ชิคาโก้, วัดพุทธวราราม เดนเวอร์, วัดมงคลรัตนาราม เบิร์คเล่ย์, และวัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค ทั้งหมดนี้ผู้เขียนไปสำรวจมาหมดแล้ว วัตถุประสงค์ก็เพื่อจะรวบรวมเอกสารประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทยไว้ให้เป็นหมวดหมู่และครบ ซึ่งก็พบว่ายังขาดหนังสือสงฆ์ไทยอีกหลายเล่ม ไว้มีโอกาสจะนำเสนอให้แก่ท่านผู้สนใจต่อไป

หนังสือสงฆ์ไทย Volume 01. ที่นำเสนอในวันนี้นั้น เป็นหนังสือเล่มบางๆ มีจำนวนเพียง 16 แผ่นรวมปก นับจำนวนหน้าได้หนังสือได้ทั้งสิ้น 32 หน้า แทบว่าบางกว่าหนังสือพิมพ์แทบลอยด์ด้วยซ้ำไป

กับสภาพที่ได้มานั้น ใหม่เหมือนพระเพิ่งออกจากกรุ เพราะเก็บไว้อย่างดี แทบไม่เคยผ่านการสัมผัสหรือเปิดอ่านมาก่อนเลย เข้าใจว่าเมื่อได้มาแล้วก็ถูกเก็บเข้าห้องสมุด ผ่านเวลามานานถึง 35 ปี เพิ่งจะมาถึงมือของผู้เขียนเป็นมือที่สอง แหมเจอของเก่าในสภาพใหม่แบบนี้ใครบ้างไม่ดีใจ สำนวนในวงการพระเครื่องท่านเรียกว่า "เก่าใช้ ใหม่เก็บ" คือว่า พระองค์หนึ่งถูกนำไปบูชา ผ่านการสัมผัส ถูกเหงื่อถูกไคล นานไปก็กลายเป็นของเก่า แต่พระรุ่นเดียวกัน เจ้าของเก็บใส่ซองไว้บนหิ้ง ไม่เคยผ่านการสัมผัสเลย แม้จะผ่านเวลานานเป็นสิบๆ ปี เมื่อไปพบและนำมาดูก็ยังดูเหมือนพระใหม่ ฉันใด หนังสือสงฆ์ไทยเล่มนี้ก็ฉันนั้น

ปกหน้านั้น พิมพ์เป็น 2 สี ไม่ใช่ขาวดำ หากแต่เป็นเหลือง-ดำ หรือดำแดง เพราะพื้นปกเป็นสีแดง ส่วนตัวหนังสือนั้นสีดำ ก็เข้าใจว่าเป็นการโรเนียว โดยใช้กระดาษสีแดงมาทำปก เลยกลายเป็นดำแดงไป กระดาษที่ใช้นั้นเป็นขนาดแทปลอยด์ จึงกว้างเพียงพอสำหรับการพับครึ่งแล้วสอดหนังสือไว้ตรงกลาง มิเช่นนั้นปกหนังสือจะเล็กกว่าหนังสือด้านใน ทำให้ดูไม่สวย นี่ก็ถือว่าลงตัว

ส่วนปกหลังนั้นเป็นแผนที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และมีรูปพระอุโบสถอยู่จำนวน 5 แห่ง เรียงจากซ้ายไปขวา หรือจากตะวันตกไปทางตะวันออก บอกให้ทราบลำดับของวัดว่าได้แก่

1. วัดไทย ลอสแองเจลิส เมืองนอร์ธ ฮอลลีวูด รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งตอนนั้นยังตั้งอยู่ที่ 12909 Cantara St. North Hollywood CA 91605

2. วัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์ รัฐโคโลราโด้ เลขที่ 4801 Julian St. Denver CO 80221 ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งแห่งแรก ปัจจุบันก็ยังตั้งอยู่ที่เดิม

3. Thai Buddhist Temple of Chicago นี่เป็นชื่อที่ใช้ในภาษาอังกฤษ ส่วนภาษาไทยนั้นคือวัดวรธัมธิตยาราม ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็น "วัดธัมมาราม" ในปัจจุบัน วัดแห่งนี้ตอนนั้นเข้าใจว่าจะยังไม่ได้สถานที่ตั้งถาวร จึงได้ใช้ที่อยู่เป็นตู้ไปรษณีย์ เลขที่ P.O.Box 7114 Chicago IL 60680

4. วัดไทย กรุงวอชิงตัน ดีซี สมัยนั้นตั้งอยู่ที่ 705 Wayne Ave. Silver Spring M.D. 20910

5. วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค ตอนนั้นยังอยู่ในเขตบร๊องค์ เลขที่ 141 West 179th. St. Bronk NY 10453

เหล่านี้คือ วัดไทยจำนวน 5 วัด ที่ได้จับมือกันก่อตั้ง "สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา" ขึ้นมาในปี พ.ศ.2519

ปกด้านในทั้งปกหน้าปกหลังนั้นว่าง ไม่มีรูปภาพหรือข้อความใดๆ

ในหน้าที่ 6 ของหนังสือเล่มนี้ มีประกาศอนุโมทนาของคณะสงฆ์ไทยไว้ว่า "อาจารย์เพลินจิต ชื่นใจชน" เป็นผู้ออกแบบและเขียนปกของหนังสือเล่มนี้

 

 

และทีนี้ก็จะเปิดเข้าดูเนื้อหาในหนังสือสงฆ์ไทยเล่มแรกนี้ว่ามีอะไรบ้าง

หน้าที่ 1 เป็นพระพุทธพจน์จากพระไตรปิฎก อัญเชิญมาประดับไว้ในหน้าแรกของหนังสือเล่มนี้ ส่วนข้อความนั้นมีดังนี้

 

พุทธพจน์


ภิกษุทั้งหลาย พราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย เป็นผู้มีอุปการะมากแก่เธอทั้งหลาย โดยบำรุงพวกเธอด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานเภสัช

แม้พวกเธอก็มีอุปการะมากแก่งพราหมณ์และคฤหบดีเหล่านั้น โดยแสดงธรรมอันงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด พร้อมทั้งอรรถ พร้อมทั้งพยัญชนะ ประกาศการครองชีวิตอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง

ภิกษุทั้งหลาย การครองชีวิตประเสริฐนี้ คฤหัสถ์และบรรพชิตต้องอาศัยซึ่งกันและกัน ประพฤติปฏิบัติเพื่อข้ามโอฆะ ทำความสิ้นทุกข์โดยชอบ

ขุ. อิติ. ๒๕/๒๘๗/๓๑๔

 

-------------------****************-------------------

 

เพราะฉันนั้นแล ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอถึงศึกษาดังนี้ว่า เราทั้งหลาย บริโภคจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานเภสัช ของชนเหล่าใด (เราจักประพฤติปฏิบัติโดยประการที่) อุปการะของชนเหล่านั้น จักเป็นสิ่งที่มีผลมาก มีอานิสงส์มาก และการบรรพชาของเราทั้งหลายจักมีผลเพิ่มพูน ไม่เป็นหมันเสีย ฯ

 

นี่คือพระพุทธพจน์จากพระไตรปิฎกบทแรก ที่คณะผู้จัดทำหนังสือสงฆ์ไทยชุดแรกได้อัญเชิญมาเป็นหน้าแรกของหนังสือสงฆ์ไทย ซึ่งยุคหลังๆ มานั้นมักจะนิยมนำอปริหานิยธรรมหรือพระพุทธพจน์บทอื่นมาไว้แทน

มีข้อสังเกตก็คือว่า ไม่ทราบว่าทางคณะผู้จัดทำเกิดแรงดลใจอย่างไรจึงเลือกเอาพระพุทธพจน์บทนี้มาเป็นบทนำ เพราะถ้าเราดูหนังสือพระธรรมทูตโดยทั่วไปในสมัยนี้ ก็จะเห็นว่าท่านนิยมเอาพระปฐมบรมพุทธโองการที่ทรงประกาศเป็นครั้งแรก ในคราวส่งพระสาวก 60 รูปไปประกาศพระศาสนา ขึ้นต้นด้วยพระบาลีว่า "จรถ ภิกฺขเว จาริกํ พหุชนหิตาย พหุชนสุขาย โลกานุกมฺปาย ฯลฯ"

ในหนังสือเล่มนี้ไม่ระบุรายชื่อคณะผู้จัดทำเอาไว้ ทำให้ไม่ทราบว่าใครเป็นผู้จัดทำ ถ้าพิจารณาอย่างลวกๆ ผู้ที่เลือกพระพุทธพจน์ข้างต้นมาประดับหนังสือสงฆ์ไทยเล่มแรกนี้ก็น่าจะไม่หนี "พระราชวรมุนี" หรือ พระพรหมคุณาภรณ์ (ปยุทธ ปยุตฺโต ป.ธ.9) วัดญาณเวศกวัน สมัยนั้นท่านยังสังกัดวัดพระพิเรนทร์ เพราะท่านเปรียบเสมือนมันสมองของคณะสงฆ์ไทยในเวลานั้น

เปิดไปที่หน้า 2-3 เป็นคำปรารภของคณะสงฆ์ ซึ่งอาจจะหมายถึงผู้จัดทำ เนื้อหาโดยรวมเป็นการประกาศให้ทราบถึงความพยายามจะสร้างระเบียบคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาขึ้นมา อาศัยการประชุมที่วัดพุทธวราราม เดนเวอร์ เป็นจุดเริ่มต้น ทั้งนี้ในท้ายของคำปรารภได้ระบุว่า "เรื่องต่างๆ ที่พิจารณา และรายละเอียดเกี่ยวกับการประชุม รวมทั้งผลการประชุม มีปรากฏอยู่ในหนังสือนี้แล้ว" ก็หมายถึงว่ามีการเตรียมงานไว้อย่างดีมาก และหนังสือเล่มนี้อาจจะจัดพิมพ์ขึ้นหลังจากเสร็จประชุมแล้ว เพราะถ้าประชุมไม่เสร็จจะเอามติที่ประชุมมาอยู่ในหนังสือได้อย่างไร นี่พูดถึงกรณีว่าถ้าพิมพ์ไว้ก่อนประชุม เหมือนหนังสือสงฆ์ไทยยุคหลังที่จัดพิมพ์ไว้ก่อน นำเอามติที่ประชุมของปีก่อนมาใส่ไว้ในปีนี้ ส่วนของปีนี้ก็ยกยอดเอาไปใส่ในเล่มใหม่ในปีต่อไป

อย่างไรก็ตาม เมื่อนับดูจำนวนสมาชิกผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งมีเพียงแค่ 11 ท่าน รวมญาติโยมด้วย ทั้งสิ้นทั้งปวงก็คงไม่เกิน 50 รูป/คน ดังนั้น หนังสือที่จัดทำในครั้งนั้นก็คงจะไม่มากนัก คือคงจะกะจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม และเผื่อเหลือเผื่อขาดไว้อีกจำนวนหนึ่ง ถ้าเอาจำนวนเลข 50 เป็นเป้าหมายในการแจกหนังสือ และพิมพ์เผื่อไว้อีกเท่าตัวคือ 50 เล่ม หนังสือสงฆ์ไทยเล่มแรกนี้น่าจะพิมพ์ประมาณ 100 เล่ม (Copies) ซึ่งเป็นการสะดวกว่า เมื่อประชุมเสร็จก็สามารถโรเนียวได้ภายในหนึ่งชั่วโมง เพราะตารางการประชุมเอย หนังสือเชิญประชุมเอย ร่างบายลอว์สมัชชาสงฆ์ไทยเอย ปกหน้า-หลังเอย เหล่านี้ได้เตรียมไว้รอพร้อมแล้ว ขาดก็เพียงรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม (เพราะต้องรอเช็คว่าใครมาบ้าง) และรายงานการประชุม (เพราะถ้าประชุมไม่เสร็จก็สรุปไม่ได้) เมื่อได้อีก 2 อย่างดังว่ามานี้ ก็จัดการปิดเล่ม-ยิงแม๊กเข้าเล่มได้เลย ดังนั้นหนังสือเล่มนี้สามารถพิมพ์เสร็จในคืนวันที่ 24 มิถุนายน 2519 นั่นแหละ สามารถแจกจ่ายแก่ผู้เข้าร่วมประชุมก่อนแยกย้ายกันกลับวัดได้ทัน

ทีนี้ว่า เมื่อเป็นหนังสือโรเนียว-ยิงแม๊กเข้าเล่ม จึงไม่ค่อยเหนียวแน่นเหมือนหนังสือเย็บกี่-ไสกาวที่สั่งจากโรงพิมพ์ คุณภาพจึงด้อยกว่าหนังสือที่ว่า ถ้าเรามองต่อไปอีกก็จะเห็นว่า สมาชิกที่ได้ไปก็คงเอาไปอ่านเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ทิ้ง หรือเก็บเอาไว้ ไม่มีใครใส่ใจ นานไปก็ลืม หลายท่านโยกย้ายไปๆ มาๆ ระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย หนังสือเล่มนี้จึงสูญหายไปแทบว่าจะหาไม่พบ (เพราะมีเพียง 100 เล่ม)

ดังนั้น ที่หลวงพ่อพระเทพกิตติโสภณเก็บงำเอาไว้ในห้องสมุดวัดวชิรธรรมปทีป ผ่านเวลามานานถึง 35 ปี และมาถึงมือของผู้เขียนในสภาพสวยแชมป์ จึงถือว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์เหลือเกิน !

 

ส่วนวัดที่ท่านจัดอันดับไว้ในคำปรารภนั้นมีดังนี้

1. วัดวชิรธรรมปทีป นครนิวยอร์ค

2. วัดพุทธวราราม นครเดนเวอร์

3. วัดวรธัมธิตยาราม นครชิคาโก

4. วัดไทย วอชิงตัน ดี.ซี.

5. วัดไทย นครลอสแองเจลิส

ส่วนเหตุผลในการจัดอันดับวัดในที่นี้จะมีอย่างไรนั้นไม่ทราบ เพราะวัดไทยแอลเอเป็นวัดไทยแห่งแรกในสหรัฐอเมริกา แต่ถูกจัดไว้ในอันดับบ๊วยของการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยครั้งแรก ก็เป็นเรื่องแปลกแต่จริง

หน้าที่ 4 เป็นหนังสือนิมนต์ไปร่วมประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก หนังสือลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2519 มองแบบเซียนหวยก็จะเห็นเป็น 19 หน้า 19 หลัง ท่านช่างเลือกวันออกจดหมายได้สวยงามแท้

หนังสือลงนามโดย "พระศรีสมโพธิ" ซึ่งเวลานั้นเดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดวชิรธรรมปทีป นครนิวยอร์ค พระศรีสมโพธิรูปนี้ปัจจุบันแทบไม่มีใครรู้จักกันแล้ว ท่านมีนามเดิมว่า พระมหาบุญลอย รตนโชโต สังกัดเดิมอยู่วัดสังเวชวิศยาราม บางลำพู กรุงเทพฯ แต่ภูมิลำเนาเดิมนั้นท่านเป็นชาวอำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน เดินทางเข้ามาศึกษาในกรุงเทพมหานคร สังกัดวัดสังเวชวิศยารามดังกล่าว

 

พระศรีสมโพธิ
(พระราชรัตนเมธี)
(บุญลอย รตนโชโต น.ธ.เอก ป.ธ.4 พธ.บ.)
เจ้าอาวาสวัดคฤหบดี ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ 1

 

ก่อนจะมาเป็น "พระศรีสมโพธิ" นั้น ท่านมีสมณศักดิ์เป็นพระครูปลัดสุวัฒนสุตคุณ ฐานานุกรมในสมเด็จพระวันรัต (ทรัพย์ โฆสโก) วัดสังเวชวิศยาราม และมีตำแหน่งเป็นเลขานุการของสมเด็จพระวันรัตอีกด้วย

ด้านการศึกษา ท่านสำเร็จนักธรรมชั้นเอก เปรียญธรรม 4 ประโยค และปริญญาพุทธศาสตร์บัณฑิต จากมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) และทราบว่าเป็นพระนักศึกษานักกิจกรรมตัวยง ส่งเสริมให้สำนักเรียนวัดสังเวชในยุคนั้นโด่งดัง ถึงกับได้รับการขนานนามว่า "เป็นครูพระองค์แรกของโรงเรียนวัดสังเวช" และต่อมาท่านก็มีโอกาสเดินทางมาสหรัฐอเมริกา ได้รับความไว้วางใจจากพระสงฆ์ไทยในสมัยนั้นให้เป็นหัวหน้า สามารถก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยขึ้นมาได้เป็นเหตุการณ์ที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึก แต่เป็นประธานสมัชชาสงฆ์ไทยได้เพียงปีเดียว พระศรีสมโพธิก็ต้องเดินทางกลับเมืองไทย เนื่องเพราะสมเด็จพระวันรัต (ทรัพย์ โฆสโก) วัดสังเวช อาพาธและมรณภาพลง ท่านได้มอบหมายให้พระสุธีรัตนาภรณ์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยแทน จนกระทั่งสิ้นวาระ

พระศรีสมโพธิกลับไปจำพรรษาที่วัดสังเวชวิศยาราม ต่อมาได้ย้ายไปรับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดคฤหบดี แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร และตำแหน่งเจ้าคณะเขตบางพลัด ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นที่ พระราชรัตนเมธี

พระราชรัตนเมธี ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ.2552 สิริอายุ 83 ปี พรรษา 63

หักลบตัวเลขแล้ว สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งในปี พ.ศ.2519 นับถึง พ.ศ.2552 ที่พระราชรัตนเมธีมรณภาพ ก็เป็นเวลา 33 ปี เอาเลข 33 ไปลบกับอายุ 83 ของท่าน ก็จะลงตัวที่ 50 ปีที่ตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยขึ้นมานั้น พระราชรัตนเมธี (พระศรีสมโพธิ) มีอายุเพียง 50 ปี

"พระศรีสมโพธิ" นับว่าเป็นบุคคลในประวัติศาสตร์สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา เพราะว่าเป็นผู้เซ็นก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยเป็นคนแรก ร่วมกับพระสุธีรัตนาภรณ์ (พระพรหมวชิรญาณ ประสิทธิ์ เขมงฺกโร ป.ธ.3 ผู้ก่อตั้งวัดธัมมาราม นครชิคาโก้ อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดยานนาวา และกรรมการมหาเถรสมาคม) และพระมหาโสบิน โสปาโก เจ้าอาวาสวัดพุทธวรารามในขณะนั้น และอดีตเลขาธิการรูปแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พระศรีสมโพธิ จึงเป็นทั้งผู้เริ่มก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาและประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริการูปแรก

 

พระพรหมคุณาภรณ์
(พระศรีวิสุทธิโมลี พระราชวรมุนี พระเทพเวที พระธรรมปิฎก)
(ประยุทธ ปยุตฺโต ป.ธ.9 พธ.บ.)
เจ้าอาวาสญาณเวศกวัน ต.บางกระทึก อ.สามพราน จ.นครปฐม
มันสมองของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

 

พระสุธีรัตนาภรณ์
(พระราชรัตนาภรณ์  พระเทพประสิทธิมนต์ พระธรรมวชิรญาณ พระพรหมวชิรญาณ)
(ประสิทธิ์ เขมงฺกโร น.ธ.เอก ป.ธ.3)
เจ้าอาวาสวัดยานนาวา ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ 2

ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ.2520 ถึง พ.ศ.2530

 

 

พระวิเทศธรรมรังษี (หลวงตาชี)
(สุรศักดิ์ ชีวานนฺโท น.ธ.เอก ป.ธ.4)
เจ้าอาวาสวัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.
อดีตรองประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาขึ้นมาในปี พ.ศ.2519
ปัจจุบันเป็นพระมหาเถระเพียงรูปเดียวที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาและยังมีชีวิตอยู่

 

 

พระวิสุทธิสมโพธิ
(พระราชกิตติเวที-พระเทพกิตติโสภณ)
(สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.7 พธ.บ.)
เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ 3

ดำรงตำแหน่งระหว่าง พ.ศ.2530 ถึง พ.ศ.2554

 

 

พระสุนทรพุทธิวิเทศ
(ประชัน ชุตินฺธโร น.ธ.เอก ป.ธ.4 พธ.บ.)
เจ้าอาวาสวัดพุทธาวาส ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่
4

ดำรงตำแหน่ง วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2554

 

 

หลวงตาโสบิน โสปาโก (นามโท) โพธิ
(น.ธ.เอก ป.ธ.4)
อดีตเจ้าอาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส รูปที่ 1

ผู้ก่อตั้งวัดพุทธวราราม เดนเวอร์ รัฐโคโลราโด้
เลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ 1

 

พระมงคลเทพโมลี
(สุพจน์ โชติปาโล น.ธ.เอก )

วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพมหานคร
อดีตเจ้าอาวาสวัดไทยลอสแองเจลิส รูปที่ 2

ครองวัดในช่วงก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ต่อมาได้ไปตั้งวัดมงคลรัตนาราม ขึ้นที่เมืองเบิร์คเลย์ ในเขตเบย์แอเรีย ใกล้กับซานฟรานซิสโก

 

หน้าที่ 5 เป็นตารางการประชุม ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2519 ถึงวันที่ 24 มิถุนายน เดือนเดียวกัน รวมเวลาทั้งสิ้น 5 วันเต็มๆ นับว่าเป็นการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะสมัยนี้ประชุมกันแค่ 2 วัน วันแรกแค่รายงานตัวสมาชิกต่อที่ประชุม ประธานให้โอวาท แขกผู้มีเกียรติกล่าวสุนทรพจน์ ก็หมดไปวันหนึ่งแล้ว อีกวันจึงเข้าวาระที่มีสาระ แล้วเร่งวาระในตอนหัวค่ำ เอาให้เสร็จในคืนนั้น เวลาเป็นเงินเป็นทอง ก่อนจะปิดประชุมเอาตอนสมาชิกโหรงเหรง เพราะหนีไปนอนก่อนแล้ว

 

หน้าที่ 6 เป็นรายนามพระสงฆ์ที่เข้าร่วมประชุมชุดแรก มีทั้งหมด 11 รูปด้วยกัน ได้แก่

 

ที่ ชื่อ ฉายา สังกัดวัด รัฐ
01. พระศรีสมโพธิ (บุญลอย ธมฺมโชโต) ปฏิบัติศาสนกิจที่นิวยอร์ค นิวยอร์ค
02. พระราชวรมุนี (ประยุทธ ปยุตฺโต) ปฏิบัติศาสนกิจที่ฟิลาเดลเฟีย เพลซิลวาเนีย
03. พระสุธีรัตนาภรณ์ (ประสิทธิ์ เขมงฺกโร) วรธัมธิตยาราม ชิคาโก้ อิลลินอยส์
04. พระครูพิมลสรกิจ ไทยลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย
05. พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท (หลวงตาชี) ไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แมรี่แลนด์
06. พระมหาโสบิน โสปาโก พุทธวราราม เดนเวอร์ โคโลราโด้
07. พระมหาครุฑ จิรสฺสุโต วชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค
08. พระปลัดสมนึก จิตฺตนนฺโท หนองตาบุญ สระบุรี ประเทศไทย
09. พระมหาเหล็ก ญาณวโร วชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค
10. พระมหาบุญมา ทนฺตจิตฺโต ไทยลิสแองเจลิส แคลิฟอร์เนีย
11. พระมหาจวน จริตธมฺโม พุทธวราราม เดนเวอร์ โคโลราโด้

 

ทั้ง 11 รูปเหล่านี้ คือผู้เข้าร่วมประชุมสมัยประวัติศาสตร์ในครั้งนั้น ปัจจุบัน พระศรีสมโพธิมรณภาพไปแล้ว พระราชวรมุนีได้เป็นพระพรหมคุณาภรณ์ พระสุธีรัตนาภรณ์ได้เป็นพระพรหมวชิรญาณ พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท ได้เป็นพระวิเทศธรรมรังษี พระมหาโสบินนั้นสึกออกไปแล้วกลับมาบวชใหม่ เมื่อบวชตอนแรกนั้นใช้ชื่อว่า พระมหาโสบิน โสปาโก หรือบางทีก็ใช้ชื่อว่า "พระมหาโสบิน ส. นามโท" นามโท เป็นนามสกุลของพระมหาโสบิน ส่วนโสปาโกนั้นเป็นฉายา ท่านย่อฉายาลงเหลือแต่ตัว "ส." ตัวเดียว ก็นับว่าโก้ดี ครั้นบวชรอบสอง ได้เปลี่ยนฉายาใหม่เป็น พระโสบิน โสปาโก โพธิ (เปรียญ) ที่กลายเป็น "พระ...(เปรียญ)" นั้น เพราะมีกฎว่า พระมหาที่สึกออกไปแล้วกลับมาบวชใหม่ ห้ามมิให้ใช่ชื่อ "พระมหา" นำหน้า แต่ให้คำต่อท้ายชื่อว่า "เปรียญ" พระมหากับพระเปรียญจึงต่างกันตรงนี้ ตรงที่บวชไม่สึกกับสึกแล้วกลับมาบวช

พระมหาโสบินนั้นเป็นศิษย์รักของพระพิมลธรรม (สมเด็จพระพุฒาจารย์ - อาจ อาสโภ ป.ธ.8) อดีตอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎ์ ได้รับความไว้วางใจให้เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจเป็นหัวหน้าพระสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาชุดแรก เป็นเจ้าอาวาสครองวัดไทยแอลเอเป็นดับดับที่ 1 ส่วนอันดับที่ 2 ก็คือ พระมงคลเทพโมลี สมัยยังเป็นพระพุทธมนต์วราจารย์ และอันดับ 3 ก็คือ พระเทพโสภณ ซึ่งต่อมาก็คือ พระธรรมราชานุวัตร (กมล โกวิโท) ซึ่งชาวแอลเอเรียกชื่อท่านว่า หลวงเตี่ย

 

พระมหาโสบิน โสปาโก
(น.ธ.เอก ป.ธ.4)
อดีตเจ้าอาวาสวัดไทยแอลเอ รูปที่ 1 อดีตผู้ก่อตั้งวัดพุทธวราราม เดนเวอร์
และอดีตเลขาธิการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา รูปที่ 1

ภาพนี้ถ่ายประมาณ พ.ศ.2519

พระครูพิมลสรกิจนั้น เป็นชื่อของพระสว่าง นนฺทวโร นามสกุล เสนจันทร์ บ้านเดิมเป็นชาวจังหวัดนครปฐม บวชอยู่วัดสุทัศนเทพวราราม ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูพิมลสรกิจ ฐานานุกรมในสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เสงี่ยม จนฺทสิริ) เจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ในเวลานั้น  เดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจที่วัดไทยแอลเอ ในสายพระพุทธมนต์วราจารย์ (พระมงคลเทพโมลี-สุพจน์ โชติปาโล อดีตเจ้าอาวาสไทยแอลเอรูปที่ 2 และผู้ก่อตั้งวัดในเรื่องมงคลรัตนารามรวม 6 วัดในสหรัฐอเมริกา) เป็นตัวแทนวัดไทยแอลเอเพียงหนึ่งเดียวที่เข้าร่วมประชุมก่อตั้งสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาครั้งนั้น ต่อมาในปี พ.ศ.2527 ได้ลาสิกขา ปัจจุบันยังมีชีวิตและพำนักอยู่ในแคลิฟอร์เนีย มีอายุย่างเข้า 83 ปีในปีนี้ (2554)

 

ลุงครุฑ สมบัติใหม่
อดีตพระมหาครุฑ จิรสฺสุโต เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป รูปที่ 1
ดำรงตำแหน่ง พ.ศ.2518-2519

 

พระมหาครุฑ อดีตผู้ก่อตั้งวัดวชิรธรรมปทีปได้ลาสิกขา ยังมีชีวิตอยู่ ปัจจุบันตั้งรกรากอยู่ในเมืองแทมป้า รัฐฟลอริด้า งานผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิต วัดวชิรธรรมปทีป ปีกลาย (2553) ลุงครุฑก็ยังไปเป็นแม่งานอย่างแข็งขัน

พระมหาเหล็ก นั้นท่านว่าเป็นพระลาว สมัยนั้นการเดินเรื่องไปเมืองนอกของพระไทยเป็นเรื่องยากยิ่ง ทางหลวงพ่อพระพิมลธรรม (ชอบ อนุจารี) ซึ่งเป็นประธานสร้างวัดไทยแอลเอขึ้นมาเป็นวัดแรกในสหรัฐอเมริกา จึงแก้ปัญหาด้วยการหาพระที่มีหนังสือเดินทางแล้ว ก็เลยได้พระต่างชาติที่ได้รับทุนจากกรมการศาสนามาศึกษาในประเทศไทย จับแต่งตัวเป็นพระไทยส่งไปอเมริกา หลังจากสร้างวัดวชิรธรรมปทีปได้ไม่นาน พระมหาเหล็กก็ลาสิกขา เห็นว่ารับราชการเป็นตำรวจอยู่ในรัฐเท็กซัส ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ชรามากแล้ว

พระมหาบุญมานั้นทราบว่าลาสิกขาและยังมีชีวิตอยู่

พระมหาจวนก็ลาสิกขาออกไปมีครอบครัว ลูกเต้าโตแล้วจึงหวนกลับมาสู่ผ้าเหลืองอีกครั้ง

 

 

พระมหาจวน จริตธมฺโม นั้น ท่านเป็นพระมาเลเซีย ชื่อเดิมคือ จวน แซ่ฉั่ว เป็นศิษย์ก้นกุฏิของหลวงพ่อครน วัดบางแซะ รัฐกลันตัน ซึ่งหลวงพ่อครนนั้นโด่งดังทางสร้างพระปิดตาพิมพ์ลอยองค์ ปัจจุบันราคาเล่นหากันเป็นล้าน พระจวนมาศึกษาอยู่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สอบบาลีได้ 4 ประโยค ต่อมาไปเรียนที่วัดมหาธาตุ เขาประกาศหาพระไทยไปอยู่อเมริกา แต่พระไทยสมัยนั้นไม่มีใคร อยากไปเมืองนอก พระมหาจวนถูกชวนจึงตัดสินใจไปอเมริกาในฐานะพระไทย ได้ร่วมสร้างวัดพุทธวรารามและสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาขึ้นมา นับว่าน่าอัศจรรย์

ส่วน "พระปลัดสมนึก จิตฺตนนฺโท" นั้น ปัจจุบันเป็นพระครูวินัยธรสมนึก ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองตาบุญ สระบุรี ซึ่งถือว่าเป็นพระรูปเดียวในครั้งนั้นที่ใช้ชื่อเข้าประชุมบอกสังกัดว่าอยู่เมืองไทย

ขอเล่าบรรยากาศในที่ประชุมให้ฟังอีกนิด (คนที่ไม่ได้เข้าประชุมอย่างมหานรินทร์เนี่ยนะ จะเล่าเรื่องที่ประชุม เหลือเชื่อเหลือเกิน) เอ้อ คืออ่านตามหนังสือดูแล้วทำให้ทราบว่า ในการประชุมคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา จำนวน 5 วัด สมาชิกจำนวน 11 รูป นั้น ครั้งนั้น มิได้มีการเลือกตั้งกรรมการสมัชชาสงฆ์ไทยแต่อย่างใด แต่ได้มีการแต่งตั้งกรรมการอำนวยการไว้ในบทเฉพาะกาล เหมือนรัฐธรรมนูญไทยบางฉบับนั่นแหละ ทั้งนี้มีการยกพระราชวรมุนี (ประยุทธ ปยุตฺโต ป.ธ.9) วัดพระพิเรนทร์ กับพระราชมงคลราชมุนี (สุพจน์ โชติปาโล) เจ้าอาวาสวัดมงคลรัตนาราม เบิร์คเล่ย์ รัฐแคลิฟอร์เนีย (สมณศักดิ์หลังสุดเป็นพระมงคลเทพโมลี พระราชาคณะชั้นเทพ มรณภาพวันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ.2551) ให้เป็นที่ปรึกษาสมัชชาสงฆ์ไทย ส่วนคณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาชุดแรกที่ได้รับการแต่งตั้งตามบทเฉพาะกาลนั้น มีดังนี้

 

 

นายสารัช จันทรโชติวงศ์ นั้น เป็นกรรมการวัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งไวยาวัจกรของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกาเป็นคนแรก

นี่แหละคือบรรยากาศการประชุมที่ผู้เขียนแม้ไม่ได้เข้าร่วมประชุมก็หลับตาเห็นภาพ

ในท้ายหน้าที่ 6 นั้นมีข้อความสำคัญแจ้งว่า

 


คุณวรวุฒิ ไผ่แสวง ช่วยเขียนตราสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

อาจารย์เพลินจิต ชื่นใจชน ออกแบบ-เขียนปก

 

คณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ขออนุโมทนาไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย

 

ตรงนี้ช่วยให้เราได้รู้ว่า นอกจาก พระราชวรมุนี (ประยุทธ ปยุตฺโต ป.ธ.9) เป็นหลักในการร่างตราสมัชชาสงฆ์ไทยแล้ว ก็ยังมี คุณวรวุฒิ ไผ่แสวง เป็นผู้ช่วยอีกแรงหนึ่งด้วย

 

แต่..แต่ถ้าไม่อ่านหนังสือสงฆ์ไทยเล่มนี้แล้ว รับรองว่า ไม่มีใครทราบ !

ประวัติศาสตร์นั้น ถ้าไม่บันทึกแล้ว ร้อยทั้งร้อยเป็นตกสำรวจ

 

หน้าที่ 7 เป็นสุนทรพจน์ปฐมนิเทศของพระศรีสมโพธิ ซึ่งเป็นประธานในการประชุม เนื้อหาภายในก็เป็นการปรารภจัดตั้งองค์กรที่ชื่อว่า "สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา" ขึ้นมา ในท้ายนั้น เป็นการเกริ่นนำถึงพระราชวรมุนี (ประยุทธ ปยุตฺโต ป.ธ.9) ว่ามาปฏิบัติศาสกิจสอนหนังสืออยู่ที่ Swarthmore College เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย และได้นิมนต์ให้แสดงความคิดเห็นต่อที่ประชุม ตรงนี้แสดงว่าเป็นคำกล่าวสดๆ ของพระศรีสมโพธิ มิใช่สุนทรพจน์ที่ร่างเตรียมไว้ก่อน

หน้าที่ 8-9-10 เป็นความคิดเห็นของพระราชวรมุนี ในท้ายนั้นระบุว่า "บ.-ล. บันทึก/พิมพ์" เป็นการใช้ชื่อย่อของผู้บันทึกถ้อยคำและตีพิมพ์ อักษรย่อทั้ง 2 ตัวนี้ ถาม "หลวงตาโสบิน โสปาโก โพธิ" น่าจะจำได้ดีอยู่ เพราะหลวงตาโสบินเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธวรารามและเจ้าการในการประชุมครั้งนั้น

หน้า 11-12-13-14 เป็นนโยบายเกี่ยวกับศาสนกิจของพระสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งถูกนำมาเป็นแม่บทของนโยบายสมัชชาสงฆ์ไทยถึงสมัยปัจจุบัน

หน้า 15-16 เป็นนโยบายเกี่ยวกับการบริหารคณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

หน้า 17-18-19-20-21-22-23 เป็นร่างระเบียบ (Bylaws) ของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ยังมิใช่ตัวจริง แต่ก็แทบจะไม่มีอะไรแตกต่าง เพราะเมื่อผ่านการประชุมแล้วก็ต้องเสนอร่างนี้ให้เป็นตัวจริงต่อไป

ระเบียบของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกานั้นถูกแก้ไขหลายครั้ง เป็นธรรมดา เมื่อโลกเปลี่ยน เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน แม้แต่ระเบียบก็ต้องเปลี่ยน

ที่น่าสนใจในร่างนี้ก็คือ ในตอนท้ายนั้นมี "บทเฉพาะกาล" ซึ่งได้แต่งตั้งกรรมการอุปถัมภ์-ที่ปรึกษา และกรรมการอำนวยการเป็นชุดแรกด้วย

หน้าที่ 24 เป็นปัจฉิมลิขิตปิดประชุมของพระศรีสมโพธิ ประธานการประชุม เนื้อหาต่อเนื่องไปถึงหน้า 25 ต่อท้ายด้วยรายชื่อผู้มีจิตศรัทธาบริจาคอุปถัมภ์การประชุมสมัชชาสงฆ์ไทย ได้เงินทั้งสิ้น 455 ดอลล่าร์ นับว่ามากแล้ว

หน้า 26 เป็นรายนามเจ้าภาพถวายภัตตาหารเช้า-เพล ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน - 24 มิถุนายน พ.ศ.2519 ซึ่งทั้งหมดคิดว่าน่าจะเป็นชาวเดนเวอร์ และยังมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์อยู่แทบทุกท่าน ผู้เขียนคุ้นเคยมากที่สุดก็คือ "โยมแจ๊ว" อรทัย เนียมเทศ ซึ่งสมัยนั้นยังใช้นามสกุล "สำลีรางค์กูร" คุณโยมอรทัย เนียมเทศ และคุณโยมสมศักดิ์ ดำรงแสง เคยนำกฐินมาทอดที่วัดไทยลาสเวกัส เมื่อหลายปีก่อน  คุณสุขุม สำลีรางค์กูร ก็คุ้นเคยกัน คุณบังอร หัสดินรัตน์ ก็เป็นกรรมการวัดพุทธวรารามมาโดยตลอด สมัชชาสงฆ์ไทยก่อกำเนิดขึ้นได้เพราะแรงอุปถัมภ์ของญาติโยมชาวเดนเวอร์ชุดนี้

หน้า 27 เป็นรายนามผู้อุปถัมภ์การประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในด้านต่างๆ จำนวน 24 ท่าน มีพิเศษท่านหนึ่งก็คือ

Mr.Elmer L. Hamby ท่านระบุว่า ได้เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำด้านกฎหมาย วางระเบียบสมัชชาสงฆ์ไทย ให้สอดคล้องกับกฎหมายแห่งสหรัฐอเมริกา รวมทั้งติดต่อขอจดทะเบียน จนกระทั่งสำเร็จเป็นสมัชชาสงฆ์ไทยในที่สุด

หน้าที่ 28 ซึ่งเป็นหน้าสุดท้ายนั้น เป็นประกาศอนุโมทนาของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ต่อท้ายด้วยรายชื่อวัดที่ส่งสมาชิกเข้าร่วมประชุมเป็นครั้งแรก

ก็ปิดเล่มลงอย่างกะทัดรัด แต่สวยงาม แม้จะไม่งามอย่างฝรั่ง ก็งามอย่างไทยๆ

จากนี้ไป ผู้เขียนขอนำเสนอหนังสือ "สงฆ์ไทย" เล่มแรก ในรูปแบบ Full Version ดังต่อไปนี้

ด้วยรักและจริงใจ

พระมหานรินทร์ นรินฺโท
วัดไทย ลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา
13
 ตุลาคม 2554
3
:00 P.M. Pacific Time.

 

 

 

หนังสือสงฆ์ไทย เล่มที่ 01

20-24 มิถุนายน พ.ศ.2519


 































 

 

 

E-Mail

peesang2555@hotmail.com

 

alittlebuddha.com  วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264