LAST UPDATE : SETEMBER 01 2014  07:00 P.M. PACIFIC TIME

 

 

 

ภาพหมู่การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป

 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 4000 PC


 

ภาพประวัติศาสตร์
พระธรรมทูตไทยใน 4 ทวีป
 

กดที่ภาพเพื่อชมภาพใหญ่ ขนาด 2000 PC

 

การประชุมพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป
วันที่
23-25 สิงหาคม 2557

ชุดที่ 01 : ชุดที่ 02 : ชุดที่ 03 : ชุดที่ 04 : ชุดที่ 05 : ชุดที่ 06 : ชุดที่ 07


มุมมองของพระมหานรินทร์

ครั้งที่ 140

ตั้งกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระพุทธศาสนา

 

 

กดที่ภาพเพื่ออ่านมุมมองของพระมหานรินทร์


 

ABBOT MEETING

ประชุมเจ้าอาวาสวัดไทยในสหรัฐอเมริกา
20-21 กันยายน 2557

ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพ
U.S.A. แคลิฟอร์เนีย

กดตรงนี้เพื่อดูกำหนดการประชุม

 

 



จับอภิมหาเศรษฐินีโลก !

นางวัลยรัตน์ รัตนผล

ผู้ถวายเงินสามแสนล้าน

สร้างพระใหญ่ชัยภูมิ

ข้อหาหลอกลวง !

 

อา..สงสัยเจ๊จะทำบุญผิดที่ไป ทำไมไม่ไปทำกับ "ป๋าเหนาะ" แห่งภูเขาทองล่ะ รับรองแม้แต่มหาเถรสมาคมก็ไม่กล้าสอบ ทำบุญผิดวัดมันก็ได้รับอานิสงส์ผิดกันดังนี้แหละ นะ วันหลังอย่าลืม ทำบุญทีไรนึกถึงเสนาะแห่งภูเขาทอง รับรองไม่ผิดหวัง

 


 

จับหญิงวัย 66 ปี หลอกชาวบ้านบริจาคเงินซื้อที่ดิน-อ้างสร้างพระใหญ่

เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.นรบุญ แน่นหนา รอง ผบช.ก.รักษาราชการแทน ผบก.ป. พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.4 บก.ป. มอบหมายให้ พ.ต.ท.บุรินทร์ ยมจินดา สว.กก.4 บก.ป. ร.ต.ต.ประสิทธิ์ แสงลา รอง สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นางวัลย์รัตน์ รัตนผล อายุ 66 ปี อยู่ ต.เขาปูน อ.ห้วยยอด จ.ตรัง ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1671/2555 ลงวันที่ 14 กันยายน 2555 ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน จับกุมได้ที่บริเวณแยกโพธิ์หัก ต.โพธิ์หัก อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อเดือนตุลาคม 2547 ต่อเนื่องถึงเดือนมกราคม 2549 ผู้ต้องหากับพวก ได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายหลายรายในจังหวัดต่างๆ เช่น อุตรดิตถ์ ลำพูน นครสวรรค์ สุโขทัย เป็นต้น ให้บริจาคเงินเพื่อจัดซื้อที่ดิน ในนามบริษัทโพธิสยาม นำไปแจกให้กับประชาชน ซึ่งไม่มีที่ดินทำกิน โดยแอบอ้างว่าการดำเนินการครั้งนี้มีมูลนิธิจากต่างประเทศ เช่น องค์การสหประชาชาติ องค์การการค้าโลก ให้การสนับสนุน ซึ่งเมื่อเอาเงินบริจาคไปซื้อที่ดินที่ไหนยังไม่ได้ระบุ อ้างว่าจะขายได้กว่า 5 เท่า

ทำให้มีผู้หลงเชื่อบริจาคเงินให้เป็นจำนวนมาก ภายหลังจึงทราบว่าไม่มีการซื้อที่ดินเกิดขึ้นจริง จึงรวมตัวกันเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.บางเขน ต่อมาจึงมีการรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญา ออกหมายจับผู้ต้องหาเอาไว้

นอกจากนี้ ภายหลังนางวัลย์รัตน์ ได้ถูกออกหมายจับไว้แล้ว เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในระหว่างหลบหนีคดี ยังสร้างเรื่องอุปโลกน์ว่าจะนำเงินจำนวน 3.2 แสนล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งได้รับมาจากองค์การการค้าโลก หรือ WTO มาบริจาคให้โครงการก่อสร้างพระองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ของมูลนิธิพระใหญ่ชัยภูมิ โดยมีการขึ้นป้ายชวนให้ร่วมทำบุญถวายบายศรีต่อองค์พระใหญ่ และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลและเป็นขวัญกำลังใจให้กับผู้จัดสร้าง เพื่อให้โครงการนี้สำเร็จโดยเร็ว ทำให้มีผู้หลงเชื่อบริจาคเงินกันอีกเป็นจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายจากทั้งสองกรณีกว่า 100 ล้านบาท

ต่อมาชุดสืบสวน กก.4 บก.ป. ได้ใช้หลักการสืบสวนสมัยใหม่ตามแนวคิดของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผบช.ก. และดำเนินการตามโครงการ บิ๊กซิกซ์ โดยเข้าพบผู้นำสังคมภาคส่วนต่างๆ จึงได้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาไว้ได้ หลังจากหลบหนีคดีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ก่อนคุมตัวมาสอบสวนเบื้องต้น ซึ่งผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางเขน รับไว้ดำเนินคดีต่อไป

ด้าน ร.ต.ต.ประสิทธิ์ กล่าวว่า อยากจะฝากไปยังประชาชนทั่วไปว่า ปัจจุบันขบวนการหลอกลวงเหล่านี้มีกลโกงหรือวิธีการหลายอย่าง โดยอาศัยเรื่องการทำบุญ ความมีจิตเมตตาของสุจริตชน และมักแอบอ้างบุคคลผู้มีชื่อเสียง วัด หรือองค์กรต่างๆ จึงขอว่าอย่าหลงเชื่อกลุ่มมิจฉาชีพ และควรจะตรวจสอบให้แน่ชัดเสียก่อนจะตกเป็นเหยื่อ อย่างไรก็ดี ในส่วนผู้ต้องหารายนี้ พบว่าทำกันเป็นขบวนการใหญ่ มีผู้ร่วมกระทำผิดที่ยังหลบหนีคดีอีกหลายคน จึงได้เร่งสอบสวนขยายผลการจับกุมแล้ว

 

ี่มา : มติชน
2 กันยายน 2557


 

ข่าวมงคล !

ทุนเล่าเรียนหลวง ปี 57

พระราชทานถวายพระสงฆ์ทั้งประเทศ

 


























 

ทุนเล่าเรียนหลวง พ.ศ.2557

พิธีมอบทุนเล่าเรียนหลวง สำหรับพระสงฆ์ไทย 76 ทุน พิธีมอบทุนบริหารการศึกษาสำนักเรียน/สำนักศาสนศึกษาดีเด่น พิธีมอบรางวัลสำนักเรียน/สำนักศาสนศึกษาดีเด่น ฉลองปริญญาบัตร-พัดเปรียญ เปรียญธรรม 9 ประโยค และพิธีมอบทุนพระธรรมทูตดีเด่น ณ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ

เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2557 เวลา 13.30 น. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในพิธีมอมทุนเล่าเรียนหลวง สำหรับพระสงฆ์ไทย 76 ทุน ทุนบริหารการศึกษาสำนักเรียน/สำนักศาสนศึกษาดีเด่น พิธีมอบรางวัลสำนักเรียน/สำนักศาสนศึกษาดีเด่น ฉลองปริญญาบัตร-พัดเปรียญ เปรียญธรรม 9 ประโยค และมอบทุนพระธรรมทูตดีเด่น ณ ศาลาสตมานุสรณ์ วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้แทนเจ้าสำนักเรียน/เจ้าสำนักศาสนศึกษาดีเด่น ผู้แทนผู้สอบเปรียญธรรม 9 ประโยคได้ ผู้แทนพระธรรมทูตดีเด่น และผู้แทนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ถวายเครื่องสักการะ จากนั้น พระพรหมโมลี เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวถวายรายงาน และขานรายนามผู้เข้ารับทุนตามลำดับ พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 10 รูป เจริญชัยมงคลคาถา จบแล้ว สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กล่าวสัมโมทนียกถา จบแล้ว พระสงฆ์ทั้งนั้นอนุโมทนา เป็นเสร็จพิธี

 

ี่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
2 กันยายน 2557


 

 

รวยไม่จริง !

น้องชายเสี่ยเหนาะท้าพิสูจน์ทรัพย์สินตระกูลฝังมุก

ทุกอย่างได้มาโดยสุจริต

ธุรกิจก็แค่ในครอบครัว

 

ออกตัวเพียงเรื่องเดียวคือรถยนต์

ไม่รู้ใครให้มามั่ง ตั้ง 20 กว่าคัน

มันเบลอ เอ้อเหอเอ้อเฮอ !

 

อา..แหมก็พูดไปได้เนาะ ขนาด สมเด็จช่วงวัดปากน้ำ ปฏิบัติหน้าที่สังฆราชก็ยังไม่กล้า สมเด็จสมศักดิ์วัดพิชัยญาติ เจ้าคณะใหญ่หนกลางก็ยังไม่กล้า เจ้าคุณเอื้อนวัดสามพระยา ผู้ว่า กทม. ก็ยังไม่กล้า เมื่อสามผู้ยิ่งใหญ่ในปัถพีไม่มีใครกล้า แล้วใครไหนในปัถพีจะกล้า เอางี้สิ เพื่อเกียรติยศและชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล "ฝังมุก" เสี่ยเหนาะหรือน้องชาย ควรให้คนไปแจ้งความฟ้องเฟสบุ๊คที่แฉเสี่ยเหนาะ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ผ่านศาล หากว่าผ่าน เสี่ยเหนาะก็คงศักดิ์สิทธิ์พอๆ กับหลวงพ่อคูณ ว่าแต่กล้าหรือเปล่า ? ไอ้ที่ปล่อยให้เขาเล่นข้างเดียวโดยไม่ตอบโต้นั้น มันเป็นไปได้ไง ?

 

บ้านน้องชายเจ้าคุณเสนาะ

 

 

เปิดตัวบ.น้องชายเจ้าอาวาสดัง-ยันพระ"พี่ชาย"มีทรัพย์สินไม่ถึงพันล.

จากกรณีสำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบพบว่า นายเอกวัฒน์ ฝังมุข น้องชาย พระพรหมสุธี (เสนาะ ปัญญาวชิโร) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่กำลังมีกระแสข่าว ในสื่อออนไลน์กล่าวหา เจ้าอาวาสวัดดังแห่งหนึ่งในกทม.มีธุรกิจทรัพย์สินนับพันล้านบาท อีกทั้งรถหรูกว่า 20 คัน จดทะเบียนตั้งบริษัท ถนอมกระแสพัฒนาที่ดินและบ้าน จำกัด ทุนจดทะเบียน 20 ล้านบาท ประกอบธุรกิจจัดสรรที่ดินพร้อมบ้านจำหน่าย นั้น 

(อ่านประกอบ : น้องชายเจ้าอาวาสวัดสระเกศขนเงินตั้งบริษัทอสังหาฯ ทุน 20 ล้าน)
 

ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา รายงานว่า เมื่อวันที่ 28 ส.ค.57 ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลบริษัท ถนอมกระแสพัฒนาที่ดินและบ้าน จำกัด ตามที่อยู่ที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า คือ เลขที่ 24/24 หมู่บ้านชวนชื่นรีเจนท์ ซอยราชพฤกษ์ 13 ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร

พบว่าเป็นบ้านเดี่ยวหรู 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรอบบ้าน หน้าบ้านมีป้ายชื่อบ้าน "ร่มวรีส์" และป้ายชื่อบริษัทถนอมกระแสพัฒนาที่ดินและบ้าน จำกัด ติดไว้ชัดเจน 

ภายในบ้านมีรถเก๋งสีบลอนด์ทองไม่ทราบยี่ห้อจอดอยู่ 1 คัน และสุนัขพันธุ์ชิสุ 1 ตัว 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้พยายามติดต่อบุคคลที่พักอาศัยในบ้าน เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท ถนอมกระแสพัฒนาที่ดินและบ้าน จำกัด และ นายเอกวัฒน์ ฝังมุข

ได้รับแจ้งจากคนในบ้านว่า นายเอกวัฒน์ไม่อยู่ ไปต่างจังหวัด

เมื่อถามว่า จะกลับมาเมื่อไหร่ คนในบ้าน ตอบว่า "ไม่แน่ใจ บางวันท่านก็กลับมืดๆ บางวันท่านก็ไม่กลับ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้โทรศัพท์ติดต่อ นายเอกวัฒน์ ฝังมุข ตามเบอร์โทรศัพท์ที่แจ้งไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับการยืนยันข้อมูลจากนายเอกวัฒน์ ว่า บริษัท ถนอมกระแสพัฒนาที่และบ้าน จำกัด จัดตั้งขึ้นเป็นบริษัทก่อสร้างบ้านจัดสรรจริง แต่ไม่ใช่ 100 ไร่ ตามที่เป็นข่าว มีเพียง 20 ไร่เท่านั้น

"ไปดูที่หน้างานได้เลย มีแค่ 20 ไร่จริงๆ ที่ใช้ทุนจดทะเบียน 20 ล้าน เพราะมีที่อยู่แล้ว ตอนนี้ก็ถมที่แล้ว แต่รอดูเศรษฐกิจอีกระยะหนึ่ง"

นายเอกวัฒน์ ยังยืนยันด้วยว่า "เป็นน้องชายของเจ้าอาวาสวัดสระเกศจริง"

เมื่อถามว่า เจ้าอาวาสวัดสระเกศ มีทรัพย์สินจริงๆ เท่าไร นายเอกวัฒน์ ตอบว่า "ท่านเจ้าอาวาศและคนในครอบครัวไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น

"ที่ไปบอกกันว่ารวยเป็นพันล้านและ มีที่ดินทำสวนกว่า 300 ไร่ ก็ไม่จริงเลย ที่ดินที่ทำสวนจริงมีแค่ 50 ไร่ และเป็นที่ดินมรดกเก่า ซื้อต่อมาจากพี่น้องในครอบครัว"

"ส่วนที่บอกว่ามีฟาร์มไก่ ก็ไม่จริง คือเรามีไก่เลี้ยงไว้บางส่วนอยู่แล้ว แค่มาจัดที่อยู่ให้มันดูเป็นระบบก็เท่านั้น และไก่บางส่วน ท่านเจ้าอาวาส ก็ได้รับการถวายมาจากนักการเมืองบางส่วน เป็นพวกไก่ที่ปลดระวางไปแล้วทั้งนั้น"

"ส่วนสวนกล้วยไม้ เป็นเพียงแค่การนำกล้วยไม้ที่มีคนนำมาถวาย มาเพาะพันธุ์ต่อ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรใหญ่โต เป็นธุรกิจ รูปแบบเหมือนวิสาหกิจชุมชนมากกว่า และเมื่อมีรายได้ ก็จะแบ่งเงินส่วนหนึ่ง ไว้ช่วยเหลือคนที่เดือนร้อน เช่น ค่าทำศพ ประมาณรายละ 3 หมื่นบาท ที่ผ่านมาก็ทำบุญส่วนนี้ไปหลายศพแล้ว"

"ส่วนเรื่องรถยนต์จำนวนหลาย 10 คัน ของเจ้าอาวาสนั้น นายเอกวัฒน์ ยอมรับว่า มีรถหลายสิบคันจริง ส่วนใหญ่เป็นรถที่ญาติโยมที่ศรัทธาเอามาถวาย ซึ่งท่านก็นำไปใช้ในกิจการของสงฆ์ ส่วนใครจะนำมาบริจาคให้นั้นไม่ทราบ 

เมื่อถามถึงที่มาเงินลงทุนในบริษัทฯ จำนวน 20 ล้านบาท นายเอกวัฒน์ ตอบว่า "ยังไม่ได้ลงเงินจริง เป็นเพียงแค่เทคนิคทางบัญชีเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ใช้บ้านเป็นสถานที่ตั้งบริษัท ก็เพราะผมเพียงจะเริ่มทำธุรกิจ และงานส่วนใหญ่ก็อยู่ที่อยุธยา ไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ ตอนนี่ผมก็มีรถวีออสอยู่คันหนึ่ง แล้วก็หมาชิสุอีกตัวหนึ่งเท่านั้น"

"เรื่องนี้ ผมไม่ทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง ที่ออกมาปลุกกระแสเรื่องนี้ แต่ยืนยันว่า ท่านเจ้าอาวาส หรือคนในครอบครัว ไม่ได้มีทรัพย์สินอะไรมากมายขนาดนั้น และถ้าใครไม่เชื่อเราพร้อมที่จะพิสูจน์ เข้ามาดูได้เลย" น้องชายเจ้าอาวาสวัดสระเกศระบุ  

 

ี่มา : สำนักข่าวอิศรา
2 กันยายน 2557


 

เน่าทั้งวัด !

ใต้ร่มภูเขาทองเขียนนิราศภูเขาทอง

ลากไส้ในวัดสระเกศมาตั้งแต่สมัยสมเด็จเกี่ยวยังไม่ตาย

 

แก่งแย่งแข่งดีทั้งงาน-เงิน-ยศถาบรรดาศักดิ์ แบ่งกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ทุจริตสอบบาลีก็ทำ ไร้สมณสารูปถึงขั้นวางมวยกันต่อหน้าสมเด็จเกี่ยว แต่เหลือเชื่อแฮะ พระผู้ใหญ่ระดับเจ้าคณะรองทั้ง 2 รูป กลับปล่อยปละละเลย กลบปัญหาไว้ใต้ภูเขาทอง จนสมเด็จเกี่ยวสิ้นไป จึงปะทุและระเบิดเถิดเทิงออกมาในวันนี้ วันที่ เสี่ยเหนาะหมดสภาพ ทำอะไรพรหมสิทธิไม่ได้ แค่เอาตัวรอดก็ยอดคนแล้ว

เชื่อเถิดว่า นับจากวันนี้เป็นต้นไป เมื่อพระผู้ใหญ่ไม่ยอมพิจารณาปัญหาวัดสระเกศ ก็เท่ากับว่า "สองพรหมต่างคนต่างอยู่" แบ่งก๊กกันอย่างชัดเจน เพราะแต่ละคนก็มีพรรคพวกบริวารระดับเจ้าพ่อ เหนาะก็ใหญ่ ธงชัยก็ไม่เบา ที่เยี้ยวๆ กันอยู่ตามหน้าเมรุนั้นพวกลิ่วล้อทั้งสิ้น

นั่นก็เท่ากับว่า เกิดสังฆเภทในวัดสระเกศแล้ว และคงจะเหมือน "วัดมกุฏกษัตริยาราม" ที่พระสงฆ์สองก๊กไม่สามารถทำสังฆกรรมร่วมกันได้ ขนาด "สมเด็จพระวันรัต-เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต" ไปนั่งเป็นประธานอยู่กลางโบสถ์ พระฝ่ายหนึ่งยังลุกเดินหนีไปต่อหน้าต่อตาเลย "ทิฐิพระ มานะกษัตริย์" นั้นแรงแค่ไหน  ใครอยากรู้ก็ไปดูเอาเถิดว่า วันที่ 8 กันยายน 2557 นี้ (ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10) พระสงฆ์วัดสระเกศจะลงอุโบสถร่วมกันหรือไม่ ถ้าไม่, นั่นก็แสดงว่าสังฆเภทแล้วชัดเจน

สงสารก็แต่พระสงฆ์อีสาน (ภาค 10-12) ที่มีเจ้าคณะภาคชื่อ "เสนาะ-ธงชัย" ต้องทนอยู่ใต้อำนาจการปกครองของสองรูปนี้ไปอีกหลายร้อยปี (โดยการสืบทอดอำนาจภายในกุฏิ) เห็นๆ ว่า แค่วัดสระเกศของตัวเอง สองรูปนี้ยังปกครองไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรไปปกครองพระสงฆ์ทั้งภาค แต่ก็ดังว่านั่นแหละ พระสงฆ์ต่างจังหวัดนั้นมันพวกไพร่ เขาตั้งใครมาเป็นเจ้านายก็ต้องยอมรับ จึงทั้งจนทั้งโง่ดักดานดังที่เห็น นี่รวมพระธรรมทูตสายต่างประเทศด้วยนะ เห็นเสี่ยเหนาะมา ก็พากันไปยืนเข้าแถวต้อนรับเต็มสนามบินแอลเอ เลียก้นเฮียเหนาะจนไม่ได้ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดเลยทริปนั้น ประหยัดสุดๆ

 

 

เฮียเหนาะอินยูเอสเอ

 


 

ถวายพวงมาลัยถึงในสนามบิน LAX

คนในสนามบินงงเป็นไก่ตาแตก ว่านี่มันดาราช่องไหน หรือไปแข่งขันอะไรมา หารู้ไม่ว่า นี่คือกรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ทรงศีลของไทย ไปเมืองนอกเมืองนา มันต้องระดับดาราเรียกพี่ ดีนะที่ไม่หนีบน้ำฝนมาด้วย ไม้งั้นเต๊นท์รถแถวๆ แอลเอ แตก !

 

ขึ้นคัตเอ๊าท์เท่าแอ๊ดเทวดา

 

ดูสิฮะ ว่าจริงหรือไม่

ถามว่าตั้งแต่ตั้งวัดไทยแอลเอมา 42 ปี
เคยมีใครทำป้ายใหญ่ขนาดนี้บ้าง

 


 

ติดป้ายเชียร์ทั้งข้างนอกข้างใน

สงสัยกลัวเฮียเหนาะผู้สายตาสั้นจะมองไม่เห็น ไม่ทราบว่าเสร็จงานแล้ว เก็บใส่กระเป๋าให้ "เฮียเหนาะ" เอากลับมานอนดูเล่นที่วัดสระเกศด้วยหรือเปล่า

 

 

คนอเมริกาวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำตัวเวอร์ จัดฉากจนเลี่ยน

ออกคำสั่งให้พระเจ้าอาวาสวัดไทยในแอลเอทุกวัดไปต้อนรับที่สนามบิน และทำพิธีต้อนรับอย่างหรูหรา ขนาดว่าสมเด็จพระสังฆราชเสด็จก็ยังไม่ใหญ่เท่า แต่เสี่ยเหนาะก็กล้าทำและทำมาแล้ว อวดเบ่งไม่เป็นที่ กลับมาถึงบ้านจึงล้มละลายดังที่เห็น เป็นบทเรียนว่า ถ้ามีแต่อำนาจ แต่ไร้บารมีแล้ว ต่อให้ใหญ่เพียงไหนก็ไปไม่รอด

 

 

ศึกชั้นพรหม

พรหมสุธี VS พรหมสิทธิ

 

 

ชำแระพม่า 3 สหาย เนื้อร้ายของพรหมสุธีตัวปัญหาภายในวัด

บทความฉบับนี้ถูกเขียนขึ้นมาอีก ไม่ใช่เพื่อใส่ร้ายพระพรมสุธี (ไม่สมควรใช้คำว่า "พรหม") แต่อยากเขียนเพื่อที่จะบอกว่า การที่พระพรมสุธี เดินทางมาถึงจุดที่ต้องฆ่าพระพรหมสิทธิ เพราะใครเป็นตัวบงการอยู่เบื้องหลัง


ตัวละครที่สามารถเป่าหูจนพระพรหมสุธีหน้ามืดตาลายมีอยู่ 3 คน คือ วิโรจน์,เก่ง,ฆ้อง สามสหายที่หอบผ้าหอบผ่อนข้ามฝั่งมาจากท่าขี้เหล็ก พม่า ซึ่งปัจจุบันสวมสิทธิเป็นคนไทยโดยบริบูรณ์เรียบร้อยแล้ว (อาศัยความเมตตาต่อครอบครัวผู้ถูกสวมสิทธิเป็นฐาน จึงไม่สืบและเสนอหลักฐานการสวมสิทธิในครั้งนี้)          


ปัจจัยที่ทำให้สามสหายสามารถเป่าหูพระพรหมสุธีได้ก็อาศัยจุดอ่อนของพระพรหมสุธีนั่นละ จุดอ่อนที่ว่านี้ก็คือ เงิน และการจะเป่าหูจนพระพรหมสุธีให้อ่อนระทวย หลงเชื่อ จนหน้ามืดตามัวได้   รับรองว่า ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ แน่นอน เอกสาร 19 หน้าถูกระบุไว้ว่า วิโรจน์หากินกับพระพรหมสุธี ตั้งนานแล้ว ทั้งเรื่องการทำเหรียญที่ระลึก และเงินรับบริจาค ในช่วงที่หลวงพ่อสมเด็จไม่สบาย ว่ากันว่า การปลดพระพรหมสิทธิลงจากภูเขาทอง และมอบหน้าที่ให้วิโรจน์ขึ้นไปแทนถูกวางแผนไว้ล่วงหน้าตั้งแต่การแต่งตั้งวิโรจน์เป็นเจ้าคุณพิทักษ์บรบรรพต


เก่ง (พระครูประหลาดเก่ง ป.ธ.6 ถามหน่อยครับ ประโยค 6 ท่านได้แต่ใดมา ใครกันหนาเขียนคำตอบให้ท่าน) ทำหน้าที่คอยถือย่ามตามหลังและเป็นหูเป็นตาให้ คอยรายงานว่า วันไหนใครมาเยี่ยมหลวงพ่อบ้าง และถูกตบรางวัลให้ด้วยการเป็นหัวหน้ารับสังฆทานที่ศาลาการเปรียญ


ฆ้อง (ฉายา ฆ้องปากหมา นินทาแม้กระทั่งหลวงพ่อสมเด็จ ผู้ชุบเลี้ยงตนมา) ซึ่งเป็นคนที่ลาสิกขาไปก่อนเพื่อน เป็นคนใกล้ชิดที่คอยทำหน้าที่วิ่งไปให้หลวงพ่อวัดจองคำดูดวงให้พรมสุธี และจัดการในเรื่องของเทวกรรม แก้กรรม ขมากรรม ให้พระพรหมสุธี (เป็น มส. ผู้นำทางศาสนาแท้ๆ กับมีพฤติกรรมเยื่องพาหมณ์) คนนี้ถูกตบรางวัลด้วยเงินหลักล้าน

ทำไม 3 สหาย จึงเป่าหูพระพรมสุธี และทำสังฆเภท ในวัดสระเกศ

ปัญหาหนองใน ที่เกิดขึ้นภายใน คณะ 5 เองเป็นเหตุ ในบรรดาคนรอบตัวหลวงพ่อสมเด็จ มีทั้งหมดอยู่ 4 คน สองท่าน คือเจ้าคุณบุญทวี และ พระครูปรีชา ผู้ที่ดูแลอุปัฏฐากใกล้ชิดหลวงพ่อเสมอ คอยอยู่ข้างเตียงเวลาเจ็บไข้ เช็ดขี้ เช็ดเยี่ยวตลอดเวลา จึงนับว่า สองท่านนี้คือ คิลานุปัฏฐาก อย่างแท้จริง


อีกสองคน คือ วิโรจน์ และ เก่ง 2 เมื่อคราวที่หลวงพ่อสมเด็จพักฟื้นที่ รพ. และ พระตำหนัก สองคนนี้จะมาเฉพาะเวลา 8.30 น. และ 12.00 น. อันเป็นเวลาที่หลวงพ่อฉันข้าวเสร็จให้พระและญาติโยมเข้าเยี่ยม และสองคนนี้จะทำหน้าที่เก็บเฉพาะซองปัจจัยที่คนนำมาถวาย ส่วนอัฏฐะบริขารอันอื่นจะถูกยกส่งไปให้พระที่ดูแลหลวงพ่อสมเด็จในวันนั้น ๆ  และรีบวิ่งเข้าไปอยู่หลังหลวงพ่อเมื่อมีการถ่ายรูป หลักฐานก็คือ รูปถ่าย หลาย ๆ รูปที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาที่หลวงพ่อสมเด็จไม่สบาย นักข่าวหลาย ๆ สำนักที่มาทำข่าวที่วัดสระเกศถึงกับบอกว่า ท่านรูปนี้รู้จังหวะและมุมกล้องเป็นอย่างดี ท่านสามารถเบียดพระอุปัฏฐากของหลวงพ่อสมเด็จได้โดยที่ไม่อายเลย


ปัญหาทั้งหมด เริ่มเกิดร้ายแรงเป็นสังฆเภทขึ้นเมื่อ วันที่วิโรจน์ตื่นไม่ทัน 8.30 น. หลวงพ่อฉันเสร็จ โยมเข้าเยี่ยม และซองปัจจัยถูกเก็บโดยเจ้าคุณบุญทวี จนเป็นเหตุให้เจ้าคุณบุญทวีโดนวิโรจน์ต่อยจนตาเขียว (ความจริงทั้งหมดถูกบรรยายไว้ที่เอกสาร 19 หน้า) นับแต่นั้นมาเมื่อหลวงพ่ออาพาธลงเรื่อยๆ พระพรหมสิทธิและพระผู้ดูแลหลวงพ่อ เริ่มจัดเตรียมการเพื่อรอรับวันที่หลวงพ่อจากไป วิโรจน์และพวก ๆ เริ่มเตรียมการเพื่อความมั่นคงของตัวเองด้วยการเข้าหาพระพรหมสุธี เริ่มมีการจัดทำเหรียญเพื่อหาเงิน เริ่มมีการเก็บกวาดทรัพย์สินภายในคณะ 5 โดยให้เหตุผลว่า เตรียมกุฏิเพื่อรอรับหลวงพ่อสมเด็จกลับวัด ญาติโยมพากันหลั่งไหลบริจาคเงินเพื่อปรับปรุงคณะ 5 ด้วยอาศัยความศรัทธาต่อองค์หลวงพ่อสมเด็จเป็นฐาน ว่ากันว่าการรวบรวมเงินบริจาคครั้งนี้นับได้เกินกว่า 20 ล้านบาทเพราะทุกคนก็อยากมีส่วนร่วมในการปรับปรุงคณะเพื่อรอรับหลวงพ่อสมเด็จ แต่เงินทั้งหมดก็ไม่ได้รับการชี้แจงอะไรเลยจากวิโรจน์ แต่สาระความจริงในเรื่องนี้ก็คือ มีผู้ศรัทธาในหลวงพ่อสมเด็จเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เป็นคนจ่ายเงินให้กับ ปวช.โดยตรงไม่ได้ผ่านวัดหรือผ่านวิโรจน์ แล้วคนที่ทำบุญผ่านวิโรจน์ละเงินไปไหน ในหนนี้วิโรจน์จัดโซนคณะ 5 ใหม่อย่างชัดเจนโดยการกั้นคณะ 5 ออกเป็นสองฝั่ง ไม่ให้เจ้าคุณบุญทวี และ พระครูปรีชา ขึ้นลงคณะทางประตูหน้าได้


ประกอบกับช่วงเวลาที่หลวงพ่อสมเด็จอาพาธ กิจนิมนต์ต่าง ๆ ของหลวงพ่อสมเด็จตามตรารางที่คนนิมนต์ไว้ล่วงหน้าเป็นปี ๆ วิโรจน์กับเก่งก็เป็นคนจัดการโดยการนิมนต์ให้พระพรหมสุธี ว่าที่เจ้าอาวาสองค์ใหม่เป็นประธาน นับตั้งแต่นั้นมาท่าทีของพระพรหมสุธีก็เปลี่ยนโอนเอียงไปข้างฝ่ายวิโรจน์อย่างชัดเจน


หากวัดสระเกศจะกลับมาร่มเย็นดังเดิมได้ โดยมีผลกระทบน้อยที่สุด พระพรมสุธี หรือใครต้องขจัด 3 สหายนี้ออกให้ไกลตัวพระพรหมสุธีให้ได้ ไม่ให้เป่าหู ไม่ให้ล่อพระพรหมสุธีด้วยเงินได้ เช่นทุกวันนี้ได้ดุจนายพานล่อสุนัขด้วยเนื้อฉะนั้น ที่สำคัญ 3 สหายนี้เป็นคนคอยจัดการให้ชายชุดดำ ให้สามชุมชนรอบวัดสระเกศและให้คนอยุธยามาวัดสระเกศหลายร้อยคน ด้วยอาศัยการเฉพาะที่เป็นไปในปัจจุบันนี้ว่า มาอารักขาเจ้าอาวาส  

   
ผู้คนต่างเฝ้าถามว่า ใครกันแน่ที่สมควรจะอารักขามากกว่ากัน เพราะพระพรหมสิทธิเป็นผู้ถูกกระทำ และนั่นจึงเป็นเหตุผลว่า พระเณรทั้งหมดในวัดสระเกศ ตรงดิ่งไปที่คณะ 12 เพื่อที่จะอารักขาพระพรหมสิทธิ ในขณะที่ชายชุดดำต่างล้อมเต็มศาลาการเปรียญที่เจ้าอาวาสพำนักอยู่ จึงเป็นปรากฏการณ์สังฆเภท ที่ 3 สหายเป็นผู้ก่อขึ้น อย่างชัดเจนที่สุด


ฉะนั้น ประมวลรวมความทั้งหมด ผู้เขียน จึงขอกล่าวโทษ 3 สหาย (วิโรจน์,เก่ง,ฆ้อง) ด้วยข้อหา ร่วมกันทำ สังฆเภท ให้วัดสระเกศแตกออกเป็นสองพักสองฝ่าย

ขอขอบคุณ
ใต้ร่มภูเขาทอง

ที่มา : พันทิป
1 กันยายน 2557


 

ตรวจสอบทรัพย์สินพระ !

74 % นิด้าโพล ลงความเห็น

อา..ว่าแล้วไหมล่ะ เพราะป๋าเหนาะคนเดียวแท้ๆ ทำให้สมเด็จวัดปากน้ำต้องเดือดร้อน รวมทั้งท่านธัมมชโยด้วย วัดไหนรวยๆ ก็เตรียมตัวเอาไว้ให้ดี จะมีชื่อใหม่ให้เรียก เช่น สมเด็จป๋า สมเด็จเสี่ย เจ้าคุณร้อยล้าน เจ้าคุณนกเขา เจ้าคุณไก่ชน ฯลฯ รับรองว่าสนุกยิ่งกว่านักข่าวการเมืองตั้งฉายารัฐมนตรีร่วมรัฐบาลประจำปี

แต่ทีนี้ว่า ก็อย่าหน้ามืดตรวจไปเสียทุกหย่อมหญ้า เพราะว่า พระสงฆ์ทั่วไปนั้นไม่มีอะไรให้ตรวจสอบ เหมือนชาวบ้านร้านตลาดนั่นแหละ ถึงมีก็เล็กๆ น้อยๆ แต่ที่ควรตรวจตราก็คือ ผู้มีอำนาจวาสนา เช่น กรรมการมหาเถรสมาคม พระเจ้าคณะผู้ปกครอง ที่มีอำนาจให้คุณให้โทษแก่คนอื่นได้ ควรกำหนดไว้ด้วยว่า สามารถรับสังฆทานได้ไม่เกินเท่าไร ถ้าเกินจากนั้นไปก็ต้องตกเป็นของวัดหรือของสงฆ์ เหมือนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะรับของกำนัลได้ไม่เกินกี่พันเป็นต้น

ที่สำคัญก็คือ ปัญหาเกิด ณ วัดสระเกศ มีผู้ตกเป็นจำเลยสังคมสงฆ์ชัดเจน ก็คือ พระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเสนาะ ซึ่งเคยเป็นเลขาธิการประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ปัจจุบันก็ยังเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม เป็นเจ้าคณะภาค เป็นประธานกรรมการฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระอารามหลวง ชั้นราชวรมหาวิหาร มีผลประโยชน์มากมาย ง่ายที่สุดก็คือ ตั้งกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าคุณเสนาะเจ้าปัญหาให้เป็นตัวอย่าง ปัญหาเกิดที่ไหนก็ควรแก้ไขที่นั่น มิใช่เรื่องเกิดที่วัดสระเกศ แต่ดันหว่านแหไปทั่วประเทศ โดยไม่มีการดำเนินการใดๆ กับเจ้าคุณเสนาะเลย

ทางผู้โจทก์ก็แสดงหลักฐานชัดเจน อาทิ รถยนต์ตั้ง 20 คัน สวนกล้วยไม้ ฟาร์มไก่ชน เป็นต้น รวมทั้งการที่น้องชายเจ้าคุณเสนาะมีเงินลงทุนถึง 20 ล้านบาท สามารถจะตั้งกรรมการตรวจสอบได้เลย ถ้ามีที่มาที่ไปโปร่งใส ก็ยกผลประโยชน์ให้จำเลย แต่ถ้าชี้แจงไม่ได้ ก็ต้องยึดเข้าเป็นของสงฆ์ แบบนี้ไม่ยอมทำกัน  ปัญญาอ่อนจริงๆ

 

 

นิด้าโพลเผย ′วัด-พระสงฆ์" ควรรายงานทรัพย์สินเพื่อความโปร่งใสเหตุวัดเป็นพุทธพาณิชย์มากขึ้น

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น "นิด้าโพล" สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "ทรัพย์สินของวัดและพระสงฆ์" ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 28 29 สิงหาคม 2557 จากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ ทั่วประเทศ กระจายทุกระดับการศึกษาและอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,254 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการรายงานทรัพย์สินของวัดและพระภิกษุสงฆ์ ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและการเสียภาษีจากรายได้แหล่งต่าง ๆ ของวัด
 
จากผลการสำรวจ ถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการรายงานทรัพย์สินของวัดต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นประจำทุกปี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.24 ระบุว่า ควร เพราะ ทุกวันนี้วัดมีความเป็นพุทธพาณิชย์มากขึ้น วัดควรมีการรายงานทรัพย์สินเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต ทำให้สามารถตรวจสอบและสาธารณชนทราบถึงที่มาที่ไปของทรัพย์สินเหล่านั้นได้ โดยเฉพาะวัดที่มีทรัพย์สินมากผิดปกติ ขณะที่ ประชาชน ร้อยละ 9.33 ระบุว่า ไม่ควร เพราะ ถือว่าเป็นทรัพย์สินของผู้มีจิตศรัทธาทำบุญถวายให้กับวัด และเป็นสิทธิ์ของวัดที่สามารถบริหารจัดการทรัพย์สินได้เอง และ ร้อยละ 3.43 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
 
ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการรายงานทรัพย์สินของพระภิกษุสงฆ์ต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเป็นประจำทุกปี พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 73.84 ระบุว่า ควร เพราะ ทุกวันนี้มีผู้ที่ประพฤติตนมิชอบหาผลประโยชน์ในรูปแบบของพระสงฆ์ เป็นการป้องกันมิให้ญาติโยม หรือผู้มีจิตศรัทธาทำบุญไปโดยขาดการไตร่ตรอง ควรมีการรายงานทรัพย์สินเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความสบายใจทั้งผู้ให้และผู้รับ รองลงมา ร้อยละ 21.13 ระบุว่า ไม่ควร เพราะ ถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของพระภิกษุที่มาจากญาติโยม หรือ ผู้มีจิตศรัทธาถวายให้ อีกทั้งยังมีพระภิกษุจำนวนมาก หากจะให้มีการรายงานควรดูเป็นเฉพาะรายกรณีไป และร้อยละ 5.03 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
 
มื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการเสียภาษีของวัดจากการที่มีรายได้จากเงินบริจาค การทำบุญทุกชนิด เช่น กฐิน ผ้าป่า เงินทำบุญทั่วไป พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 82.62 ระบุว่า ไม่ควรมีการเสียภาษี รองลงมา ร้อยละ 14.91 ระบุว่า ควร และ ร้อยละ 2.47 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ

สำหรับรายได้จากการให้บูชา/ให้เช่า เครื่องรางของขลังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 55.50 ระบุว่า ไม่ควร รองลงมา ร้อยละ 40.19 ระบุว่า ควร และ ร้อยละ 4.31 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ และรายได้จากการใช้ทรัพย์สินของวัด (เช่น การให้เช่าที่ดิน การจัดงานวัด เป็นต้น) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.99 ระบุว่า ไม่ควร ขณะที่ ประชาชน ร้อยละ 44.58 ระบุว่า ควร และ ร้อยละ 3.43 ไม่ระบุ-ไม่แน่ใจ

 

ที่มา : มติชน
31 สิงหาคม 2557


 

ฟื้นคดี !

ปลด 7 ผช.จอ.วัดโสธร

 

เฟสบุ๊คแฟนพันธุ์แท้ป๋าเหนาะขอความเป็นธรรม ระบุ 7 ผู้ช่วย ถูกเจ้าคุณเหนาะหลอกและปลดออก เพื่อแผ้วถางเส้นทางธุรกิจกล้วยไม้ในวัดโสธร อา..เรื่องส้มแป้นและน้องชายยังไม่ทันเคลียร์ เรื่องใหม่ก็แดงทันใจอีกแล้ว แจ๋วจริงๆ ป๋าเหนาะนี่

 

 

จากกรณีที่มหาเถรสมาคม ได้ประชุมเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2553 และลงมติให้ "พักตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง" วัดโสธรวราราม อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน 7 รูปด้วยกัน มีเจ้าคุณพระปริยัติกิจวิธาน (อมรภิรักษ์) เป็นต้น ทั้งนี้โดยการเสนอของ พระราชมงคลรังษี (พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์-ประยงค์ ปิยวณฺโณ) เจ้าอาวาสรูปใหม่ที่ย้ายข้ามห้วยมากินตำแหน่งจากวัดท่าสะอ้าน อำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องเพราะปัญหาภายในวัดโสธรไม่สามารถตกลงกันได้

คณะกรรมการซึ่งแต่งตั้งโดยพระพรหมสุธี (เจ้าคุณเสนาะ) นั้น ประกอบด้วย

พระธรรมสิทธิเวที วัดสังเวชวิศยาราม รองเจ้าคณะภาค 12

พระสิทธินิติธาดา วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์ เลขานุการเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

 พระเทพคุณาภรณ์ วัดเทวราชกุญชร รองเจ้าคณะภาค 13

 พระเทพรัตนสุธี วัดปทุมคงคา รองเจ้าคณะภาค 7

 พระเทพสิทธิเวที วัดนางนอง เจ้าคณะเขตจอมทอง กรุงเทพฯ

 พระราชวรนายก เจ้าคณะจังหวัดนครนายก และ

พระราชภัทรธาดา เจ้าคณะจังหวัดปราจีนบุรี

ซึ่งจนบัดนี้ ยังไม่มีการสรุปผลการสอบสวนออกมาอย่างเป็นทางการ เนิ่นนานถึง 4 ปีแล้ว ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 รูป ต้องถูกแขวนอย่างไม่มีวี่แววว่าจะได้คืนสู่ตำแหน่ง

อย่างไรก็ตาม เฟสบุ๊คแฟนพันธุ์แท้เจ้าคุณเสนาะ ได้ระบุสาเหตุว่า มาจากความต้องการเข้าไปขายกล้วยไม้ ให้แก่พุทธศาสนิกชนที่มานมัสการหลวงพ่อโสธร ของเจ้าคุณเสนาะ แทนการใช้ดอกบัวซึ่งนิยมมานาน โดยบริษัทที่ได้รับการอนุญาตให้ส่งกล้วยไม้เข้าไปขายในวัดโสธรแต่เพียงเจ้าเดียวนั้น ถูกระบุว่าเป็น บริษัทสวนกล้วยไม้ร่มวรีส์ และเฟสบุ๊คยังเผยด้วยว่า สวนกล้วยไม้ร่มวรีส์เป็นธุรกิจในครอบครัวของพระพรหมสุธี หรือเจ้าคุณเหนาะ เจ้าคณะภาค 12 และอดีตรักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร ผู้มีอิทธิพลต่อการแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่นั่นเอง จะจริงหรือไม่อย่างไรก็ต้องให้กระบวนการยุติธรรมทั้งทางโลกและทางธรรมได้ทำการพิสูจน์

กรณีนี้จึงเป็นการ "ฟื้นคดี-ขอความเป็นธรรม" ของผู้ถูกกระทำทั้ง 7 รูปดังกล่าว ซึ่งถูกกระทำผ่าน "มติมหาเถรสมาคม" จึงต้องร้องเรียนไปยังมหาเถรสมาคม ให้รีบฟื้นคดี เพื่อคืนความเป็นธรรมให้แก่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสทั้ง 7 โดยด่วน

 

 

แร้งวัดสระเกศลงกินวัดโสธร จงคืนความเป็นธรรมมา "พระพรหมสุธี"

นับแต่พระพรหมสุธีเข้ามารักษาการเจ้าอาวาสวัดโสธร ความสงบสุขที่อยู่กันอย่างพี่น้องของพระเณรภายในวัดก็เริ่มหมดไป บางรูปอยู่มาตั้งแต่หลวงปู่เจียม ช่วยกันสร้างวัดตามแต่ท่านจะใช้ ทุกอง...ค์ทุ่มเททำงาน สิ่งที่เข้ามาแทนที่ความสุขสงบ คือ ความแตกแยกเป็นฝักเป็นฝ่าย แบ่งแยกพวกเราพวกเขา พวกใครพวกมัน จนแทบมองหน้ากันไม่ติด

เมื่อพระพรหมสุธีเข้ารับตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 วัดโสธรกำลังก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่และในขณะเดียวกันก็ทำเขื่ิิอนกั้นตลิ่งพังไปด้วย ได้เกิดความขัดแย้งขึ้นภายในระหว่างหลวงพ่อเจ้าอาวาสกับเจ้าคุณสุดใจ เจ้าคุณสุดใจเข้าหาพระพรหมสุธี โดยมีพระขี้เมารูปหนึ่ง ซึ่งเป็นเด็กอันธพาลหน้าวัดเป็นมือจ่าย จนเจ้าอาวาสถูกใส่ความว่าไม่โปร่งใสด้านการเงิน รู้เห็นเป็นใจร่วมกับพวกยักยอกเงินวัด พระพรหมสุธีปลดพระราชมงคลวุฒาจารย์จากเจ้าอาวาสฐานยักยอกเงินวัด ท่านบวชมานานจนแก่ขนาดนั้น ทุ่มเทกับวัดมาขนาดนั้น จะโกงเงินวัดได้อย่างไร

นี่คือสิ่งที่เราเจ็บปวดข่มขื่นใจกับความไร้คุณธรรมที่ผู้ปกครองทำกับพระผู้เฒ่า แต่พวกเราก็ได้แต่เจ็บปวดอยู่ในใจ ทำอะไรไม่ได้ ลางร้ายและเงามืดเริ่มคืบคลานเข้ามาปกคลุมวัดโสธร เมื่อพระพรหมสุธีแนะนำเจ้าคุณสุดใจ ไม่ให้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส เพราะเป็นคู่กรณีเกรงจะเกิดข้อครหา โดยพระพรหมสุธีจะมาเป็นรักษาการเจ้าอาวาสเองไปก่อน

เมื่อพระพรหมสุธีมาเป็นรักษาการเจ้าอาวาส ได้ร่วมกับพระขี้เมาซึ่งเป็นลูกน้องของเจ้าคุณสุดใจเอง หันไปร่วมกับพระพรหมสุธีแสดงพฤติกรรมน่ารังเกลียดทางการเงินรูปแบบต่างๆ จากที่ท่านคิดว่าเป็นหงส์ทองบินมาจากวัดสระเกศ มาช่วยประดับวัดให้มีสง่าราศรีกลับกลายเป็นอีแร้งคอปลอกทองมารุมทึ้งผลประโยชน์ของวัดไปมหาศาล ต่อมา เจ้าคุณสุดใจเสียใจทุกข์ตรอมตรมข่มขื่นใจ ที่ตัดสินใจผิดพลาดถึงกลับอาพาธหนัก จนกระอักเลือด และมรณภาพลงอย่างปัจจุบันทันด่วน

พวกเราตั้งข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ไปทั้งแปดริ้วว่า ท่านถูกวางยาหรือไม่ พระพรหมสุธี ไม่ยอมให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบทรัพย์สินของเจ้าคุณสุดใจ แม้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสจะขอให้มีการตรวจสอบ แต่พระพรหมสุธีกลับแสดงอาการไม่พอใจ บอกว่า " ไม่ต้องๆๆ ไม่มีอะไรๆๆ " โดยให้พระขี้เมาองค์หนึ่งเป็นผู้เข้าออกกุฏิได้ ทั้งๆ ที่พวกเรารู้ว่าเจ้าคุณสุดใจมาจากตระกูลมีเงินมาแต่เดิม ชอบสะสมพระเครื่องและพระทองคำไว้มาก พระพรหมสุธีกลับบอกพวกเราว่า ท่านตายแล้วไม่มีอะไรเลย จึงสงสัยว่า เงิน พระเครืี่อง และพระทองคำของเจ้าคุณสุดใจไปอยู่ในครอบครองของใคร

หลวงพ่อเจ้าอาวาสซึ่งท่านแก่มากแล้ว เสียใจที่ถูกดจ้าคณะผู้ปกครองปลดโดยไม่เป็นธรรมถึงกับเข้าโรงพยาบาล และมรณภาพในที่สุด เรียกว่า "ต้องตรอมใจตาย" ขณะนั้น พระพรหมสุธีเริ่มทำธุรกิจกล้วยไม้ มีความคิดที่จะนำดอกกล้วยไม้จากสวนของท่านเข้ามาขายในวัดโสธรแทนดอกบัว ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรแสดงความไม่เห็นด้วย การคัดค้านธุรกิจของพระพรหมสุธี ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความเลวร้ายของพวกเราในสายตาของท่าน โดยที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสไม่รู้ตัว ลางร้ายของพวกเราใกล้เข้ามา

เมื่อพระพรหมสุธีเข้าควบคุมการเงินของวัดโสธรจากผู้ช่วยเจ้าอาวาสไว้ทั้งหมด โดยได้สั่งให้ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเบิกเงินสดในบัญชีของแต่ละองค์ที่รับผิดชอบมาให้ แล้วปลดผู้ช่วยเจ้าอาวาสออกจากหน่วยที่รับผิดชอบ ในข้อหายักยอกทรัพย์ ตลอดชีวิตพวกเราทุ่มเททำงานเพื่อวัดตามหลวงพ่อเจ้าอาวาสสั่ง รับผิดชอบในส่วนที่ทุกองค์ดูแลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุดท้ายกลายเป็นพระโกงเงินวัด เพราะขัดขวางผลประโยชน์ทางการเงินของพระผู้ใหญ่ในปกครอง การปลดผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรออกจากตำแหน่งรับผิดชอบภายในวัด นำมาซึ่งความเจ็บปวดข่มขื่นใจของพระเณรภายในวัด

ต่อมา พระพรหมสุธีอาศัยอำนาจเสนอถอดท่านเกล่านั้นซึ่งมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการบริหารออกจากตำแหน่งผู้ช่วยเจ้าอาวาส อันเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวมาจากสาเหตุเพียงเพราะขัดขวางเส้นทางการนำกล้วยไม้เข้าขายในวัดโสธร ตลอด 7 ปีที่ถูกปลดจากตำแหน่ง จนป่านนี้ก็ยังไม่มีผลคำตัดสินว่า "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสธรถูกหรือผิด ยักยอกหรือไม่ยักยอก" นอกจากคำกล่าวอ้างลอยๆ ของพระพรหมสุธี เพ่่ิอให้ออกจากเส้นทางผลประโยขน์ทางการเงินของท่าน หลวงพ่อเจ้าอาวาสผู้ชราภาพ เจ้าคุณสุดใจ และฝันร้ายที่เกิดขึ้นกับพวกเรา กลายเป็นตราบาปที่พระพรหมสุธีสร้างไว้กับวัดโสธร ที่จะเป็นบทเรียนให้กับผู้ปกครองมีสำนึกในคุณธรรมแห่งผู้ปกครอง และพวกเราจะไม่มีวันลืมความข่มขื่นเจ็บปวดนี้

 

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :

 

ที่มา : เฟสบุ๊คตีแผ่ความจริงพระพรหมสุธี
30 สิงหาคม 2557


 

สมณศักดิ์ 57 !

 

วัดไตรมิตรขึ้น "สมเด็จ" พระพุฒาจารย์

พระธรรมกิตติวงศ์ ขึ้นรองสมเด็จ

คู่พระธรรมคุณาภรณ์ (เจ้าคุณพิมพ์) วัดปทุมคงคา

 

ส่วนอเมริกาข่าวว่า ได้ 3 รูป เทพ 1 ราช 1 สามัญ 1 พระครูพิเศษอีก 1 ส่วนรายชื่ออีกไม่นานก็รู้ ความจริงเขาก็รู้เป็นการภายในตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม ที่ผ่านมาแล้ว

 

พระพรหมเวที
(สนิท ชวนปญฺโญ ป.ธ.9)
เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรุงเทพฯ
เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก

ว่าที่สมเด็จพระพุฒาจารย์

 

ว่าที่สองรองสมเด็จใหม่

ซ้าย : พระธรรมคุณาภรณ์ (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7) วัดปทุมคงคา เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ รองเจ้าคณะภาค 7

ขวา : พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช ป.ธ.9) วัดราชโอรสาราม เขตจอมทอง กรุงเทพฯ

 

 

พระพรหมเวทีได้เป็นสมเด็จพระพุฒาจารย์

มติมหาเถรสมาคมเสนอชื่อ พระพรหมเวที วัดไตรมิตรฯ ขึ้นสถาปนาเป็น สมเด็จพระราชาคณะ รูปใหม่ คาดได้ชื่อสมณศักดิ์เป็น สมเด็จพระพุฒาจารย์ ขณะที่โควตาพระสงฆ์ที่ได้รับการเสนอชื่อเพื่อเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ประจำปี 2557 มีทั้งสิ้น 85 รูป

โผแต่งตั้งสมณศักดิ์พระ ที่คาดหมายกันว่าจะมีการแต่งตั้งกันในช่วงปลายปีนั้น เปิดเผยเมื่อวันที่ 29 ส.ค. ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม โดยมีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุม ซึ่งมีวาระสำคัญคือการพิจารณาเลื่อนและตั้งสมณศักดิ์ให้กับพระสงฆ์ที่ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและพระพุทธศาสนา เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธ.ค.2557

ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณา ที่ประชุมมหาเถรฯได้ให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาฯออกจากห้องประชุมทั้งหมด แล้วหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง มีมติเสนอรายชื่อพระสงฆ์ตามโควตาสมณศักดิ์ของพระสงฆ์ที่ว่างลงดังนี้ ฝ่ายมหานิกาย พระราชาคณะชั้นสามัญ 28 รูป สายต่างประเทศ 8 รูป พระราชาคณะชั้นราช 17 รูป สายต่างประเทศ 3 รูป พระราชาคณะชั้นเทพ 7 รูป สายต่างประเทศ 1 รูป พระราชาคณะชั้นธรรม 4 รูป พระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ หรือรองสมเด็จพระราชาคณะ 4 รูป และพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ หรือสมเด็จพระราชาคณะ 1 รูป ขณะที่ในส่วนของฝ่ายธรรมยุตมีโควตาสมณศักดิ์พระสงฆ์ที่ว่างลงดังนี้ พระราชาคณะชั้นสามัญ 8 รูป พระราชาคณะชั้นราช 4 รูป รวมทั้งสองฝ่ายมี 85 รูป

สำหรับพระที่ที่ประชุมมหาเถรฯ มีมติเสนอชื่อเพื่อสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะ คือ พระพรหมเวที (สนิท ชวนปญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก โดยคาดว่าจะได้ชื่อสมณศักดิ์ที่ สมเด็จพระพุฒาจารย์ แทนสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดสระเกศ อดีตเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก เนื่องจากที่ประชุมมหาเถรฯเห็นว่าพระพรหมเวทีมีคุณสมบัติพร้อม โดยมีตำแหน่งทางการปกครองเป็นเจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ทั้งยังจบการศึกษาบาลีชั้นสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย ระดับเปรียญธรรม (ป.ธ.) 9 ประโยค

ซึ่งการเสนอชื่อพระพรหมเวที เพื่อสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะในครั้งนี้ ส่งผลให้ฝ่ายมหานิกาย จะมีสมเด็จพระราชาคณะ 4 รูป เมื่อรวมกับสมเด็จพระราชาคณะที่ยังดำรงตำแหน่งอยู่ คือ 1.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ 2.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (วีระ ภทฺทจารี) วัดสุทัศนเทพวราราม 3.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) วัดพิชยญาติการาม ขณะที่ฝ่ายธรรมยุตมีสมเด็จพระราชาคณะ 4 รูป เช่นกัน ประกอบด้วย 1.สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) วัดสัมพันธวงศาราม 2.สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม 3.สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต) วัดบวรนิเวศ และ 4.สมเด็จพระธีรญาณมุนี (สมชาย วรชาโย) วัดเทพศิรินทราวาส ทั้งนี้ คณะสงฆ์ไทยกำหนดให้มีการสถาปนาสมเด็จพระราชาคณะได้ 8 รูป ไม่รวมสมเด็จพระสังฆราช แบ่งเป็นมหานิกาย 4 รูป ธรรมยุต 4 รูป และสมเด็จพระราชาคณะทุกรูปเป็นกรรมการมหาเถรฯโดยตำแหน่ง

 

ที่มา : ไทยรัฐ
30 สิงหาคม 2557


 

NOTHING !

 

"ไม่มีอะไร ไม่ต้องสอบ"

มหาเถรสมาคมสรุปคดีเจ้าคุณเหนาะ

 

สรุปโดยไม่ต้องสอบ

สามผู้ยิ่งใหญ่ในวงการสงฆ์ไทย สมเด็จช่วง-สมเด็จสมศักดิ์-รองสมเด็จเอื้อน ประสานเสียงเล่นเกมโยนกลอง

 

วัดปากน้ำบอก "ไม่ต้องสอบ"

วัดพิชัยญาติบอก "จะหารือกับวัดปากน้ำ"

วัดสามพระยาบอก "ไม่มีอะไรแล้ว เจ้าคุณเหนาะชี้แจงหมดแล้ว"

 

อืม ! พระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมนี่ท่านเก่งนะ ตรัสรู้ได้ทุกเรื่อง เงินทองเป็นพันๆ ล้าน ท่านเอาหูฟังเจ้าคุณเหนาะเพียงคนเดียว ก็เชื่อว่าบริสุทธิ์แล้ว น่าจะนิมนต์ไปเป็นประธานศาลฎีกานะ ไม่ต้องเป็นหรอกสังฆราชหรือกรรมการมหาเถรสมาคมน่ะ

ถามต่ออีกสักนิดเถิดครับท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสาม หากว่าเรื่องนี้ยังไม่จบ และลามปามไปเรื่อยๆ พวกท่านจะรับผิดชอบอย่างไร

สมเด็จวัดปากน้ำจะลาออกจากผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราชไหม ?

สมเด็จสมศักดิ์จะลาออกจากเจ้าคณะใหญ่หนกลางหรือไม่ ?

เจ้าคุณเอื้อนจะลาออกจากผู้ว่า กทม. หรือเปล่า ?

ขอถามแค่นี้แหละครับ

 

 

มส. ไร้ถกข้อกล่าวหา 'เจ้าคุณเสนาะ' โยนคณะผู้ปกครองดำเนินการ เจ้าอาวาสวัดสระเกศขอจบชี้แจงหมดแล้ว

เมื่อวันที่ 29 ส.ค.2557 ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม ( มส.) ตามวาระปกติ ภายหลังประชุมผู้สื่อข่าวได้สอบถามพระผู้ใหญ่ถึงกรณีวัดสระเกศต่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ว่าในการประชุม มส. มีการหารือเรื่องดังกล่าวหรือไม่ โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า ไม่มี

ขณะที่ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปฺสโม) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายใน ดังนั้น จึงต้องหารือกับสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เพื่อดำเนินการให้เกิดความเหมาะสมต่อไป ส่วนพระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่มีอะไรแล้ว เจ้าอาวาสได้ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว

พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรรมการ มส. กล่าวถึงกรณีมีการส่งคนมาอารักขา มีการบุกค้นสำนักงานผู้ช่วยเจ้าอาวาสภายในวัด และการแจ้งความดำเนินคดีต่างๆ ว่า เป็นเรื่องไม่จริง ไม่มีการสั่งให้มีการทำเช่นนั้น ส่วนที่มีการส่งเจ้าหน้าที่มาอารักขาก็ไม่ทราบเช่นกัน ก็อยู่ตามปกติ ไม่ได้มีการดำเนินการอะไรทั้งสิ้น ใช้ขันติเพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ขอให้จบเรื่องนี้ เพราะได้มีการชี้แจงไปหมดแล้ว

ด้านนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า พศ. ได้รับหนังสือขอให้ตรวจสอบเจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหารจาก อพช. แล้ว โดยได้ส่งหนังสือดังกล่าวไปให้แก่ เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ตามสายการปกครอง เพื่อดำเนินการพิจารณาแล้ว อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงต้องให้เป็นไปตามกระบวนการพิจารณาของเจ้าคณะปกครองดำเนินการพิจารณาต่อไป

 

ที่มา : คมชัดลึก
30 สิงหาคม 2557

 

ประมวลข่าวพระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง

 

 

 

 


ประมวลข่าวการมรณภาพ


สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ)
วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

พิธีพระราชทานเพลิงศพ

พระเทพมหาเจติยาจารย์
(ไพบูลย์ ภูริวิปุโล)
อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธาตุหริภุญชัย
อดีตเจ้าคณะจังหวัดลำพูน

23 มีนาคม 2557

 

ชุดที่ 1 : ชุดที่ 2 :  ชุดที่ 3 :  ชุดที่ 4 : ชุดที่ 5

ชุดที่ 6 : ชุดที่ 7 : ชุดที่ 8 : ชุดที่ 9 : ชุดที่ 10


กดแต่ละชุดเพื่อชม

 

 



 

ชมภาพชุดในงานวัดนวมินทรราชูทิศ USA.

ชุดที่ 01 : เปิดวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน ยูเอสเอ

ชุดที่ 02 : ไผเป็นไผ ในบอสตัน 2014

ชุดที่ 03 : โรงพยาบาลเมาท์ ออเบิร์น 9 มิถุนายน 2557
ชุดที่ 04 : พิธีเปิดการประชุมพระพุทธศาสนานานาชาติ
ชุดที่ 05 : เปิดประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 06 : ทัพสื่อมวลชนไทยบุกนครบอสตัน รายงานข่าวการประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 07 : ประชุมสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา วันที่ 02
ชุดที่ 08 : ผลการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา พ.ศ.2557
ชุดที่ 09 : บรรยากาศการเลือกตั้งกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
ชุดที่ 10 : พระสงฆ์ 400 รูป สวดพระธรรมจักกัปปวัตตนสูตร ณ โรงพระอุโบสถวัดนวมินทรราชูทิศ นครบอสตัน

 

ภาพชุดรรมยาตราเดินป่าบอสตัน

ธรรมยาตรา ชุดที่ 01 ธรรมยาตรา ชุดที่ 02 ธรรมยาตรา ชุดที่ 03
ธรรมยาตรา ชุดที่ 04 ธรรมยาตรา ชุดที่ 05 ธรรมยาตรา ชุดที่ 06
ธรรมยาตรา ชุดที่ 07 ธรรมยาตรา ชุดที่ 08 ธรรมยาตรา ชุดที่ 09

 

 

 

การประชุมสมัยวิสามัญสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

และงานวันมหารำลึก 8-9 กันยายน 2555
ณ วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ค

 


 

 

ภาพงานพระราชทานเพลิงศพ

พระเดชพระคุณพระเทพกิตติโสภณ
(สมบูรณ์ สมฺปุณฺโณ ป.ธ.
7)
อดีตเจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป
อดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา
10-14 พฤศจิกายน พ.ศ.2554

 

วันมหารำลึก ปีที่ 23

วัดพรหมคุณาราม รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา



กดที่ภาพเพื่อชมภาพงานวันมหารำลึก ปีที่ 23

 

ประมวลข่าวเณรคำ

(กดที่ภาพเพื่อชม)


 

แฟ้มข่าวอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

อ่านข่าวเก่าที่เคยนำเสนอในอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557

YANTRA TODAY
(กดที่ภาพเพื่อชม)


 


เยี่ยมวัดบ้านไร่-ไหว้หลวงพ่อคูณ
กับอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม

กดที่ภาพด้านล่างเพื่อชม

01 02 03 04 05 06 07 08 09
10 11 12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31 32 33 34    

 

ตอนที่ 01
ลอนดอน 2012

ตอนที่ 02
มหาโบสถ์แห่งลิชฟิลด์

ตอนที่ 03
มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด

ตอนที่ 04
วัดพุทธปทีป

ตอนที่ 05
ลอนดอนอาย

ตอนที่ 06
British Museum

ตอนที่ 07
ห้างแฮรอดส์

ตอนที่ 08
Tower Bridge

ตอนที่ 09
London Sightseeing

ตอนที่ 10
London To Paris

ตอนที่ 11
หอไอเฟล (1
)

ตอนที่ 12
หอไอเฟล (2)

ตอนที่ 13
หอไอเฟล (3)

ตอนที่ 14
ปารีส 360 องศา

ตอนที่ 15
เยี่ยมหน้าต่างหอไอเฟล

ตอนที่ 16
TROCADERO

ตอนที่ 17
Water Tour

ตอนที่ 18
Musée du Louvre

ตอนที่ 19
MONA LISA

ตอนที่ 20
เทพีวีนัส

ตอนที่ 21
ทอดน่องในลูฟวร์

ตอนที่ 22
หอสมุดแห่งชาติมิตแตรองต์

ตอนที่ 23
ลา เดฟ็องซ์ (La De'fense)

ตอนที่ 24
Arc de Triomphe

ตอนที่ 25
เหนือประตูชัย

ตอนที่ 26
แวร์ซาย (1)

ตอนที่ 27
แวร์ซาย (2)

ตอนที่ 28
แวร์ซาย
(3
)

ตอนที่ 29
แวร์ซาย (4)

ตอนที่ 30
แวร์ซาย (5)

ตอนที่ 31
GENEVA
(1)

ตอนที่ 32
GENEVA (2
)

ตอนที่ 33
GENEVA (3
)

ตอนที่ 34
Lausanne-Zurich

ตอนที่ 35
วัดศรีนครินทรวราราม

ตอนที่ 36
ป้อมยามเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 37
ตลาดน้ำเมืองลูเซิร์น

ตอนที่ 38
กลับปารีส

ตอนที่ 39
ROME (1
)

ตอนที่ 40
ROME
(2)

ตอนที่ 41
ROME (3)

ตอนที่ 42
ROME (4)

ตอนที่ 43
ROME (5)

ตอนที่ 44
Inside Vatican (1)

ตอนที่ 45
View of Rome

ตอนที่ 46
Inside Vatican (2)

ตอนที่ 47
หลังคาวาติกัน

ตอนที่ 48
OUTSIDE VATICAN

ตอนที่ 49
THE COLOSSEUM

ตอนที่ 50
หินอ่อนโคลอสเซียม

ตอนที่ 51
ROME TO PARIS

ตอนที่ 52
NOTRE-DAME DE PARIS

ตอนที่ 53
หมู่บ้านศิลปะ

ตอนที่ 54
พระราชวังฟงแตนโบล

 

 

 


 

สงฆ์ไทย Vol.01

หนังสือเล่มแรกของสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

(กดที่ภาพหรือที่ข้อความเพื่อชม)

 

คณะกรรมการอำนวยการสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

พ.ศ.2557-2559

 

(กดที่ภาพเพื่อชม)

 

 

ข่าวสารสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา



 

หนังสือเล่มแรกของ มจร. ที่ชาว มจร. หลายท่านไม่เคยเห็น

(กดที่ภาพเพื่อเข้าชม)

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

ข้อแลกเปลี่ยนของชาวพุทธไทย

บวชพระล้านรูป แลกกับ พระนิพพานเป็นอัตตา
ท่องพุทธวจนะล้านคน แลกกับ ตัดปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ

(กดที่ภาพเพื่ออ่าน)

 

>> กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความเพิ่มเติม <<

 

พระธรรมทูตสายต่างประเทศ รุ่นที่ 1-17 พ.ศ.2538-2554
(กดที่ภาพเพื่อชมประวัติ)

อนุสรณ์มหาจุฬาฯ ครบรอบ 9 ปี
 

 

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

 



 

ธรรมวาไรตี้
หนังสือเล่มแรก ของพระมหานรินทร์  นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก กันยายน 2548

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

ธรรมฮิสตอรี่
หนังสือเล่มที่สอง ของพระมหานรินทร์ นรินฺโท

พิมพ์ครั้งแรก พฤศจิกายน 2549

วางจำหน่ายแล้วที่ร้านนายอินทร์ จุฬาฯบุ๊ค ซีเอ็ด และอื่นๆ ทั่วไทยและทั่วโลก

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

Statecounter.com

เรายินดีน้อมรับความคิดเห็นและคำชี้แนะจากทุกท่าน

 

Editor : peesang2555@hotmail.com


WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE  LAS VEGAS NEVADA 89121 U.S.A. PHONE 702-384-2264