LAST UPDATE :   MAY 01  2016  06:00 A.M. PACIFIC TIME

 

 

 


 

40 ปี สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา

เหลียวหน้า-แลหลัง กับวันเวลาที่ผันผ่านของชาวไทยในต่างแดน

คลิกที่ภาพเพื่ออ่านกำหนดการ

 

กดที่ภาพเพื่อชม

วัตถุมงคลชุดประวัติศาสตร์ 100 ปี

ญาท่านพระมหาผ่อง ปิยธีโร

วัดพระเจ้าองค์ตื้อ นครหลวงเวียงจันทน์


 

 

บอกกล่าวข่าวของดี

พระสมเด็จ รุ่นแรก ศาสตราจารย์พิเศษ จำนงค์ ทองประเสริฐ

กดที่ภาพเพื่อชม

ลัทธิธรรมกาย กับบทบาท ของสังคมไทย

 

กดที่ภาพเพื่ออ่าน

 

 

 


 

วิสาขบูชา '59

จัดงานใหญ่ในท้องสนามหลวง

สมเด็จพระเทพฯเสด็จทรงเปิด

พระราชทานรางวัลเสมาธรรมจักร

 

 

จัดงานวันวิสาขบูชาโลกที่สนามหลวง

รายงานข่าวแจ้งว่า กรุงเทพมหานคร (กทม.) ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ในพระสังฆราชาชูปถัมภ์ กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กำหนดจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา เนื่องในเทศกาลวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก ประจำปี 2559 ระหว่างวันที่ 14-20 พ.ค. 59 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย พิธีบวงสรวงบูรพกษัตราธิราช พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ พิธีถวายพระราชกุสลเจริญจิตภาวนา พิธีทำบุญตักบาตรวันวิสาขบูชา กิจกรรมกวนข้าวทิพย์และเทศน์มหาชาติ กิจกรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาในแดนพุทธภูมิ นิทรรศการพระพุทธรูปสำคัญ 4 ภาค พิธีเวียนเทียนรอบพระบรมสารีริกธาตุ พิธีทอดผ้าป่าสามัคคีสี่มุมเมือง พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ กิจกรรมไหว้พระ 9 วัด ประจำรัชกาลราชวงศ์จักรีฯ ตลอดจนกิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา ทั้งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานฯ ในวันที่ 14 พ.ค. เวลา 07.30 น. ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง และในวันที่ 20 พ.ค. เวลา 06.30 น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 234 รูป

 

ข่าว : เดลินิวส์  : 1 พฤษภาคม 2559

 

ไพบูลย์เดินหน้าเช็คบิลล์

จี้บิ๊กตู่ "จัดการ" สมเด็จช่วง

เรื่องสั่งจ่ายเช็ค 1 ล้านซื้อเบนซ์

 

อา..ทบาทของ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ดังที่เห็นนั้น ก็แทบจะเรียกได้ว่า เล่นไม่มีขอบเขต เล่นเปรอะ เล่นเลอะเทอะ ยิ่งกว่าสงกรานต์สาดโคลน จะเอาเป็นเอาตายให้ได้ จะล้างทั้งข้างนอกข้างในเหมือนศรีธนญชัยอาบน้ำให้น้องตามคำสั่งแม่ ผลสุดท้ายก็คือ กลายเป็นฆาตกร จะเพราะอะไรก็ไม่อยากคาดเดา มองแค่ว่า "ตำแหน่งประธานคณะกรรมกรรปฏิรูปพระพุทธศาสนา" ถือว่ามีเกียรติยศอันสูงส่งในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของประเทศไทย แต่วันนี้ภาพนั้นเป็นอย่างไร เพราะอะไร ก็เพราะว่าเล่นแบบไม่มีกติกามารยาทนั่นเอง จะเปลี่ยนอะไรเกี่ยวกับพระกับเจ้า ถ้ามิใช่ทำผิดพระวินัยร้ายแรงแล้ว เขาก็ต้องค่อยๆ และระมัดระวัง ดูแต่การเปลี่ยนเครื่องทรงพระแก้วมรกต 3 ฤดูซี นั่นแหละคือวิธีการที่ถูกต้อง แต่วิธีการของนายไพบูลย์นั้น ได้สร้างความอึดอัดใจให้แก่พระสงฆ์สามเณรทั้งประเทศ ทั้งๆ ที่บางส่วนก็เห็นด้วยกับหลักการ แต่เมื่อดูวิธีการแล้วกลับ "รับไม่ได้" น่าที่นายไพบูลย์และคณะจะกลับไปพิจารณา "ทบทวน" บทบาท อะไรที่มันเกินก็ปรับลดให้พอดี อะไรที่มันยังขาดๆ ก็เพิ่มเติมให้เหมาะสม อะไรประมาณนี้ แต่คนระดับนี้คงบอกกันยาก ดังนั้น ถ้าปฏิรูปไม่สำเร็จ ก็อย่าไปโทษใคร เชื่อหรือไม่ก็ตาม !

 

 

 

เอาให้ตาย !

 

ไพบูลย์เดินหน้ายื่น "บิ๊กตู่" ปมกล่าวหา "สมเด็จช่วง" สั่งจ่ายเช็ค 1 ล้านบาทไม่คืบ

เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยว่า กรณีตนเข้ายื่นคำฟ้องกล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในข้อหาล่วงละเมิดพระธรรมวินัย กรณีสั่งจ่ายเช็ค 1 ล้านบาทให้กับอู่วิชาญ ซึ่งผิดพระวินัยในเรื่องการสะสมทรัพย์สินเงินทองนั้น ขณะนี้เรื่องผ่านมาเกือบ 1 เดือนแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น หากคำฟ้องยังไม่เข้าที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งถัดไปในวันที่ 10 พฤษภาคม ตนจะทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ตรวจสอบกลไกการทำงานตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไข พ.ศ.2535 ว่ากลไกต่างๆ มีประสิทธิภาพในการทำงานหรือไม่

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า เร็วๆ นี้ กำลังพิจารณายื่นคำฟ้องกล่าวหาพระเทพญานมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในข้อหาละเมิดพระธรรมวินัยเช่นเดียวกัน อาทิ การบิดเบือนคำสอน และการยักยอกทรัพย์ เป็นต้น โดยจะยื่นคำฟ้องกล่าวหาต่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นเจ้าคณะปกครอง

 

 

ข่าว : มติชน : 1 พฤษภาคม 2559


 

เข้าใจผิด !

 

 

 

MORE THAN...

 


ท่านเมตตา ท่านรู้ไหมว่า หลวงพ่อเป็นใคร ? ถ้าท่านคิดว่า หลวงพ่อเนี่ย คือพระอธิการไชยบูลย์ ธมฺมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายละ ท่านเข้าใจผิดเสียแล้ว
หลวงพ่อเป็นอะไรหรือขอรับ ?
โอ ! เป็นมากมายเลย ทั้งเบาหวาน-ขาซ้ายใหญ่ขาขวาเล็ก เส้นเลือดอุดตัน ปวดเศียรเวียนเกล้า เดินเหินไม่ไหว และมีแผลติดเชื้อ ฯลฯ

 

 


 

NUMBER #1

 

สหกรณ์มงคลเศรษฐีขึ้นที่ 1

แซงหน้าคลองจั่นซึ่งเป็นสหกรณ์แม่

 

 

ขาใหญ่ประจำประเทศไทย

กูไม่ไปดีเอสไอ !

 

 

อา..แบบนี้เรียกว่า "ยุทธการกาฝาก" แรกๆ ก็ฝากเนื้อฝากตัว นานไปกลายเป็นว่ายึดทั้งดอกทั้งเบี้ย ถ้าใครไม่เคยเห็นว่าคณะสงฆ์ไทยจะถูกธรรมกาย "กลืน" อย่างไร ก็โปรดดู "สหกรณ์คลองจั่น" เป็นตัวอย่างในวันนี้

แรกนั้น สหกรณ์ยูเนียนคลองจั่น มีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นประธาน และมีตำแหน่งเป็นเหรัญญิก (คุมการเงิน) ของวัดพระธรรมกาย ทำทีเป็นตั้งสหกรณ์ยูเนียนมงคลเศรษฐีขึ้นมาให้วัดพระธรรมกาย จากนั้นก็ใช้วิธีการ "โอนถ่าย" เงินทองจากคลองจั่นไปมงคลเศรษฐี ซึ่งก็คือไปวัดพระธรรมกายนั่นแหละ มันเป็นบริษัทนอมินีน่ะ ไม่ต้องไปไกลถึงเกาะเวอร์จิ้นไอร์แลนด์ก็เห็น "นิติกรรมอำพราง" ได้ แถวๆ คลองสาม ปทุมธานีนี่เอง

ถ่ายไปถ่ายมา ปรากฏว่า บริษัทแม่ (คลองจั่น) ล้มครืน แต่บริษัทลูก (มงคลเศรษฐี-วัดพระธรรมกาย) อันเป็นกาฝากมาแต่เดิม ยังอยู่รอดปลอดภัย ทีนี้ว่า เมื่อเทียบขนาดระหว่าง "มงคลเศรษฐี" กับ "คลองจั่น" ที่เข้าสู่ภาวะล้มละลาย เลยกลายเป็นว่า มงคลเศรษฐี "ขึ้นแป้น" เป็นสหกรณ์มีมูลค่าทรัพย์สินเป็น..อันดับหนึ่ง ของประเทศไทย เห็นอะไรหรือยัง ? ถามว่า ผู้บริหารเดียวกัน บรรษัทเครือเดียวกัน แต่ทำไมคลองจั่นเจ๊ง ขณะที่มงคลเศรษฐีรุ่ง ?

วัดวาอารามทั่วประเทศไทยก็ไม่ต่างกัน ถามว่า ทำไมจนลงๆ ทั้งๆ ที่ก็ไปร่วมกิจกรรมบุญกับธรรมกายอย่างต่อเนื่อง แต่ธรรมกายกลับรวยเอาๆ วัดเก่าวัดเดิมนั้นหดตัวลงเรื่อยๆ พระเณรแทบไม่มีอยู่วัด เกิดวัดร้างขึ้นแทบทุกตำบล แต่ธรรมกายกลับสยายปีกเปิดสาขาออกไปได้เรื่อยๆ ฮุบวัดเก่าและเปิดวัดใหม่ ใช้วาทะหรูว่า "ฟื้นวัดร้าง สร้างวัดรุ่ง" แต่ถามว่า..ใครรุ่ง เพราะพระประธานกลายเป็นพระกาโม่แถมด้วยหลวงพ่อสดแสดงฤทธิ์ไปนั่งอยู่เต็มประเทศไทย จะบอกว่าเป็นเพราะอัจฉริยภาพของธัมมชโยก็คงว่าได้ ถ้างั้นก็เห็นจะต้องบอกได้ว่า "เป็นเพราะความห่วยแตกของมหาเถรสมาคม" อีกด้วย เพราะกรรมการมหาเถรสมาคมต่างอุ้มสมธรรมกายให้เป็นใหญ่เป็นโต และเป็นที่มาของคำว่า "กินรวบประเทศไทย" ไงล่ะ !

 

 

 

ทุ่มทั้งชีวิต ปิดบัญชีโลก เปิดบัญชีสวรรค์

 

 

ผมเชื่อ ผมศรัทธา ปรารถนาจะสร้างบารมีกับพ่อ

ไม่เคยอิ่ม ไม่เคยพอ ถ้ามีก็จะ..ให้อีก

 

 

 

อยู่ใกล้พ่อ-ใกล้คุณยายแล้ว..ผมอบอุ่นใจ เลยทุ่มทั้งกายทั้งใจ

 

 

 

เถียงแทนพ่อจนขี้มูกกระเด็น ผมก็ทำมาแล้ว สุดๆ !

 

 

ก่อนตายและไปเกิดในดุสิตบุรีตามที่พ่อบอก

ผมต้องไปหัดใช้ชีวิตจริงในปรโลกนิวส์

นี่คือชุดใหม่นะฮะ ใครอยากรวยแบบผมบ้าง

ถ้าอยากก็..ขอให้ทุ่มนะฮะ

 

 

 

สหกรณ์ยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี

 

คดี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ได้ถูกดำเนินคดีฉ้อโกงเงิน 15,000ล้านบาท และจากการตรวจสอบพบว่าเงินจำนวนหนึ่งถูกโอนไปให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย กว่า1พันล้านบาท

 

ขณะที่ล่าสุดก็เป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษที่ได้เปิดเผยข้อมูลว่านายศุภชัยยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีและได้มีการเงินจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีเป็นจำนวนเงินกว่า 230 ล้านบาท


ข้อมูลของ
ไทยพับลิก้า เกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีจากเอกสาร รายงานประจำปี เว็บไซต์สหกรณ์ และการลงพื้นที่ พบความเกี่ยวพันระหว่างสหกรณ์กับวัดพระธรรมกาย และพบรูปแบบการทำธุรกิจที่เป็นเอกลักษณ์ของสหกรณ์ มงคลเศรษฐีก็คือ ปล่อยสินเชื่อเพื่อการกุศล


สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีก่อตั้งโดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร และคณะ รวม 44 คน ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2543

มีทรัพย์สินเริ่มต้นราว 50,000 บาท โดยรายงานประจำปี 2556 ระบุว่ามีทรัพย์สินรวม 2,448 ล้านบาท มีจำนวนสมาชิก 13,683 ราย มีทุนเรือนหุ้น 902 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 104 ล้านบาท ทำให้จ่ายปันผลแก่สมาชิกในอัตรา 8% เป็นจำนวนเงินกว่า 69 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนที่มีทรัพย์สินมากเป็นอันดับที่ 2 รองจากสหกรณ์ คลองจั่น

สหกรณ์ฯ มงคลเศรษฐีมีสาขาทั้งสิ้น 4 แห่ง ได้แก่ ร้อยเอ็ด นครราชสีมา ชัยภูมิ และสำนักงานใหญ่ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณวัดพระธรรมกาย ส่วนผู้บริหารปัจจุบันมีนายสมเดช สุประดิษฐอาภรณ์ เป็นประธานกรรมการดำเนินการ ต่อจากที่นายศุภชัยถูกปลดจากตำแหน่งประธานสหกรณ์ฯ คลองจั่น ตั้งแต่ปี 2556 โดยคำสั่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ทำให้ถูกปลดจากทุกตำแหน่งที่เกี่ยวข้องในทุกๆ สหกรณ์โดยอัตโนมัติ

สำหรับผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี มีนายศุภชัยเป็นผู้ก่อตั้งและชนะเลือกตั้งเข้ามาเป็นประธานบริหาร คณะผู้บริหารส่วนใหญ่เป็นชุดเดียวกับที่บริหารสหกรณ์ฯ คลองจั่น การบริหารจัดการสหกรณ์โดยเฉพาะนโยบายการลงทุนของทั้งสองสหกรณ์จึงมีลักษณะคล้ายคลึงกัน อาทิ ลงทุนในบริษัทสหประกันชีวิต

นอกจากนี้การว่าจ้างผู้สอบบัญชีเอกชนเป็นคนเดียวกัน คือ นายแสงประทีป นำจิตรไทย ซึ่งปัจจุบันถูกกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ลงโทษ พักใบอนุญาตสอบบัญชี 3 ปี หลังจากนายศุภชัยถูกตั้งข้อกล่าวหายักยอกทรัพย์

จากรายงานประจำปี 2556 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2557) ด้านงบดุล ส่วนของสินทรัพย์ 2,448 ล้านบาท แบ่งเป็น เงินฝากในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 357 ล้านบาท เงินลงทุนใน บริษัท สหประกันชีวิต จำกัด 200 ล้านบาท (สหกรณ์ฯ คลองจั่นลงทุน 300 ล้านบาท) ดอกเบี้ยค้างรับ 100 ล้านบาท รวมทั้งเงินให้กู้ยืมระยะสั้นและยาวสะสมรวมกัน 1,664 ล้านบาท ในส่วนของหนี้สิน 1,343 ล้านบาท พบว่าส่วนใหญ่เป็นเงินรับฝาก 1,320 ล้านบาท โดยมาจากสมาชิกสหกรณ์ฝากไว้ 883 ล้านบาท รับฝากจากสหกรณ์อื่น 437 ล้านบาท

ด้านงบกำไรขาดทุน เนื่องจากสหกรณ์มีรายได้จาก 2 ทาง ได้แก่ ธุรกิจสินเชื่อทำรายได้จากดอกเบี้ยรับเงินให้กู้ 208 ล้านบาท แต่เป็นดอกเบี้ยค้างรับถึง 88 ล้านบาท หรือ 42% กำไรสุทธิ 119.5 ล้านบาท

อีกหนึ่งธุรกิจคือจัดหาสินค้ามาจำหน่าย โดยสหกรณ์ลงทุนในร้านค้าสหกรณ์ และสถานีบริการนํ้ามันบางจาก บริเวณทางเข้าวัดพระธรรมกาย ติดถนนคลองหลวง โดยสร้างตั้งแต่ปี 2548 เพื่ออำนวยความสะดวกให้อุปกรณ์ก่อสร้างในวัด สามารถนำมาเติมน้ำมันได้ง่าย ซึ่งทั้งสองกิจการขาดทุนสุทธิไป 1.1 ล้านบาท โดยสรุปแล้วสหกรณ์ฯ มงคลเศรษฐีมีกำไรสุทธิปี 2556 จำนวน 104 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดประเภทสินเชื่อพบว่า ในรอบปีบัญชี 2555 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2556) สหกรณ์ปล่อยสินเชื่อทั้งหมด 1,774 ล้านบาท ซึ่งเป็นการสินเชื่อ 2 ประเภท คือ


1) เพื่อ "การลงทุนประกอบอาชีพ" 1
,419 ล้านบาท

2) เพื่อ "การกุศล" 232 ล้านบาท ขณะที่ในรอบปีบัญชี 2556


(สิ้นสุดวันที่ "การลงทุนประกอบอาชีพ" 80 ล้านบาท และเพื่อ "การกุศล" 33 ล้านบาท

 อย่างไรก็ตาม เมื่อสอบถามกับสมาชิกสหกรณ์รายหนึ่งที่เป็นอดีตศิษย์วัดพระธรรมกาย ก็ได้รับคำอธิบายว่า สินเชื่อเพื่อการกุศลมีความหมายตรงตามตัว โดยสหกรณ์ทำโครงการประสานกับวัดพระธรรมกาย เพื่อให้สมาชิกสามารถทำบุญได้ตามความต้องการ โดยคิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี อย่างกรณีเมื่อปี 2551 ที่วัดจัดสร้างรูปหล่อทองคำหนัก 1 ตัน ของพระมงคลเทพมุนี หรือหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ได้เคยมีการระดมทุนผ่านช่องทางนี้ โดยสมาชิกที่กู้จะได้รับคูปองแทนเงินสดสำหรับทำบุญ โดยบนคูปองจะระบุชัดเจนว่าเพื่อโครงการอะไร

 นอกเหนือจากการโอนเงินโดยการใช้อำนาจของนายศุภชัยจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไปยังสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ยังมีอีกหนึ่งประเด็นที่สังคมคลางแคลงใจคือการที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐีมีโครงการสินเชื่อเพื่อการกุศลหรือง่ายๆก็คือสมาชิกสามารถกู้เงินไปทำบุญกับวัดพระธรรมกายได้ โดยวันนี้ทีมข่าวได้ไปสอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวว่าเป็นความจริง


นี่ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็น ที่ต้องตรวจสอบเพราะฉะนั้นต้องติดตามกันต่อไปว่าความจริงที่ถูกซุกซ่อนอยู่จะถูกเปิดโปงเมื่อไหร่อย่างไร

ขณะที่กรมสอบสวนคดีพิเศษแบ่งการทำงานในการตรวจสอบสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นออกเป็น 5 ชุด และพบว่าวัดธรรมกายมีส่วนเกี่ยวโยงกับการโอนเงินจากสหกรณ์

 กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ เรียกประชุมคณะทำงานคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยมีนางกรรณิการ์ อัคคะพู รองประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

 

ทั้งนี้ ดีเอสไอได้แบ่งการทำงานออกเป็น 5 ชุด

1. ติดตามร่องรอยทางการเงิน

2. ชุดแกะรอยบัญชี

3. ชุดกฎหมายตรวจสอบ พ.ร.บ.สหกรณ์และกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง


4. ชุดติดตามทรัพย์สิน

5. เลขานุการอำนวยการทางคดีทั้งหมด


ซึ่งจากการตรวจเช็ค 878 ฉบับ ที่จ่ายโดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
  สามารถแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม

1. กลุ่มวัดธรรมกายและบุคคลที่เกี่ยวกับวัด

2. บริษัท เอส ดับบลิว โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด 

3. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนมงคลเศรษฐี ที่มีความเชื่อมโยงกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

4. สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนรัฐประชา ที่มีนายวัฒน์ชานนท์ นวอิสรารักษ์ อดีตประธานสหกรณ์ยูเนี่ยนรัฐประชา และนายจิรเดช วรเพียรกุล อดีตผู้ช่วย รมว.คลัง
5. กลุ่มญาติธรรมและบุคคลในต่างจังหวัด กลุ่มบุคคลที่กู้เงินสหกรณ์เครดิตมงคลเศรษฐีมาทำบุญให้วัดพระธรรมกาย

6. กลุ่มบุคคลที่มีค่าใช้จ่ายหรือมูลหนี้ เป็นกลุ่มที่มีมูลหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น

จากการตรวจสอบด้านกฎหมายพบว่า นายศุภชัย ผิด พ.ร.บ.สหกรณ์ และมาตรฐานทางบัญชี ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์ สามารถเอาเงินออกจากบัญชีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนได้ ซึ่งต้องดูการกระทำว่าส่อไปในทางทุจริตหรือไม่ โดยกลุ่มเป้าหมายคือกลุ่มที่ 1-5 ส่วนกลุ่มที่ 6 นั้น เป็นกลุ่มที่มีมูลหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย และมีการเงินน้อย โดยขณะนี้ยังรอเอกสารทางธุรกรรมจากธนาคารให้ครบ หลังจากนั้นจะเรียกผู้เกี่ยวข้องทุกคนมาสอบปากคำ โดยอาทิตย์หน้าคาดว่าจะมีความชัดเจนมากขึ้น ส่วนกรณีจะมีการเรียกพระธัมมชโยเข้ามาสอบปากคำหรือไม่ ต้องรอเอกสารทุกอย่างให้ครบถ้วนก่อน

 

ไทยพับลิกา : 27 กุมภาพันธ์ 2558

 


 

คนที่ 2 !

 

"ศศิธร โชคประสิทธิ์"

ชื่อที่ ธัมมชโย..ไม่รู้จัก !

 

 

 

น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์

 

 

 

 

เมื่อทางทีมทนายของพระธัมมชโย "พลิกเกม" เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ อ้างว่า เช็คสหกรณ์คลองจั่น เช็คหมายเลข 0104455 สาขาการเคหะแห่งชาติ จำนวนเงิน 100 ล้านบาท  สั่งจ่ายโดย..นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ให้แก่..พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2552 ถูกบุคคลที่ไม่รู้จัก ทำการปลอมแปลงเอกสารและโจรกรรมเอาเงินไป

แหล่งข่าวระบุว่า ด้านหลังเช็คใบดังกล่าวนั้น ลงนามขึ้นเงินโดย น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ แต่มิได้ระบุว่ามีฐานะอะไรในวัดพระธรรมกาย ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากพระธัมมชโย ถึงขนาดว่าให้เซ็นชื่อบนหลังเช็คเอาเงินเข้าบัญชี แต่ น.ศ.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ก็มีชื่อติดอยู่ระดับแนวหน้าในกิจกรรมของวัดพระธรรมกายมาโดยตลอด

พลันที่ข่าวนี้แพร่ออกไป ชื่อของ "น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์" ก็ติดชาร์ต ขึ้นแท่นเป็น "นัมเบอร์วัน" ของคดีฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวพันกับพระธัมมชโย ในฐานะ "จำเลย" นัมเบอร์วันอีกด้วย โดยวันนี้ น.ส.ศศิธร มีถึง 3 ฐานะด้วยกัน ได้แก่

ฐานะที่ 1. น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ติดร่างแห ในคดี "สมคม-ร่วมกันฟอกเงิน" กับพระธัมมชโย และนายศุภชัย ศรีศุภอักษร หลักฐานการเซ็นเช็คยืนยันชัดเจน

ฐานะที่ 2. น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ตกเป็นจำเลย ในคดีอาญา ข้อหาปลอมแปลงเอกสารและโจรกรรมเงินของพระธัมมชโยไปเป็นจำนวน 100 ล้านบาท

ฐานะที่ 3. น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ตกเป็นแพะ ในคดีอาญา เพราะว่า เมื่อพระธัมมชโยอ้างว่าถูกปลอมแปลงเอกสารและโจรกรรมเงินไป นั่นหมายถึงว่า น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ ย่อมจะตกเป็นแพะในคดีดังกล่าว จะกล่าวว่า "ถูกพระธัมมชโยซัดทอด" ก็คงว่าได้

อย่างไรก็ตาม กรณี น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ นี้ คงไม่เป็นการแปลกใจอันใดนัก เพราะสาวกธรรมกายนั้น ส่วนใหญ่ก็ยินยอมพร้อมใจ "ถวายชีวิต" เพื่อหลวงพ่อธัมมชโย อย่างถวายหัวอยู่แล้ว หากจะต้องติดคุกติดตะรางแทนพ่อ คือเพื่อให้พระธัมมชโยหลุดข้อหาต่างๆ ไป เหมือนนายศุภชัย ศรีศุภอักษร กำลังรับกรรมแทนพ่ออยู่ในเวลานี้ ก็อาจจะเป็นเรื่องที่ "ยินดี" สำหรับสาวก-สาวิกา ในสายธรรมกาย เพราะมีการขึ้นป้ายปลุกระดมว่า "ยอมตาย..เพื่อพ่อ"

น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ จึงเป็น "คีย์แมน" คนสำคัญ เป็นกุญแจไขเงื่อนงำทั้งปวงในคดีสหกรณ์คลองจั่น รองมาจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ซึ่งเข้าไปนอนในคุกเป็นเวลานานมาแล้ว และยังมีอีกหลายสิบคดีตามมา ก็ไม่รู้ว่าทั้งสอง "โชคร้าย" หรือ "โชคดี" ที่มีพ่อทางธรรมที่ชื่อ..ธัมมชโย

หากย้อนข่าวกลับไปในหน้าแรกๆ ของคดีสหกรณ์คลองจั่นที่เกี่ยวพันกับธัมมชโย ซึ่งทางธัมมชโยได้ปฏิเสธว่า "ไม่เคยรู้จักนายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นการส่วนตัวมาก่อน" ทั้งๆ ที่นายศุภชัยได้รับการเสนอชื่อจากพระธัมมชโย ให้เป็น "เหรัญญิก" ดูแลเงินของวัดพระธรรมกายนานหลายปี (เซ็นชื่อคู่กับเจ้าอาวาส) เป็นทั้งผู้ก่อตั้งสหกรณ์มงคลเศรษฐีให้แก่วัดพระธรรมกาย ได้รับเกียรติให้เป็นประธานอภิมหากฐิน 100 ปี คุณยายจันทน์ ซึ่งว่ากันว่ากัลยาณมิตรทุกคนต่างใฝ่ฝันจะได้เป็น แต่นายศุภชัยก็เข้าวิน เพราะถวายหนักนับพันล้านดังกล่าว นี่ก็เป็นเรื่องเหลือเชื่อในโลกใบนี้แล้ว

วันนี้ มีเรื่องเหลือเชื่อเหนือกว่านั้น เมื่อพระธัมมชโยอ้างว่า "ถูกปลอมแปลงเอกสาร" โดย น.ส.ศศิธร โชคประสิทธิ์ๆ ก็จึงกลายเป็น "คนที่ธัมมชโยไม่รู้จัก" เป็นคนที่ 2 ใครจะเชื่อหรือไม่อย่างไร แต่เรื่องก็เป็นไปแล้ว พระต้นธาตุต้นธรรมจะติดคุกติดตะรางได้อย่างไร มันก็ฉิบหายกันหมดซี

คำถามจึงมีว่า ใครจะเป็นคนที่ธัมมชโยไม่รู้จักเป็นรายต่อไป ?

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน : 29 เมษายน 2559


 

สำนักนายกฯตอบสุภาพ !

 

สถานีวิทยุศิษย์หลวงตามหาบัวรบกวนคลื่นคนอื่น

ขอนมัสการจัดระเบียบเพื่อความเรียบร้อยของสังคม

ทั้งนี้มิเคยคิดเป็นปฏิปักษ์ต่อคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา

 

อืม ! ก็เป็นอะไรที่เรียกว่า "กินใจ" นะ ความเป็นผู้นำทางการเมืองที่ต้องแบกไว้ทุกด้าน แถมยังมีเรื่อง "ศาสนา" อันละเอียดอ่อนเพิ่มเติมเข้ามาอีก ภาระที่หนักหนาอยู่แล้วก็หนักยิ่งขึ้น หนักกายยังไม่เท่าไหร่ ยังหนักใจเพิ่มเติมเข้าไปอีก ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในสภาวะล่อแหลมแทบทั้งสิ้น จะใช้อารมณ์พูดไม่ได้เลย ดูแต่การแถลงข่าวของโฆษกรัฐบาลในวันนี้สิ คิดว่าน่าจะ "สำรวมระวัง" มากที่สุด ครั้งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ก็ดีฮะ มีอะไรที่เป็นความจริงก็ชี้แจงกันไป ไม่เพิกเฉยและไม่ต้องใส่อารมณ์เหมือนเรื่องอื่นๆ เพราะมันไม่มีประโยชน์อันใด โตๆ กันแล้ว ทุกคนก็ล้วนแต่ทำงานเพื่อชาติศาสนา ถ้าเคารพกฎกติกามันต้องไปด้วยกันได้

 

 

หลวงตาท่านเคยเมตตาออกบิณฑบาตช่วยชาติมาแล้ว

ครั้งนี้ขอท่านเมตตา "เบาเสียงวิทยุ" เพื่อชาติ อีกสักครั้ง

 

 

ไม่เคยคิดเป็นปฏิปักษ์กับคณะสงฆ์และพุทธศาสนา

 

 

ชี้ปิดวิทยุ 'หลวงตามหาบัว' เหตุเสาส่งแรงเกินกำหนด

เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2559 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวชี้แจงกรณีคณะสงฆ์และมูลนิธิสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชนหลวงตามหาบัวญาณสัมปันโนประกาศเตรียมคว่ำบาตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากเพิกเฉยต่อการร้องทุกข์กรณีคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) สั่งปิดสถานีวิทยุเสียงธรรม ของกลุ่มลูกศิษย์ หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ว่า รัฐบาลได้รับรายงานจาก กสทช. ถึงมูลเหตุที่ต้องสั่งปิดสถานีวิทยุเสียงธรรมฯ เนื่องจากสถานีวิทยุใช้เสาส่งสัญญาณที่มีความสูงและมีกำลังส่งไกลเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ส่งผลกระทบต่อคลื่นวิทยุการบินและสถานีวิทยุอื่นๆ ที่ปฏิบัติตามกฎหมาย ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการหารือถึงทางออกร่วมกันหลายครั้ง แต่ไม่สัมฤทธิ์ผล จนกระทั่งมหาเถรสมาคมได้มอบให้ท่านเจ้าคุณพระพรหมเมธี วัดสัมพันธวงศ์ เป็นผู้รับผิดชอบในการเจรจา และได้ข้อสรุปว่า มูลนิธิฯ จะต้องยึดหลักดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด

พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า นายกฯ เข้าใจเจตนารมณ์ของกลุ่มคณะสงฆ์และลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวบางส่วนที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ต้องการให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสฟังธรรมะจากครูบาอาจารย์ผ่านวิทยุเสียงธรรม และเห็นว่ายิ่งสามารถส่งสัญญาณออกอากาศได้แรงได้ไกลยิ่งเป็นการดี แต่อยากให้คำนึงถึงสถานีวิทยุอื่นๆ อีกหลายพันแห่งที่ปฏิบัติตามข้อกฎหมาย แต่ไม่สามารถออกอากาศได้ เพราะถูกคลื่นที่มีกำลังแรงกว่ารบกวน นายกฯ มิได้เพิกเฉยหรือหลบเลี่ยงการร้องทุกข์ และไม่เคยคิดเป็นปฏิปักษ์กับคณะสงฆ์และพุทธศาสนา แต่หากทุกที่ส่งสัญญาณแรงแข่งกันจะไม่มีสถานีไหนสามารถฟังได้ กสทช. จึงต้องกำหนดกติกาและควบคุมให้ทุกสถานีปฏิบัติตามกฎหมาย ขอให้เข้าใจกติกาส่วนรวม พร้อมทั้งหันหน้ามาพูดคุยหาทางออกร่วมกันภายใต้กฎหมายและประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 29 เมษายน 2559


 

ล้วงตับธัมมชโย !

 

โจรกรรมเช็ค 100 ล้าน

โร่แจ้งความ..ควานหามือดี

 

 

อัจฉริยะหรือปัญญานิ่ม ?

 

า..ใครกันที่บังอาจล้วงคอ "พระผู้ปราบมาร" ฉกเอาเช็คมูลค่า 100 ล้านไป โดยที่พระธัมมชโยไม่รู้ ขนาด..สตีฟ จ็อปส์ ตายแล้วไปเกิดที่ไหน ภพภูมิใด ศาสดาธัมมชโยยังรู้เห็นเหมือนมีตาทิพย์ ยัง..ยังอีก ภายใต้มหาสมุทรระหว่างฟลอริด้าสหรัฐอเมริกากับคิวบา ที่เรียกว่า "บริเวณสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า" นั้น ศิษย์เอกของธัมมชโย คือคุณด๊อกเตอร์สมชาย ก็ยังสาระแนรู้ดีอีกว่า "มีหมู่บ้านอยู่..แต่คนทั่วไปไม่รู้ คนรู้คืออาตมาผู้มีตาทิพย์" สาวกธรรมกายได้ฟังก็ยกมือท่วมหัว หลับตาเปล่งสาธุการดังลั่นจอ แต่พอเช็คมูลค่ามหาศาลถึง 100 ล้าน หายไปตั้งแต่ปีมะโว้ นักข่าวเขาโชว์ไปเป็นปีๆ ธัมมชโยและบรรดาผู้บรรลุวิชชาธรรมกาย เพิ่งจะมารู้ตัวว่า "ถูกล้วงตับ" เอาวันนี้เอง เป็นงงไหมเอ่ย อัจฉริยะหรือปัญญานิ่มจ๊ะ ?

แต่..แต่ว่ามันไม่ง่ายนักหรอก ที่จะหลอกคนทั้งโลก เพราะข้อมูลก็ปรากฏชัดเจนว่า เช็คใบนี้ สั่งจ่ายให้พระธัมมชโยตั้งแต่ปี 2552 ตกปี 2556 ทางสำนักข่าวไทยพับลิกา จึงนำมาเสนอเป็นข่าวไปทั่วโลก ถึงปี 2558 ดีเอสไอก็นำไปถามย้ำกับธัมมชโยว่าได้รับเช็คดังกล่าวหรือไม่ ถ้าธัมมชโยบอกได้รับ ก็ต้องได้รับตั้งแต่ต้น ถ้าไม่ได้รับ ก็ต้องไม่ได้รับตั้งแต่ต้นเช่นกัน คือธัมมชโยต้องรู้ว่าเช็คดังกล่าวตนเองได้รับหรือไม่ เพราะมิใช่เงินจำนวนน้อยๆ แต่มูลค่าถึง 100 ล้าน กรณีนี้ถ้าเกิดกับเช็คใบอื่นๆ ที่นายศุภชัยสั่งจ่ายธัมมชโยด้วย เงินของธัมมชโยก็จะถูกโจรกรรมไปมหาศาลถึงกว่า 1000 ล้านบาทเลยทีเดียว ถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ?

ในความเป็นจริง ถ้ามีการถวายจากนายศุภชัย โดยการสั่งจ่ายเป็นเช็ค ก็จะต้องมีการ "เช็คบัญชี" เพื่อตรวจดูว่ามีเงินจ่ายออกไป คือทางผู้รับนำเช็คไปขึ้นเงินตั้งแต่เมื่อไหร่ ซึ่งเงินก็จะถูก "ตัด" จากบัญชีไปตั้งแต่วันนั้น ถ้าไม่มีการขึ้นเช็คหรือเบิกเงิน เงินก็จะอยู่ที่เดิม หมายถึงว่า เช็คที่สั่งจ่ายไปก็ไม่มีผล เพราะไม่มีการขึ้นเงินดังกล่าว ซึ่งถ้าทางเจ้าของเงินตรวจพบ ก็จะต้องสอบถามไปยังพระธัมมชโยว่า ได้รับเช็คดังกล่าวหรือไม่ ถ้าไม่ได้รับก็ต้องสั่งจ่ายใหม่ แต่ถ้าได้รับแล้วขึ้นเงินเอาไป โดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็ถือว่าได้รับเงินเช่นกัน

การขึ้นเช็คนั้นมี 2 วิธี คือ นำไปขึ้นเงินเอง หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นกระทำแทน ซึ่งโดยปรกติแล้วจะต้องมีลายเซ็นผู้รับเงินนั้นกำกับด้านหลังเช็ค แต่ก็อาจจะมีกรณีพิเศษ ที่เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างดีของพนักงานธนาคาร (รวมทั้งผู้รับมอบอำนาจแทน) ด้วยความคุ้นเคยกันดังกล่าว ก็อาจจะมีการ "อนุโลม" ทำธุรกรรมดังกล่าวได้

กรณีพระธัมมชโยอ้างว่าถูกโจรกรรมเช็คไปในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการ "เสียเหลี่ยม" ศาสดาพยากรณ์ ผู้รู้ภพภูมิสวรรค์นิพพาน แบบว่าถูกล้วงตับจนเกลี้ยงแล้ว ยังมองได้อีกทางหนึ่งว่า เป็นยุทธวิธี "หนีคดีความ" ประเภทตีกรรเชียงให้ไกลดีเอสไอออกไปอีกหนึ่งช่วงตัว จากข้ออ้างเดิมที่ว่า "ไม่รู้จักนายศุภชัย" และ "ไม่เคยได้รับเช็ค" ยกระดับเป็น "ถูกโจรกรรมเช็ค" พลิกฐานะจาก "ผู้ต้องหา" มาเป็น "ผู้เสียหาย" อันเป็นกลยุทธ์เดียวกับ "สมเด็จช่วง" ซึ่งใช้ในคดีรถเบนซ์โบราณนั่นเอง

ความจริงเรื่องนี้ก็หนีไปไม่ไกล เพราะใครเอาเช็คธัมมชโยไปขึ้นเงิน เงินไปไหน ทางดีเอสไอก็สามารถตรวจสอบกับธนาคารได้อยู่แล้ว อาจจะมีลายเซ็น "ซ้ำๆ กัน" บนเช็คของธัมมชโยตั้งหลายใบด้วยก็ได้ นั่นจะเป็นการยืนยันว่า "มีการมอบหมายจากธัมมชโยให้ไปทำการแทน" และยิ่งถ้าบุคคลนั้นเป็นสาวก-สาวิกา หรือผู้ใกล้ชิดพระธัมมชโยอยู่ด้วย ก็ฟันธงลงได้เลยว่า "ปากว่าตาขยิบ"

นี่แหละคือบทนิยามของคำว่า "ฟอกเงิน" ตัวจริงเสียงจริง และเมื่อนั้น นอกจากจะหนีคดีเดิมไปไม่พ้นแล้ว ธัมมชโยก็จะโดนอีกเด้งหนึ่ง ในข้อหา "แจ้งความเท็จ" เสร็จทั้งขึ้นทั้งล่อง ธัมมชโยจะขว้างงูพ้นคอหรือไม่ อีกไม่กี่อึดใจก็คงรู้ งานนี้ถ้าไม่เครียดจนเท้าบวมก็เห็นทีจะ "ขำกลิ้ง" ยิ่งกว่าลิงหลอกเจ้า !

 

 

เช็คหาย = มุกใหม่ของธัมมชโย

 

เช็คหมายเลข 0104455 ของสหกรณ์คลองจั่น สาขาการเคหะแห่งชาติ จำนวนเงิน 100 ล้านบาท โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้สั่งจ่าย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือธัมมชโย ลงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2552 คือเมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา และทางสำนักข่าวไทยพับลิกา ได้นำมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชนตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 หรือ 4 ปีที่ผ่านมา

โดยแรกนั้น พระธัมมชโยอ้างว่า "ไม่รู้จักนายศุภชัยและไม่เคยเห็นเช็คเหล่านั้นแต่อย่างใด และได้ตั้งให้พระมหาบุญชัยเป็นผู้ดูแลการเงินแทนทั้งหมด" ซึ่งในวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2558 ดีเอสไอได้สอบถามพระธัมมชโยที่วัดพระธรรมกายเกี่ยวกับเช็คใบนี้ ซึ่งพระธัมมชโยได้ยืนยันว่าไม่เคยเห็นและไม่เคยได้รับเช็คฉบับดังกล่าว

วันนี้ พระธัมมชโย ได้ให้ทนายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธร อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ให้ดำเนินการสอบสวนและเอาผิดต่อผู้ที่นำเช็คฉบับดังกล่าวไปใช้ โดยไม่ได้รับการอนุมัติจากพระธัมมชโย ในข้อหาใช้เอกสารปลอมเพื่อกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนี

จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า พระธัมมชโยไม่รู้จริงๆ หรือ ทำไมถึงรู้ช้าจัง ว่ามีการปลอมเอกสารของตัวเอง ทั้งๆ ที่เรื่องราวผ่านมาตั้งหลายปี ??

 

 

ที่มา : DMC : 29 เมษายน 2559


 

ดังสนั่นทุ่ง !

 

เจ้าลัทธิพุทธวจนะขึ้นหน้าหนึ่ง

แนวหน้าพาดหัวข่าว

สาวใหญ่แฉพระชื่อดังย่านปทุม

วางอุบายจับนม วข. และ..โชว์ปู

 

แต่คึกฤทธิ์ยังปิดวัดเงียบ สงสัยอาย !

 

 

 

อันเดียวสั้นๆ !

 

 

สงสัยจะได้เวลาไปวัดปากน้ำอีกรอบแล้ว

 

28 เม.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในโลกออนไลน์ได้มีการแชร์เรื่องราวจากสาวใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งใช้บัญชีเฟซบุ๊กส่วนตัว โพสต์กล่าวหาพระรูปหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จำนวนทั้งสิ้น 4 ตอน เนื้อหาโดยสรุปอ้างว่า เธอถูกพระชื่อดังรูปหนึ่ง ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี วางอุบายล่อลวงเข้าไปลวนลามภายในห้อง โดยพระรูปดังกล่าวอาศัยจังหวะทีเผลอเข้าสวมกอดและหอมที่ต้นคอ พร้อมใช้มือพยายามจับที่หน้าอกและหว่างขา โดยอ้างว่าเป็นการสอนนวดให้หายปวดเมื่อย แต่เมื่อตั้งสติได้จึงรีบสลัดตัวออกห่าง พร้อมถามพระรูปนี้ว่า "ทำแบบนี้ไม่ผิดหรือ" ขณะที่พระรูปดังกล่าวตอบกลับมาว่า "ไม่ผิดแค่ไม่เหมาะ" นอกจากนี้พระรูปดังกล่าวยังทำทีสบัดสบงไปมา จนเผยให้เห็นอวัยวะเพศ ทำให้เธอต้องรีบออกจากวัดไปด้วยความอับอาย

ต่อมา สาวใหญ่รายเดิม ได้โพสต์ข้อความอ้างว่า ขณะนี้มีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เก็บข้อมูลหลักฐานจากการโพสต์ข้อความต่างๆ ของตน เพื่อลงพื้นที่ตรวจสอบและสอบถามข้อเท็จจริงจากพระรูปดังกล่าวแล้ว

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังหมายเลข 081-513-1XXX ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์ของวัด เพื่อสอบถามถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยปลายสายให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ขณะนี้พระรูปที่ถูกกล่าวหา เดินทางไปทำภารกิจที่ต่างจังหวัดประมาณ 2-3 วัน แต่ไม่สามารถเปิดเผยสถานที่ได้ ทำให้ไม่สะดวกที่จะให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ตนจะรับเรื่องดังกล่าวไว้นำเรียนให้พระรูปนี้รับทราบ และทำการชี้แจงต่อไป ส่วนกรณีที่มีการระบุว่า มีเจ้าหน้าที่ของ พศ.ลงพื้นที่มาสอบถามข้อเท็จจริงนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่อมาทางวัดแต่อย่างใด

 

 

ที่มา : แนวหน้า : 29 เมษายน 2559

 


GOOD QUESTION !

 

น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย ถามวัดพระธรรมกาย

มีเปรียญ 9 เป็นร้อยไว้ทำอะไร ?

 

 

 

วัดพระธรรมกาย มีมหาเปรียญ เฉพาะที่เป็นเปรียญเอก 9 ประโยค ประมาณ 80 รูป ต่ำกว่า 9 ประโยค อีกเป็นร้อย ท่านเหล่านั้นล้วนทรงภูมิรู้ที่สามารถค้นคว้าพระไตรปิฎกได้แตกฉานทั้งสิ้น

สำนักธรรมกาย สอนสวนทางกับพระไตรปิฎกอยู่เช่นนี้ ท่านจะมีประโยค 9 เปรียญเอก เป็นร้อยๆ ไว้ทำอะไรขอรับ ?

 

จากบทความ..คำสอนที่สวนทาง
น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย

29 เมษายน 2559

 


 

เมื่อวาน..หมอไม่ให้ไป

วันนี้..ทนายไม่ให้รับ !

 

ธัมมชโย "เมินหมายเรียก" ดีเอสไอ

ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย อายเลย !

 

อา..แล้วจะรู้ว่า..ใครหญ่าย ! ประเทศไทยใครคุม นรก สวรรค์ นิพพาน ล้วนแต่เป็นเส้นทางที่ธัมมชโยเดินจนคล่อง รู้ว่าสตีฟ จ็อปส์ ตายแล้วไปเกิดเป็นอะไร เพราะผลบุญผลกรรมอะไร นั่นแค่จิ๊บๆ เพราะเหนือกว่านั้น ท่านยังสามารถทะลุมิติเข้าไปถึง "อายตนนิพพาน" มีพระพุทธเจ้าในอดีตนั่งอัดกันอยู่เต็ม เหมือนห้องอัดวิชชาธรรมกายนั่นแหละ แต่ละรูปแต่ละองค์มีขนาดหน้าตักกว้างกี่ศอกกี่วา ธัมมชโยก็ไปสัมผัส ไปวัดมาแล้วหมดสิ้น แต่เดิมนั้น พระพุทธเจ้ามี 3 ประเภท คือ ปัญญาธิกะ สัทธาธิกะ และวิริยาธิกะ ธัมมชโยก็เปลี่ยนใหม่ ให้เป็น 2 ภาค คือ ภาคโปรดกับภาคปราบ ราบคาบไปจนถึงขอบจักรวาลโน่น  แล้วแค่ดีเอสไอจะไปทำไมให้เสียเวลาผู้นำพุทธโลก ขนาดในวังยังไม่ไปเลย แล้วในโลกนี้จะกลัวใคร ยกเว้น..เบาหวาน อิอิ !

นาทีนี้ วอร์รูมธรรมกายหันมาสู้กับดีเอสไอ ในประเด็น "ถูกกลั่นแกล้ง" ซึ่งถึงจะรู้ว่าไม่มีผลในทางกฎหมาย แต่ในทางสังคมศาสตร์แล้วต้องขอบอกว่า "มันมีผลมาก" ยกตัวอย่างก็คือ "ภาพเท้าและขาธัมมชโย" ที่ถูกปล่อยของออกจากรังเมื่อวานไง พริบตาเดียว กระแสโซเชี่ยลรุมกระหน่ำดีเอสไอ เหมือนพายุฤดูร้อน จนศาลอาญาต้องยอมปล่อยธัมมชโยไปต่อหน้าต่อตา

 

อีกมุมหนึ่งในวัดพระธรรมกายนั้น มีการระดมมวลชนเข้าไปปักหลัก "กินนอน" เพื่อปกป้องหลวงพ่อธัมมชโย ทำนองว่าถูกรังแกจากเจ้าหน้าที่รัฐ ถึงกับปลุกระดม "สละชีวิตเพื่อหลวงพ่อ" ถ้าคดีอาญามันลามไปเป็นศึกศาสนาก็น่ากลัว มันก็โมเดลเดียวกับ "ม็อบพุทธมณฑล" นั่นแหละ ถ้าตำรวจจะจับ ก็จะไปกันล้นโรงพัก มีปัญญาตั้งข้อหาก็ตั้งไป นั่นยังแค่ "เจ้าคุณประสาร" แต่นี่ระดับ..ธัมมชโย ซึ่งกุมมวลชนไว้มากมายมหาศาล ไปศาลวันไหนรับรองว่า..ศาลแตก !

 

 

หมายเรียกธัมมชโยหน้าวัดพระธรรมกาย

 

 แปะหมายเรียก "พระธัมมชโย" หน้าวัด ผบ.สำนักดีเอสไอฮึ่ม ! แกะออกผิดกม.

เมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าดีเอสไอได้นำหมายเรียกพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้มารับทราบข้อกล่าวหาคดีสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร จากเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในวันที่ 16 พฤษภาคม ไปติดไว้ที่หน้าวัดพระธรรมกาย เนื่องจากส่งหมายเรียกไปให้พระธัมมชโยแล้ว แต่ทางวัดไม่ยอมรับ จึงต้องติดหมายเรียกไว้หน้าวัด หมายเรียกดังกล่าวไม่สามารถแกะออกได้เพราะเป็นหมายเรียกคดีอาญา หากทางวัดแกะออกและไม่ทำตาม ดีเอสไอก็มีวิธีที่จะไปขอศาล

 

ที่มา : มติชน  : 28 เมษายน 2559


 

ปูดอีก !

 

ศิษย์ธรรมกายเล่นแร่แปรธาตุที่ดินพันไร่

ขายได้แบ่งกันเท่าไหร่ ดีเอสไอตามเช็คบิลล์ !

 

อา..ก็ไม่มีอะไร นายสถาพรเคยให้การว่า "ทำธุรกิจตั้งแต่ครั้งยังอยู่ในผ้าเหลือง" ก็ในวัดอะไรนั่นแหละ สึกปุ๊ปรวยปั๊บ แต่แปลก ! มหาเศรษฐีหมื่นล้าน "ซุกหัว" อยู่ในห้องเช่าเก่าๆ โทรมๆ พอๆ กับหมาจรจัด ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนเป็นหลักแหล่ง หรือจะเป็นทฤษฎี "อยู่อย่างต่ำ ทำอย่างสูง" ก็เป็นได้ นี่ไง โป้งรวย โป้งรวย ตัวจริง !

 

 

ซ้าย : สถาพร    ขวา : ศุภชัย

โหงงเฮ้งคนรวยตามสูตรธัมมชโย

 

บริษัทอดีตพระธรรมกายโผล่รับเงินค่าที่ดิน "ศุภชัย" 40 ล้าน-อดีตนายแบงก์คนสั่งโอน

 

ในการขายที่ดินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น 1,822 ไร่ วงเงิน 477 ล้านบาท ตามมติของคณะกรรมการประสานดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ที่มีตัวแทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ร่วมด้วยนั้น
 

หลายคนอาจทราบไปแล้วว่า บริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด เอกชนผู้มาซื้อที่ดินดังกล่าว สั่งจ่ายแคชเชียร์เช็ค 6 ใบ โดยโอนคืนสหกรณ์ฯ เพียง 100 ล้านบาท และสั่งจ่ายคืนนายศุภชัยถึง 249 ล้านบาท ขณะเดียวกันมีการจ่ายเช็คให้กับนายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายศรีราชา วงศารยางกูร) จำนวน 60 ล้านบาท (แบ่งให้กลุ่มนายหน้า 40 ล้านบาท ผู้ร่วมงาน 5 ล้านบาท ตัวเองได้ 15 ล้านบาท) ทั้งที่ไม่ปรากฏรายชื่อในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน
 

อย่างไรก็ดี สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org ตรวจสอบแคชเชียร์เช็คที่สั่งจ่ายเงินค่าที่ดินดังกล่าว ไม่ปรากฏชื่อของนายศุภชัยแต่อย่างใด ?

แต่จากการตรวจสอบพบว่า นอกเหนือจากแคชเชียร์เช็คข้างต้นแล้ว ปรากฏใบเสร็จในการโอนเงินผ่านระบบบาทเนต (BATHNET) จากธนาคารกรุงเทพ สาขาทาวน์ อิน ทาวน์ เมื่อวันที่ 9 .. 2557 เข้าบัญชีกลุ่มคนต่าง ๆ บริษัทเอกชน และสหกรณ์อื่น ๆ รวม 5 ฉบับ
 

ปรากฏชื่อ โชคอนันต์ เป็นผู้สั่งโอน โดยหักจากบัญชีธนาคารเลขที่ 905-7-026xx-x

โดยในใบเสร็จการโอนเงินดังกล่าว พบชื่อ S.W. HOLDING GROUP ได้รับเงิน 40 ล้านบาท ปรากฏธนาคารกรุงไทย สาขาตลาดไท กทม. เป็นธนาคารผู้รับโอนด้วย

 

สำหรับ S.W. HOLDING GROUP ปรากฏชื่อ นายสถาพร วัฒนาศิรินกุล อดีตพระลูกวัดธรรมกาย เป็นเจ้าของและผู้ถือหุ้นใหญ่จำนวน 1,110 ล้านบาท โดยบริษัทดังกล่าวถูก ปปง. อายัดไว้ ภายหลังตรวจสอบพบว่า หุ้นจำนวนดังกล่าว เคยปรากฏชื่อของนายศุภชัยเป็นผู้ถือครอง ก่อนโอนต่อไปให้นายสถาพร
 

โดยในการก่อตั้งบริษัทเมื่อเดือน มี.. 2554 มีทุนจดทะเบียนเพียง 10 ล้านบาท ต่อมาเมื่อเดือน เม.. 2554 ได้แจ้งเพิ่มทุนเป็น 1,111 ล้านบาท โดยแหล่งเงินที่นำมาเพิ่มทุนมาจากนายสถาพรกว่า 1,090 ล้านบาท
 

ต่อมาเมื่อเดือน ก.. 2555 บริษัทแจ้งเพิ่มกรรมการใหม่ 1 คน คือนายศุภชัย พร้อมเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกครั้ง วงเงิน 5,550 ล้านบาท โดยแหล่งเงินที่นำมาเพิ่มทุนครั้งนี้มี 3 แหล่ง คือนายสถาพร จำนวน 2,774 ล้านบาท นายศุภชัย จำนวน 1,110 ล้านบาท และนางรินนา วัฒนาศิรินุกุล (นามสกุลเดียวกับนายสถาพร) 550 ล้านบาท
 

ข้อมูลจากสำนักงาน ปปง. ระบุว่า นายสถาพร เคยบวชเป็นพระอยู่ในวัดธรรมกาย มานานกว่า 20 ปี ก่อนจะสึกออกมาเมื่อปี 54 ซึ่งเป็นช่วงปีเดียวกับที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เอส.ดับบลิว.โฮลดิ้งกรุ๊ป (ประเทศไทย) จำกัด

 

ขณะที่บริษัท อยู่ห่างจากวัดพระธรรมกายประมาณ 1 กิโลเมตร ส่วนการตรวจสอบตู้เซฟของบริษัทฯ สำนักงาน ปปง. พบว่า ทรัพย์สินมีค่าจำนวนมาก บางชิ้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์มีความเชื่อมโยงไปถึงวัดพระธรรมกายด้วย
 

(อ่านประกอบ : หลักฐานมัด "ศุภชัย" ขนเงินสด 1.1 พัน ล. จ่าย บ.อดีตพระธรรมกาย ก่อนโดนอายัด, แกะรอย"อดีตพระธรรมกาย"เพิ่งสึกใหม่!ไฉนมีเงินสด 3.8 พัน ล. ตั้ง บ.อสังหาฯ, 1.64 หมื่นล้าน! ขุมธุรกิจ "อดีตพระธรรมกาย" ขนเงินลงทุน 7 บริษัท, ข้อมูลลับ ปปง.! เส้นทางเงิน 100 . อดีตพระธรรมกาย โผล่ลาว ตามคืนไม่ได้แล้ว?, ข้อมูลใหม่ อดีตพระธรรมกาย ซุกตัวแฟลตทหาร โผล่ตั้ง บ.ในลาว คนแห่เรียก"บอส")

 

ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ นายณฐพร โตประยูร ให้สัมภาษณ์ยืนยันสำนักข่าวอิศรา กรณีกลุ่มนายหน้าที่ได้รับเงินไปจำนวน 40 ล้านบาทตอนหนึ่งว่า มีบุคคลชื่อ โชคอนันต์ ลงชื่อเป็นพยานในสัญญานายหน้าขายที่ดิน แต่จำนามสกุลไม่ได้ รู้แค่เป็นอดีตผู้จัดการธนาคาร
 

ซึ่งตรงกันกับ โชคอนันต์ ที่ปรากฏชื่อเป็นผู้สั่งโอนเงินผ่านระบบบาทเนต 5 ฉบับข้างต้น
 

นอกจากนี้ ธนาคารที่ โชคอนันต์ ดำเนินการโอนเงินคือ ธนาคารกรุงเทพ สาขาทาวน์ อิน ทาวน์ ซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับการโอนแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายนายณฐพร 3 ฉบับ รวม 60 ล้านบาท นอกจากนี้วันที่ในการโอนยังตรงกันคือวันที่ 9 .. 2557 อีกด้วย

 

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา  : 27 เมษายน 2559


 

ยกสาม !

 

ดีเอสไอเริ่มเคาะระฆังนัดธัมมชโย

ตามคำสั่งของศาลอาญา

ดีเดย์ 16 พ.ค. ศกนี้

 

อา..เห็นไหม ดีเอสไอยังคงกุมความได้เปรียบ ยังมีลูกเล่นอีกเยอะ อาวุธยังเหลือเพียบ แค่รอจังหวะสวยๆ เท่านั้นจึงค่อยเข้าทำคะแนน แต่ช่วงนี้ยังมีอะไรติดๆ ขัดๆ โดยเฉพาะการ "ซ้ำ" คู่ต่อสู้ที่บาดเจ็บนั้นมันไม่แมน (จริงไม่จริงก็ไม่รู้ล่ะ แต่ฝ่ายตรงข้ามเขากระพือข่าวแบบนั้น) หรือพูดก็พูดเถอะ ถ้าเล่น "ธัมมชโย" โดยตรง ตรงนี้รับรองว่า "เสียคะแนน" เพราะสาวกของธัมมชโยนั้นมีเป็นแสน แถมแนวร่วมสีแดงอีกเป็นล้านๆ ผ้าลายเล่นผ้าเหลืองนั้นเปลืองแรงเปล่า เจ็บตัวเสียเปล่า เอาทหารมาทั้งกองทัพยังไม่ชนะเลย โดนพระล็อกคอยังไม่กล้าจับ ดูแต่ "บิ๊กตู่" สิ มีอะไรที่ไม่รู้ มีอะไรที่ไม่พูด ยกเว้น "เรื่องพระเรื่องเจ้า" ต้องเดินหนีให้ไกล ไม่งั้นโดนจีวรคลุมโปง !

 

 

 

จาก..ล็อกคอตีเข่า ถึง..บาทาลูบพักตร์

แม่ไม้มวยไทยค่ายคลองสาม ภายใต้เทรนเนอร์ดัง..ครูไม่ใหญ่

 

วิธีเล่นธัมมชโยนั้น ว่ากันว่าต้องใช้บ๋อยตีกระทบผ่าน "ทีมทนาย" เพียงด่านเดียว เพราะทนายนั้นจะเอา "เขี้ยวงา" นำหน้า ตัดเขี้ยวทนายก็เท่ากับตัดหนวดธัมมชโย เช่น กรณีที่ทีมทนายธัมมชโยประกาศจะ "ฟ้องกลับ" ดีเอสไอ ในข้อหา "กลั่นแกล้ง" นั่นแสดงว่า ทางธัมมชโยก็กะจะ "เอาคืน" เช่นกัน มันมิใช่แค่การตั้งรับเพียงอย่างเดียว แต่มีการ "ออกอาวุธ" ไปพร้อมๆ กันด้วย แสบพอๆ กับ "น้ำตาจรเข้" เลยเชียว กรณีนี้ยังมีข้อเปรียบเทียบ คือ ตุ๊แป๊ะ วัดปากน้ำ ที่บอกว่าได้เงินบริจาคจากญาติโยมนำไปซื้อรถเบนซ์ถวายสมเด็จฯ แต่สุดท้ายก็ออกลายให้ทนาย "ฟ้องอู่" เอาคืนทั้งต้นทั้งดอก "หลายล้าน"  มันก็บอกอาการว่า..ไม่ธรรมดา ฆ่าได้เป็นฆ่า อย่าให้มีโอกาสก็แล้วกัน !

 

 

ดีเอสไอออกหมายเรียก "ธัมมชโย" อีกครั้ง 16 พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 2559 รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แจ้งว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ภายหลังศาลอาญายกคำร้องขออนุมัติหมายจับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย กรณีไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร จากกรณีการรับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหายักยอกทรัพย์สหกรณ์ฯคลองจั่น จำนวน 22 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท ทาง พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ ได้เรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวน พร้อมด้วยพนักงานอัยการร่วมสอบสวน เพื่อหารือและกำหนดวันออกหมายเรียกให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้ง ซึ่งที่ประชุมมีมติกำหนดให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้งในวันที่ 16 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยในวันที่ 27 เม.ย.นี้ พนักงานสอบสวนจะส่งหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาใหม่นี้ไปยังพระธัมมชโยทันที อย่างไรก็ตาม การกำหนดวันออกหมายเรียกครั้งนี้ ได้ยึดแนวคำวินิจฉัยของศาลเป็นหลัก ซึ่งศาลเชื่อว่ามีอาการอาพาธ แพทย์สั่งให้งดภารกิจ 15 วัน

 

ข่าว : มติชน  : 27 เมษายน 2559


 

กินไม่ลง !

 

ธัมมชโยรอดปากเหยี่ยวปากกา

ศาลอาญาเห็นขาแล้วเชื่อ

"ไม่มีเจตนาจะหลบหนี"

ไม่อนุมัติหมายจับตามคำร้องของดีเอสไอ

 

อา..แสดงว่า "สงครามภาพถ่าย" ของท่านธัมมชโยนั้นได้ผล ยิ่งกว่า..สงครามเพลง ยิงออกอากาศสู่มวลชนได้ไม่กี่นาที ก็มีผลให้ "ดีเอสไอ" ต้องเพลี่ยงพล้ำในเหลี่ยมของกฎหมาย ศาลอาญาเชื่อธัมมชโยมากกว่าดีเอสไอ ถ้าเป็นมวยไทย ดีเอสไอก็เท่ากับโดนแข้งซ้ายถีบยอดอก "ถึงกับจุก-รุกไม่ได้" ไปหลายอึดใจ ต่อไปก็ไม่แน่นะ ถ้าเข้าถึงคดีความ ธัมมชโยก็อาจจะ..รอด อีกก็เป็นได้ ไม่เชื่อก็อย่าเพิ่งลบหลู่ ปาฏิหาริย์มีจริงนะจะบอกให้ แต่ความจริงแล้ว ดีเอสไอก็ไม่ได้บอกว่าท่านธัมมชโยจะหนีซักกะหน่อย ที่เขาสงสัยก็คือ มีเจตนาดื้อแพ่ง นั่นต่างหาก ตีความต่างกันสุดขั้วเลย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเล่นสูตร "หมอและภาพป่วย" สำเร็จ ทางทีมธรรมกายก็ต้องทำการบ้านข้อต่อไป นั่นคือ เตรียมภาพชุดใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม อาจจะต้องเพิ่มรถเข็น ไม้เท้า หรือตัวช่วยอื่นๆ เพราะภาพเก่าแค่เท้าและขาคงใช้ไม่ได้แล้ว คนคงไม่ดูอีกแล้ว ต้องเปลี่ยนมุกเปลี่ยนลีลา เพื่อหนีดีเอสไอให้..สุดขอบฟ้า !

 

 

ซ้ายพิฆาต !

 

 

ศาลยกคำร้อง ดีเอสไอ ขอหมายจับ ธัมมชโย ชี้ไม่มีเจตนาหลบหนี

ศาลอาญาฯ ยกคำร้องขอออกหมายจับ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย หลังไม่เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอในคดีฟอกเงิน ชี้ไม่มีเจตนาหลบหนี จ่อพิจารณาออกหมายเรียกครั้งที่ 3 ภายใน 15 วัน...

วันที่ 26 เมษายน 2559 พันตำรวจโทปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ นำพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลอาญา รัชดา เพื่อให้ออกหมายจับ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในคดีความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร มีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด

ขณะที่ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความ พระธัมมชโย เข้ายื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อคัดค้านการขอหมายจับของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เนื่องจากเห็นว่า การยื่นคำร้องขอออกหมายจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยืนยันว่า การขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหาของพระธัมมชโย เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายและมีใบรับรองแพทย์ มายืนยัน

โดยศาลใช้เวลาพิจารณาคำร้องประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที จากนั้น ได้แจ้งให้ผู้ร้องและผู้คัดค้านเดินทางกลับได้ โดยไม่มีการเปิดห้องพิจารณาไต่สวน โดย พันตำรวจโทปกรณ์ เปิดเผยว่า ศาลยกคำร้องขอออกหมายจับที่พนักงานสอบสวน ยื่นขอออกหมายจับ เนื่องจากเห็นว่า พระธัมมชโย ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี ส่วนขั้นตอนจากนี้ พนักงานสอบสวน จะพิจารณาเพื่อออกหมายเรียก พระธัมมชโย มารับทราบข้อกล่าวหาอีกเป็นครั้งที่ 3 ภายใน 15 วัน

ขณะที่ นายสัมพันธ์ ทนายความ พระธัมมชโย เปิดเผยว่า ทีมทนายความ อาจจะพิจารณาใช้สิทธิ์ตามกฎหมาย ฟ้องกลับพนักงานสอบสวน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 200 (2) เนื่องจาก เห็นว่าการขอหมายจับของพนักงานสอบสวน ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

คดีนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียก พระธัมมชโย ให้มารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวน เป็นครั้งที่ 2 เมื่อวานนี้ แต่ทนายความ พระธัมมชโย กลับยื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยอ้างเหตุประกอบศาสนกิจ และอาการป่วยของ พระธัมมชโย โดยใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชน

คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เห็นว่า พฤติการณ์เข้าลักษณะหลีกเลี่ยง ที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และคดีมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี จึงมีเหตุตามกฎหมายที่จะเสนอให้มีการออกหมายจับ.

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ  : 27 เมษายน 2559


 

ภาพเก่าปีกลาย !

 

ดีเอสไอเถียงทีมธรรมกาย

ไม่เชื่อธัมมชโยป่วยจริง !

 

 

ภาพปี 58

ภาพเจ้าหน้าที่ดีเอสไอตรวจดูบาดแผลของพระธัมมชโย วันที่ 4 มิถุนายน 2558 ซึ่งธัมมชโยอ้างว่าไม่สามารถเดินทางไปให้ปากคำที่สำนักงานดีเอสไอได้ ดีเอสไอจึงต้องเดินทางไปสอบปากคำถึงในวัดพระธรรมกาย

 

แชร์ว่อน รูปพนักงานสอบสวน ดูบาดแผลที่เท้าพระธัมมชโย อธิบดีดีเอสไอแจง ภาพเก่าปี 2558 วัดพระธรรมกาย ยืนยัน ป่วยจริง โชว์รูปเท้าเป็นแผล ตั้งคำถามละเมิดสิทธิผู้ป่วยหรือไม่

เมื่อวันที่ 26 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการเผยแพร่ภาพพระธัมมชโย ที่กำลังให้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดูบาดแผลที่เท้า ซึ่งมีผ้าพันแผล โดยในภาพมี พ.ต.อ.ไพสิฐ พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร และพนักงานสอบสวนดีเอสไอ

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า ได้เห็นภาพดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นภาพเก่าปี 2558 ช่วงเดือนมิถุนายน ที่ตนและพ.ต.ท.สมบูรณ์ พ.ต.ท.ปกรณ์ เดินทางไปสอบปากคำพระเทพญาณมหามุนี (พระธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะพยานคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กรณีรับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น โดยก่อนหน้านั้นพระธัมมชโยได้ส่งตัวแทนมาแจ้งเลื่อนการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนของดีเอสไอตามหมายเรียกถึง 2 ครั้ง โดยให้เหตุผลว่าป่วยเช่นกัน แต่ครั้งนั้นพนักงานสอบสวนขอไปสอบปากคำที่วัด เพราะยังเป็นแค่พยานในคดี อีกทั้งยังให้พนักงานสอบสวนดูบาดแผลที่มีผ้าพันไว้ แต่ไม่ทราบว่าคนที่ปล่อยรูปดังกล่าวมีวัตถุประสงค์อะไร

ทั้งนี้วันเดียวกัน เฟซบุ๊ก สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้เผยแพร่แถลงการณ์ฉบับที่ 2 และภาพบาดแผล ของพระธัมมชโย โดยระบุว่า ภาพอาการ พระเทพญาณมหามุนี ป่วยจริง ที่ผ่านมาพร้อมให้ความร่วมมือกับทาง DSI มาโดยตลอด แต่เนื่องจากป่วยมากจึงไม่สามารถเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาได้ กรณีอาการป่วยที่มีใบรับรองแพทย์ถูกต้อง ทางดีเอสไอใช้ดุลพินิจปฏิเสธการเลื่อนโดยไม่ตั้งอยู่บนพื้นทางความเป็นจริง เพราะเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ที่รับผิดชอบคดีนี้ เคยพบเห็นอาการของหลวงพ่อธัมมชโย และรู้อยู่ว่าอาการป่วยของหลวงพ่อธัมมชโย ไม่สามารถเดินทางไปดีเอสไอได้อย่างแน่นอน การใช้ดุลพินิจของดีเอสไอครั้งนี้ เป็นการใช้กฎหมายละเมิดสิทธิของผู้ป่วยหรือไม่?

 

ข่าว : มติชน  : 26 เมษายน 2559


 

ค้านดีเอสไอ !

 

ธัมมชโยให้ทนายยื่นศาลอาญาค้านมติดีเอสไอ

 

ไม่ชอบด้วยกฎหมาย !

 

อา..ภาษานักธุรกิจท่านว่า "Business is business : ธุรกิจก็คือธุรกิจ" การค้าการขาย มิใช่การให้เปล่า ฉันใด กรณีธัมมชโยในวันนี้ก็คงฉันนั้น จะเห็นได้ว่า ทางธรรมกายนั้น "เล่นทุกลูกทุกดอก" เอาทั้งเรื่องบุญกุศลผลงานทั้งในและต่างประเทศ ถ้าอ้างถึงโลกหน้าได้ก็คงไม่เหลือ แต่สุดท้ายก็โอนงานทั้งสิ้นให้ไปไว้ในมือของ "ทนาย" ซึ่งมีอาชีพ "ค้าความ" และมีหน้าที่ในการ "ทำทุกอย่าง" เพื่อให้ลูกความ..พ้นผิด !

นี่คือความเป็นจริงของเรื่อง ส่วนใครจะดราม่าเช็ดน้ำตาเมื่อเห็นแผลของท่านธัมมชโย นั้นก็ถือว่าเป็นเอฟเฟ็คของละครบางฉาก ถ้าเห็นภาพของธัมมชโยแล้วสงสารด้วยเมตตาการุณหรืออะไรก็ตามที ก็ควรจะมีใจการุณยิ่งขึ้น เมื่อสหกรณ์คลองจั่นต้องถึงกับ "ล้มละลาย" ประชาชนที่หลงเป็นเหยื่อต้องทนทุกข์ทรมานทั้งๆ ที่ไม่ได้ป่วย แต่เพราะมีการทุจริตจากขบวนการปล้นประชาชนนั่นไง ภาพมันซ้อนกันอยู่ตรงนี้

ก็ตกลงว่า ณ เวลานี้ ทางท่านธัมมชโยยังคงสู้ๆ ลำพังปล่อยภาพเด็ดออกมาน็อกดีเอสไอกลางจอก็ยังไม่พอ ยังมีหมัดตามมาอีกชุดใหญ่ ให้ทนายเข้ายื่นคัดค้านต่อศาลอาญา คิดว่าน่าจะสำเร็จ เพราะตรงนี้ ถ้ามองทางฝั่งดีเอสไอก็ถือว่ายังไม่เพลี่ยงพล้ำ ยังมีเวลาอีกเยอะ ขณะที่ทางฝั่งธัมมชโยนั้นถ้าพ้นฉากนี้ไปแล้ว ก็คิดว่าคงจะหมดมุกและหมดเวลา เพราะถ้างัดอาการป่วยขั้นสุดท้ายมาเล่นแล้ว จะเหลืออะไร นอกจากฉากสุดท้ายที่จะต้องไป..นอนโรงพยาบาล เป็นประจำ เพียงบทเดียวเท่านั้น !

 

 

 

ทนายธัมมชโยยื่นคำร้อง ค้านขอหมายจับดีเอสไอ


เมื่อวันที่ 26 เม.ย. 59  ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของ พระเทพณาญมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญา เพื่อคัดค้านการขอหมายจับของพนักงานสอบสวน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ที่จะมาขอออกหมายจับพระธัมมชโย ในคดีความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร มีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด เนื่องจากเห็นว่า การยื่นคำร้องขอออกหมายจับของดีเอสไอ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และยืนยันว่า การขอเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวานนี้ (25 เม.ย.) ของพระธัมมชโย เป็นไปตามขั้นตอน และมีใบรับรองแพทย์มาแสดงยืนยัน พร้อมระบุไม่ใช่เป็นการประวิงเวลา ซึ่งวันนี้ได้เตรียมแพทย์ที่ให้การรักษามาแถลงยืนยันต่อศาลด้วย

ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมหลักฐานขอหมายจับ เพื่อนำมายื่นต่อศาล โดยจะเร่งทำให้เสร็จภายในวันนี้ ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้อยู่ที่ดุลพินิจของศาล หากพิจารณาออกหมายจับก็จะนำหมาย กลับไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษอีกครั้ง เพื่อหารือกับชุดคณะทำงาน เพื่อศึกษาข้อกฎหมายสงฆ์ ก่อนนำไปยื่นให้พระธัมมชโย ที่วัดธรรมกายต่อไป ทั้งนี้ คดีนี้คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ออกหมายเรียก พระธัมมชโย เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนแล้ว แต่เมื่อวานนี้ทนายความ กลับมายื่นหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบพนักงานสอบสวนโดยอ้างเหตุประกอบศาสนกิจ และมีอาการป่วย โดยใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชน คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เห็นว่า พระธัมมชโยมีพฤติการณ์เข้าลักษณะหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มีอัตราโทษจำคุกสูงเกิน 3 ปี จึงมีเหตุตามกฎหมายที่จะเสนอให้มีการออกหมายจับ

 

ข่าว : เดลินิวส์  : 26 เมษายน 2559


 

น้ำตาจะไหล !

 

สื่อสารวัดพระธรรมกายโชว์ภาพป่วยธัมมชโย

 

ได้คะแนนสงสารจากสาวกอื้อ !

 

WHAT IS NEXT ?

 

ถามว่า สถานการณ์ต่อจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร เดาเอาก็น่าจะเป็นว่า "อยู่ในดุลพินิจของศาล" ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าโลกโซเชียลได้เห็นภาพอาการป่วยของท่านธัมมชโยแล้ว มีการโหวตคะแนนสงสารเข้าไปมากๆ ก็อาจจะเป็นเหตุผลให้ศาลเมตตา ให้โอกาสแก่พระธัมมชโยเลื่อนนัดไปอีก 15 วัน ตามคำแนะนำของแพทย์ แบบว่าได้ผ่อนกระแสสังคมไทยที่มีความสงสารเป็นส่วนใหญ่ พร้อมกับการโอนอ่อนผ่อนตามคณะแพทย์ ส่วนดีเอสไอนั้นถือว่า "ไม่เสียหน้า" แต่ถือว่า "ได้ทำหน้าที่แล้ว" เมื่อศาลว่าอย่างไรก็ให้ความเคารพศาล รอเวลา 15 วันรอบใหม่ให้มาถึง ก็ยังสามารถออกหมายจับได้อยู่แล้ว ทุบโต๊ะได้เลยว่า ถึงอย่างไร ดีเอสไอก็ยัง..เป็นต่อ น่าห่วงก็ธัมมชโยนะสิ จะต้องป่วยซ้ำซาก ไม่รู้จะหายเมื่อไหร่ เฮ้อ !

ปล. ช่วงนี้ต้องงดออกทีวีช่องเด็กอนุบาลในฝันด้วยนะ ท่านธัมมชโยนะ พวกค้งพวกค้อนและเครื่องประดับสวรรค์ก็ต้องงดโป้งงดโชว์งดรวย เพลงฮิตติดปากที่ชื่อ "โอ้เจ้าหนี้" ก็ห้ามเปิดให้ใครฟัง ไม่งั้นจะถูกตั้งข้อหาว่าป่วยไม่จริง เปิดฟังสองคนกับมหาสมชายแห่งเบอร์มิวด้าน่ะได้ แต่ห้ามออนไลน์เด๊ดขาด อิอิ !

 

 



 

 

ที่มา : สำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย  : 26 เมษายน 2559

 

จับ อ็อด 89 !

 

มือนำเข้ารถเบนซ์สมเด็จช่วง

อ่านข่าวแล้วหนาวสะท้านไปทั้งปากน้ำ !

 

 

ดีเอสไอรวบเจ้าของบริษัท อ๊อด 89 นำเข้ารถเบนซ์โบราณ "สมเด็จช่วง"

เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2559 พ.ต.อ. ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แถลงว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน เวลาประมาณ 17.00 น. ศูนย์สืบสวนและสะกดรอย กรมสอบสวนคดีพิเศษ สามารถจับกุม นายเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ ได้บริเวณที่พ่วงทรัพย์แมนชั่น ประชาชื่น 4 ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับกรณี การครอบครองรถยนต์จดประกอบของพระเถระชั้นผู้ใหญ่ อันมีเหตุสงสัยว่าอาจมีการนำเข้ามาในราชอาณาจักร หรืออาจเป็นการได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย  หรืออาจเกี่ยวเนื่องและเกี่ยวพันกับกรณีขบวนการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อจดประกอบเป็นรถยนต์จากอุปกรณ์ชิ้นส่วนเก่า จากการสอบสวน ทราบว่า การนำเข้าโครงรถยนต์ โดย หจก.ซี.ที.ออโตพาร์ท และ การนำเข้าเครื่องยนต์ โดย บริษัท คาร์โก้ คาร์ จำกัด มีผู้นำเข้า คือ หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส โดยมี นายเกษมศักดิ์ หรือ "อ๊อด" ภวังคนันท์ เป็นเจ้าของหรือตัวการ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษจึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาไว้ ตามหมายจับศาลอาญาเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดี

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวด้วยว่า จากนั้น นำตัวส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษคดีพิเศษดำเนินคดี ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ และ พนักงานอัยการ ได้ร่วมกันแจ้งข้อหากับผู้ต้องหาว่า "ร่วมกันลักลอบหนีศุลกากร, ซื้อหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งของหนีภาษีศุลกากร" อันเป็นความผิดตาม มาตรา 27 ทวิ แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน ซึ่งจะได้ขยายผลการสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

 

ที่มา : มติชน  : 26 เมษายน 2559


 

อ๋อ เหรอ !?

 

"วัดพระธรรมกาย เป็นอันตรายต่อความมั่นคง ของพระพุทธศาสนา และต่อสังคมไทยอย่างลึกซึ้ง ครับหลวงพ่อ"

 


 

ธรรมกายโต้ !

 

ธัมมชโยป่วยจริง มีใบหมอรับรอง

ถูกละเมิดสิทธิของผู้ป่วย

 

 

 

ธัมมชโย ผู้ป่วยตลอดกาลของดีเอสไอ

 

 

 

ปวดหัวอย่างแรง คำชี้แจง ฉบับที่ 1

 

 

 

หมอรับรองอาการป่วยธัมมชโย

คำชี้แจง ฉบับที่ 2

 

หมอให้หยุด 15 วัน ต้องทำตามคำสั่งหมอ

แต่ถ้าหมอให้ไปพบดีเอสไอ สงสัยต้องเปลี่ยนหมอ

 

 

 

ที่มา : วัดพระธรรมกาย  : 25 เมษายน 2559


 

หมายจับ !

 

ดีเอสไอไม่รับเหตุผลธัมมชโย

ป่วยยังไง ทำไมจัดงานวัดเกิดได้สบายๆ

 

 

ธัมมชโย ในงานวันเกิด 22 เมษายน ที่ผ่านมา

 

 

 

โดนแล้ว 'ดีเอสไอ' ขอหมายจับ 'ธัมมชโย' หลังเบี้ยวรับทราบข้อหา

"ดีเอสไอ" ขอศาลอาญาออกหมายจับ "พระธัมมชโย" เหตุไม่มารับทราบข้อหาตามหมายเรียกฟอกเงิน-รับของโจร อ้างอาพาธ ใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชน แต่เข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาได้ปกติ

เมื่อเวลา 18.00 น. วันนี้ (25 เม.ย.59) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกแถลงการณ์ โดยมีรายละเอียดระบุว่า แถลงข่าวคดีพิเศษที่ 27/2559 กรณีการแจ้งข้อกล่าวหาพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระไชยบูลย์ สุทธิผล เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย 

ตามที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา (ครั้งที่ 2) ให้พระเทพญาณมหามุนี (พระไชยบูลย์ สุทธิผล) มาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในวันที่ 25 เมษายน 2559 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ด้วยเหตุที่ท่านต้องหาว่ากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและรับของโจร นั้น ในวันนี้เวลาประมาณ 09.30 น. นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากพระเทพญาณมหามุนีได้มายื่นหนังสือวัดพระธรรมกาย ฉบับลงวันที่ 25 เมษายน 2559 เรียนอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เรื่องขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวน หลังจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รับหนังสือการขอเลื่อนมาพบพนักงานสอบสวนแล้ว

ในเวลา 13.00 น. คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยอัยการร่วมสอบสวนและที่ปรึกษาคดีพิเศษ ได้ประชุมเพื่อหารือในเรื่องของการขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษของพระเทพญาณมหามุนี โดยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้พิจารณาแล้วมีความเห็นร่วมกันว่า การที่พระเทพญาณมหามุนี มีหนังสือเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษในการรับทราบข้อกล่าวหาถึง 2 ครั้ง โดยอ้างเหตุเกี่ยวกับการประกอบศาสนกิจ และอ้างอาการป่วยโดยใช้ใบรับรองแพทย์จากคลินิกเอกชน

 แต่ปรากฏว่ามีการเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาต่างๆ ได้เป็นปกติ จึงไม่มีเหตุอันสมควรที่จะขอเลื่อนการมาพบพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงเห็นว่าพฤติการณ์ดังกล่าว เป็นไปในลักษณะหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และเนื่องจากคดีความผิดที่ถูกกล่าวหาเป็นคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกิน 3 ปี ซึ่งทางคดีมีหลักฐานพอสมควรว่า ผู้ถูกกล่าวหาน่าจะได้กระทำความผิดดังกล่าว อันมีเหตุตามกฎหมายที่จะออกหมายจับได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 66 (1) จึงมีมติให้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาเพื่อขออนุมัติออกหมายจับพระเทพญาณมหามุนี มาดำเนินคดีต่อไป

 

ที่มา : ดีเอสไอ-ไทยรัฐ : 25 เมษายน 2559


 

เลยเวลานัด !

 

ธัมมชโยยังไม่โผล่ที่ดีเอสไอ

สงสัยติดฉันเพลในกุฏิ

 

 

 

ธัมมชโย

 

 

เลยเวลานัด ! ธัมมชโยยังไม่มาพบดีเอสไอ รับทราบข้อกล่าวหาคดีฟอกเงิน

บรรยากาศล่าสุดที่ ดีเอสไอ พระธัมมชโย ยังไม่ได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา คดีฟอกเงิน มีเพียงทีมทนายที่เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน พร้อมปฏิเสธสัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว อ้างมาเรื่องคดีส่วนตัว ...

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันที่ พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องเดินทางมารับทราบข้อหาในความผิดฐาน สมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร จากกรณีการรับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ต้องหายักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำนวน 22 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 2,000 ล้านบาท ตามหมายเรียกของดีเอสไอ หลังเคยขอเลื่อนนัดไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 20 เม.ย. ที่ผ่านมา

ซึ่งก่อนหน้านี้ นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความวัดพระธรรมกาย ได้ส่งหนังสือขอเลื่อนนัดเข้ารับทราบข้อหาของ พระธัมมชโย เป็นครั้งที่ 2 โดยอ้างว่า พระธัมมชโย ติดศาสนกิจ ไม่สะดวกเข้ารับทราบข้อหาตามกำหนดนัด แต่จะขอเลื่อนไปช่วงปลายเดือน พ.ค. แต่จากการประชุมร่วมของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ เห็นตรงกันว่าไม่มีเหตุอันควรให้เลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาไปอีก จึงแจ้งให้ พระธัมมชโย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามกำหนดนัดเดิมคือวันนี้ เวลา 09.00 น.

เมื่อถึงเวลา 09.00 น. ได้มีตัวแทนทีมทนายจากวัดพระธรรมกาย เดินทางมาที่ดีเอสไอ ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึง ก็ใช้เวลาอยู่ด้านล่างไม่ถึง 5 นาที ก่อนขึ้นไปพบพนักงานสอบสวน โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ หลังจากพบพนักงานสอบสวนเป็นเวลาประมาณ 30 นาที ตัวแทนทนายคนดังกล่าว ได้รีบเดินทางออกจากดีเอสไอ โดยปฏิเสธการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ระบุเพียงสั้นๆ ว่าที่เดินทางมาวันนี้ก็เป็นเรื่องของคดีส่วนตัว แต่ไม่ระบุว่าเป็นคดีใด พร้อมทั้งบอกว่า ทางวัดพระธรรมกายคงส่งทนายมา 

อย่างไรก็ดี หากวันนี้ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ไม่มารับทราบข้อกล่าวหากับดีเอสไอ ทางคณะพนักงานสอบสวนจะหารือร่วมกันเพื่อหาแนวทางดำเนินการต่อไป ซึ่งแม้ทีมทนายจะกลับไปแล้ว แต่ขณะนี้ทางสื่อมวลชนก็ยังคงปักหลักเฝ้ารอ เพื่อดูว่าในที่สุดแล้ววันนี้ พระธัมมชโย จะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองหรือไม่

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 25 เมษายน 2559


 

คืนเงิน-คืนข้อหา !

 

ศิษย์ธรรมกายเร่งระดมทุนรอบสาม

นำไปจ่ายคลองจั่นก่อนเส้นตายของดีเอสไอ

ถ้าทำสำเร็จก็เชื่อว่าคงจะสามารถขอผ่อนผันได้

เพราะเงินก็ได้แล้ว จะเอาอะไรอีก !

 

 

อา..และแล้วจอมเขี้ยวแห่งคลองสามก็ต้องสิ้นลาย เมื่อโดนหมายเรียกจ่อคอหอย ต้องยอม "คายอ้อย" มากมายก่ายกอง ถึง 1,000 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ ธัมมี่เคยจัดรายการเพลงดัง "โอ้เจ้าหนี้" ยืนกระต่ายขาเดียวว่า "ไม่ได้หนี ไม่ได้หาย ไม่ได้ย้าย แต่มันไม่มี ฯลฯ" ก็คือใช้ตำรา "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" นั่นเอง แต่วันนี้ ถูกลากเข้าใกล้ตะรางเข้าไปเรื่อยๆ เลยจำต้องยอมจ่าย ธัมมชโยจึงเป็นพระภิกษุที่มีหนี้มากที่สุดในประวัติศาสตร์หลังการบวช ทั้งๆ ที่ก่อนบวชนั้น "อนโณสิ๊" แปลว่า ไม่มีหนี้ เพราะถ้ามีก็บวชไม่ได้ แต่บวชไปบวชมา กลายเป็นว่ามีหนี้มากมายถึง 1000 ล้าน มันเป็นเรื่องอัศจรรย์ นะจ๊ะ !

 

 

 

กดที่ภาพเพื่อฟังเพลง "โอ้เจ้าหนี้"

จากดีเจดัง..ธัมมชโย

 

 

 

รายงานข่าวจากสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ระบุว่าตามที่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัดได้พบเพิ่มเติมว่าในช่วงปี 2552-2553 นายศุภชัย ศรีศุภอักษร ได้สั่งจ่ายเช็คของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด สั่งจ่ายให้กับวัดพระธรรมกายและพระราชภาวนาวิสุทธิ์หรือพระเทพญาณมหามุนี อีกจำนวน 8 ฉบับ เป็นเงินรวม 370,780,000 บาท ทางสหกรณ์ฯจึงได้ดำเนินการทางกฎหมาย ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อให้มีการคืนเงินดังกล่าว

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2559 ทางกองทุนเฉพาะกิจลูกศิษย์วัดพระธรรมกายจะดำเนินการรวบรวมเงิน 370,780,000 บาท มามอบให้แก่สหกรณ์ฯ เช่นเดียวกับการคืนเงินครั้งแรกเมือเดือนมีนาคม ปี 2558ที่ผ่านมา โดยกำหนดมอบเงินเป็นรายงวด รวม 18 งวด ให้เสร็จสิ้นภายใน 18 เดือน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป เมื่อรวมยอดเงินทั้งสิ้นจะเป็นดังนี้

-ยอดครั้งที่ 1 : 684,780,000 บาท (มอบเสร็จสิ้นแล้ว)
-ยอดครั้งที่ 2 : 370
,780,000 บาท (เริ่มต้น พ.ค.2559)
-ยอดรวมทั้งสิ้น : 1
,055,560,000 บาท

รายงานข่าวระบุว่าการนำเงินมาคืนของกองทุนเฉพาะกิจศิษย์วัดธรรมกายนี้ เป็นการช่วยเสริมสภาพคล่องให้สหกรณ์ฯ ทำให้ได้รับเงินเต็มจำนวน ไม่ต้องต่อสู้คดีกันเป็นเวลานาน เงินดังกล่าวทางสหกรณ์ฯจะได้นำไปดำเนินการตามวัตถุประสงค์และบริหารจัดการตามแผนฟื้นฟู เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่สมาชิกและเจ้าหนี้ต่อไป

อนึ่ง เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2559 กรมสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ,ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร ในคดีพิเศษที่ 27/2559 กรณีรับเงินที่ได้จากการยักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวันที่ 8 เมษายน 2559 เวลา 09.00 น. นั้น ต่อมา นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย ได้มีหนังสือฉบับลงวันที่ 5 เมษายน 2559 ว่ารับมอบอำนาจจากพระเทพญาณมหามุนี โดยแจ้งว่าช่วงเดือนเมษายน พระเทพญาณมหามุนี ติดศาสนกิจ และมีพิธีกรรมทางศาสนาอีกหลายประการ อาทิ โครงการบรรพชา สามเณรภาคฤดูร้อน รวมทั้งงานประเพณีสงกรานต์ งานวันคุ้มครองโลก และกิจกรรมตักบาตรทั่วประเทศ จึงขอเลื่อนการไปพบพนักงานสอบสวน เป็นหลังเดือนเมษายน 2559

กรณีดังกล่าว พันตำรวจเอก ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ร่วมหารือกับ พันตำรวจโทสมบูรณ์ สาระสิทธิ์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาในรายละเอียด โดยเห็นว่ามีเหตุสมควรให้เลื่อนและให้มารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้ง ในวันที่ 25 เมษายน 2559 เวลา 09.00 น. ที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร และมอบหมายให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ไปยังพระเทพญาณมหามุนีให้มารับทราบข้อกล่าวหาในวัน เวลาดังกล่าว ต่อไป

 

ที่มา : ไทยพับลิก้า : 25 เมษายน 2559


 

ชาติมาก่อน !

 

เผยเอกสารประชุมร่วมส่วนราชการและคณะสงฆ์

จังหวัดราชบุรี

ก่อนมีมติให้ "งดตักบาตร" ธรรมกาย

เหตุผล : ชาติต้องมาก่อน ถ้าชาติอยู่ได้ ศาสนาก็อยู่ได้

 

 

อา..นี่คือรายการ "คนดังนั่งเคลียร์" ซึ่งเกิดควันหลงหลังจากรายการตักบาตรราชบุรี ต้องมีอันเป็นหมัน ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ของ "คนกันเอง" สายวัดปากน้ำทั้งสิ้น แต่กลับมาตายน้ำตื้น ก่อนกระแสจะลามไป..อุบลราชธานี ถึงจะอ้างใหญ่โตระดับ "AEC" ก็ไม่มีทางรอด ไปจอดกันที่..งานวันเกิด ของท่านธัมมชโย พร้อมๆ กับจุดดับของ "โครงการหมู่บ้านศีลห้า" เพราะ "เจ้าคุณพิมพ์-ประธานโครงการ" ไปนั่งอ้าซ่ากลางวัดพระธรรมกาย รับซองจากธัมมชโย เหมือนไม่รู้อิโหน่อิเหน่

ควันหลงที่ว่านี้ก็คือ มีกระแสไปถึงวัดปากน้ำว่า "วัดมหาธาตุ-ราชบุรี" มีใจเป็นอื่น ไม่ขึ้น ไม่ตรง ไม่สวามิภักดิ์ต่อครูบาอาจารย์ในสายวัดปากน้ำแล้ว ถึงกับกล้าค้านโครงการของวัดพระธรรมกาย แต่ใครจะไปฟ้องสมเด็จนั้นสายข่าวกล่าวว่า "Top Secret" ให้ตายก็บอกไม่ได้ !

แหมกระแสข่าวแบบนี้ก็เสียวซีคะ คราวก่อนก็แบบนี้แหละ "มีคนไปฟ้องหลวงพ่อวัดปากน้ำ" ว่า จจ.ราชบุรี แอนตี้หมู่บ้านศีลห้า ปรากฏว่าพริบตาเดียว "โดนแขวน" ไปเกือบปี นี่แค่ยกแรก มาคราวนี้หนักหนากว่านั้นอีก เพราะเกี่ยวข้องกับ..ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย ศิษย์ผู้ใหญ่ในวัดมหาธาตุ ก็ร่ายกลอนยาวตั้งหลายบทหลายบาท แนะนำหลวงพ่อช่วงให้แสดงสปิริต "ไม่รับตำแหน่ง" ก็แสดงว่า ไม่เอาสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช ไม่ว่าจะแปลสำนวนไหนมันก็ไม่ต่างกัน

นั่นแหละ ราชบุรีจึงเหมือนตำบลกระสุนตก สายวัดปากน้ำ สายธรรมกาย มองเอียงหน้าตาแทบเหล่ เห็นราชบุรีเป็นเมืองต่างด้าวเป็นท้าวต่างแดน ชักจะไปมาหาสู่กันยากทุกที เพราะมี "ปราการทางใจ" เข้ามาขวางกั้น เหมือนพระพยอมนั่นแหละ ชอบไม่ชอบก็อยู่เฉยๆ สิ แต่นี่ออกมาเชียร์ฝั่งโน้น ถล่มฝั่งนี้ แบบนี้จะอยู่ด้วยกันได้ยังไง

แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับว่า พอข่าวออกไปว่า "เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ไม่เห็นด้วยกับโครงการตักบาตรธรรมกาย" เท่านั้น พุทธะอิสระก็เอาพระธรรมปัญญาภรณ์ไปเสริญเสริญเยินยอราวกับ "วีรบุรุษ" นี่แหละคือ "จุดตาย" ที่มองหน้ากันไม่ติด สถานการณ์มันไหลไกลไปจนถึงจุดนั้นแล้ว

วันนี้ เอกสารสำคัญเกี่ยวกับงานตักบาตรราชบุรีจึงต้อง "เผยตัว" ออกมา ให้สาธารณชนได้ทัศนา พร้อมๆ กับ "คำอธิบาย" อีกยกใหญ่ แบบว่าเป็นการ "เคลียร์" ตัวเองของพระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี ที่อยากจะบอกว่า "มิใช่ผมไม่เห็นด้วย" แต่..ที่ประชุมไม่เห็นด้วย สรุปก็คือ "เป็นมติที่ประชุม" มิใช่ความเห็นของเจ้าคณะจังหวัดแต่เพียงผู้เดียว หวังว่าคงเข้าใจนะครับหลวงพ่อใหญ่ และบรรดาพี่ๆ น้องๆ อย่ามองกันอย่างนั้น อิอิ !

 

 

 

พระธรรมปัญญาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี

เป็น..ฮีโร่ น่ะ โอเค แต่..ซีโร่ นี่สิ ที่ไม่อยากเป็น

 

 

 

 

ขอบิณฑบาต

 

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเล็กๆ เรื่องสำนักธรรมกายขอจัดกิจกรรมตักบาตรสามเณร 10,000 รูป ที่จังหวัดราชบุรี ในวันที่ 9 เมษายน 2559 แต่ลงท้ายก็ไม่ได้จัด ในฐานะคนในพื้นที่ ผมขอสรุปเรื่องเพื่อทราบทั่วกันดังนี้

1. เบื้องต้น สำนักผาสุกวนิชซึ่งเป็นสำนักของวัดพระธรรมกายในจังหวัดราชบุรีขอจัดกิจกรรมตักบาตรสามเณร 10,000 รูป (ตอนแรกนัยว่าแจ้งจำนวน 1,000 รูป แล้วกลายเป็น 10,000 รูป ไปอย่างไรก็ไม่ทราบ) สถานที่จัดก็คือถนนคฑาธร คือถนนที่ผ่านห้างโลตัส ผ่านหน้าโรงเรียนดรุณาราชบุรี ไปจนถึงวงเวียนนาฬิกาหลังโรงพยาบาลราชบุรี (เมื่อก่อนเป็นด้านหน้าโรงพยาบาล)

2. เบื้องต้น ผู้มีอำนาจหน้าที่เช่นผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีเป็นต้นก็เห็นชอบไปแล้ว แต่ต่อมาเกิดเสียงคัดค้านขึ้น ผู้มีอำนาจหน้าที่ได้เรียกประชุมปรึกษาผู้ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีด้วย ที่ประชุมเห็นควรงดกิจกรรมตักบาตรที่ถนนคฑาธรเนื่องจากอาจเกิดความไม่สงบ (ดูเอกสารจากภาพประกอบ)

3. เมื่อจัดที่ถนนคฑาธรไม่ได้ ฝ่ายผู้จัดกิจกรรมได้ไปติดต่อขอใช้สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี นัยว่าเจ้าของสถานที่ไม่ขัดข้อง แต่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดขัดข้อง

4. เมื่อจัดที่สนามกีฬาก็ไม่ได้ ผู้ขอจัดกิจกรรมจึงได้ติดต่อเจ้าของตลาดกอบกุล คือนายมานิต นพอมรบดี เพื่อขอไปจัดกิจกรรมตักบาตรที่นั่น โดยบอกนายมานิตว่า ท่านเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีเห็นชอบด้วยแล้ว

5. ตลาดกอบกุลอยู่นอกตัวเมืองไปเล็กน้อย สถานที่กว้างขวาง เป็นตลาดเปิดใหม่ แต่ผู้คนก็เริ่มจะรู้จักกันมากขึ้นแล้ว เจ้าของตลาดคือนายมานิต นพอมรบดี เป็นนักการเมือง เป็นสามีของนางกอบกุล นพอมรบดี นักการเมืองชื่อดังที่ถูกยิงเสียชีวิตที่สี่แยกเขางูเมื่อหลายปีมาแล้ว (ทุกวันนี้คนเลยเรียกสี่แยกนั้นว่า สี่แยกกอบกุล)

6. นางกอบกุล นพอมรบดี เป็นคนบ้านเดียวกับพระธรรมปัญญาภรณ์ ท่านเจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เคารพนับถือกันมานาน ก่อนที่นางกอบกุลจะเล่นการเมือง เพราะฉะนั้น นายมานิตกับท่านเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีจึงมีอะไรก็ถึงกัน
ข้างนายมานิต พอได้ฟังว่าท่านเจ้าคณะจังหวัดเห็นชอบ ก็ไม่ขัดข้อง

7. ฝ่ายทางผู้ว่าฯ พอรู้ว่าผู้ขอจัดกิจกรรมไปติดต่อตลาดกอบกุลและอ้างว่าท่านเจ้าคณะจังหวัดเห็นชอบ ก็มอบหมายให้ผู้กำกับฯ ตำรวจภูธรราชบุรีไปนมัสการถามความเป็นจริงจากท่านเจ้าคณะจังหวัด เพราะในที่ประชุมตกลงเข้าใจกันดีแล้วว่าไม่อนุญาตให้จัด แล้วทำไมจึงเกิดเห็นชอบขึ้นมาอีก

8. ท่านเจ้าคณะจังหวัดราชบุรีชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ตั้งแต่ที่ประชุมตกลงไม่อนุญาตแล้ว ท่านก็ไม่ได้เห็นชอบอะไรกับใครอีกเลย ผู้กำกับฯ ตำรวจภูธรราชบุรีจึงต่อโทรศัพท์ถึงนายมานิต ให้พูดกับท่านเจ้าคณะจังหวัดต่อหน้าคณะของผู้กำกับฯตรงนั้นเลย ท่านเจ้าคณะจังหวัดก็บอกกับนายมานิตว่า ท่านไม่ได้เห็นชอบตามที่ผู้ขอจัดกิจกรรมอ้างแต่ประการใดทั้งสิ้น

9. นายมานิต พอได้ฟังคำอธิบายเช่นนั้นก็ตอบปฏิเสธผู้ขอจัดกิจกรรมไป ณ เพลานั้น


เรื่องก็เป็นอันจบลง ด้วยประการฉะนี้

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊ค น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย : 25 เมษายน 2559


 

รางวัลที่ 98 !

 

ดีเอสไอพร้อมถวายรางวัลท่านธัมมชโย

มูลค่าหมื่นล้านจากสหกรณ์คลองจั่น

ถ้า..มาตามนัด วันจันทร์นี้ !

 

อา..น่าจะระดับ "จันทร์พันดาว" แต่ถามว่าแกจะมาเร้อ เห็นมีงานเต็มไปหมด ตั้งแต่ตักบาตร 77 จังหวัด บวชพระเณรหมื่นรูปแสนรูป และต่อไปแกอาจจะขยายโครงการถึงล้านรูป และอาจจะขยายพื้นที่ไปจึงขอบสุริยจักรวาล และอาจจะเชิญ "อดีตพระพุทธเจ้า" มานั่งรับสังฆทานในงานของวัดพระธรรมกาย เพราะแกบอกสาวกว่า "สามารถไปเฝ้าพระพุทธเจ้าในอายตนนิพานได้" แต่ว่าวันนี้ต้องไปพบ "ดีเอสไอ" ก่อนนะครับ ท่านธัมมชโย

 

 

HAPPY BIRTHDAY !

 

 

รางวัลที่ 98

 

อธิบดีดีเอสไอ พร้อมแจ้งข้อหา พระธัมมชโย ถ้ามาพบ พนง.สอบสวน จันทร์นี้

เมื่อวันที่ 24 เม.ย.พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงกรณีการออกหมายเรียกพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ให้มารับทราบข้อกล่าวหาฐานความผิดสมคบฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ในวันที่ 25 เม.ย.นี้ ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดจากทีมทนายความของพระธัมมชโย ว่าพระธัมชมโยจะเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามนัดหมายหรือไม่ ต้องรอวันพรุ่งนี้ ทั้งนี้ดีเอสไอได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไม่แล้วว่าไม่อนุญาตให้เลื่อนนัดตามทนายความของเลื่อนเป็นช่วงเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตามคาดว่าพรุ่งนี้จะทราบชัดเจนว่าพระธัมมชโยจะมาหรือไม่มาตามนัดหมาย หากเดินทางมาพนักงานสอบสวนได้เตรียมพร้อมสอบปากคำและแจ้งข้อหาไว้แล้ว หากไม่ก็ต้องประชุมร่วมกับพนักงานอัยการอีกครั้งเพื่อกำหนดแนวทางต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังฝ่ายประชาสัมพันธ์ ดีเอสไอ เรื่องกำหนดการรับทราบข้อกล่าวหาพระธัมมชโย โดยทางฝ่ายประสัมพันธ์ได้แจ้งว่า ตามกำหนดนัดหมายตามหมายเรียกได้ นัดเวลา 09.00 น.วันที่ 25 เม.ย. ซึ่งทางทีมเลขาของ พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล.ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคารปกรณ์ .แจ้งว่า ทางทนายความยังไม่ได้ติดต่อมาแต่อย่างใดดังนั้นพนักงานสอบสวนจึงรอตามกำหนดการเดิม เวลา 09.00 น. ที่อาคารดีเอสไอ ทั้งนี้หากมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือมีความคืบหน้า

 

ที่มา : มติชน : 24 เมษายน 2559


 

อล่างฉ่าง !

 

ประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้าร่วมวันเกิดธัมมชโย

คู่กับเจ้าคุณทองดีวัดราชโอรส

ขณะที่กรรมการ มส. รูปอื่นๆ หายจ้อย

 

อา..ไม่รู้จะพูดว่าอย่างไรดี กรณีของ "พระพรหมเสนาบดี" หรือเจ้าคุณพิมพ์ ซึ่งเคยได้รับการกล่าวถึงว่า "เป็นพระที่โอเคมาก" รูปหนึ่งในสังคมสงฆ์ไทย แบบว่าเข้าได้ทุกวัด ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร แต่วันนี้ เจ้าคุณพิมพ์ได้กลายเป็น "พิษ" ต่อโครงการหมู่บ้านศีลห้าเข้าแล้ว เพราะตัวเองมีตำแหน่งเป็น "ประธาน" โครงการหมู่บ้านศีลห้า ของมหาเถรสมาคม ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนภายในชาติ อันตรงกับนโยบายของรัฐบาลไทย ภายใต้ คสช. อีกด้วย โดยทั้งนี้ เจ้าคุณพิมพ์จึงมีหลายสถานะในตัว คือ เป็นเจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เป็นเจ้าคณะภาค 7 และเป็นประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้า ดังกล่าว

การที่เจ้าคุณพิมพ์ไปร่วมงานวันเกิดของพระธัมมชโย ซึ่งกำลังต้องคดีอยู่ในเวลานี้ แถมด้วยทางทหารภายใต้การบังคับบัญชาของรัฐบาล ได้ประกาศว่า "โครงการตักบาตสามเณร AEC ที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นภัยต่อความมั่นคง" ทางวัดพระธรรมกายจึงได้ย้ายโครงการดังกล่าวมาจัดในงานวันเกิดของพระธัมมชโยแทน นั่นแสดงว่า รัฐบาลนี้ไม่เอากับโครงการของธรรมกาย แต่การที่เจ้าคุณพิมพ์ไปร่วมในงานดังกล่าวด้วย ก็เท่ากับประกาศว่า "ประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้าสนับสนุนธรรมกาย" นั่นย่อมหมายถึงว่า "อยู่ในฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล" ด้วย

แต่เมื่อย้อนไปใน "หลักการ" ของโครงการหมู่บ้านศีลห้านั้น ถือว่าเป็นโครงการที่สนองต่อนโยบายของรัฐบาลอย่างชัดเจน แต่วันนี้ พระพรหมเสนาบดี ประธานโครงการ ได้นำเอาตัวเองไปอยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาลแล้ว ถามว่า โครงการหมู่บ้านศีลห้าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในเมื่อมันคนละขั้ว ?

กรณีนี้ยังตอกย้ำกระแสข่าวก่อนหน้านี้ด้วยว่า  มีการใช้โครงการหมู่บ้านศีลห้า ล่าลายเซ็น เพื่อช่วยเหลือพระธัมมชโย ให้พ้นจากการถูกฟ้องร้องในคดีสหกรณ์คลองจั่นด้วย แม้เจ้าคุณพิมพ์จะเคยออกมาปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวกันแล้วก็จริง แต่ภาพ ณ วันนี้ ที่เจ้าคุณพิมพ์ไปนั่งอ้าซ่าอยู่กลางวัดพระธรรมกาย จะอธิบายอย่างไรว่าไม่เกี่ยว หรือเจ้าคุณพิมพ์ท่านอยากจะแสดงความจริงใจต่อท่านธัมมชโยว่า ผมคือเพื่อนตาย !

 


 

พระพรหมเสนาบดี (เจ้าคุณพิมพ์) วัดปทุมคงคา กรุงเทพมหานคร

เจ้าคณะภาค 7 และประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้าของมหาเถรสมาคม

 

 

 

สนองงานมหาเถรสมาคม

 

พระมหาโพธิวงศาจารย์ (เจ้าคุณทองดี) วัดราชโอรสาราม ราชบัณฑิต

เป็นประธานให้ศีลในงานวันเกิดธัมมชโย

 

 

พระพรหมเสนาบดี (เจ้าคุณพิมพ์) ร่วมรับมหาสังฆทาน ขณะที่กรรมการมหาเถรสมาคมรูปอื่นๆ ที่เคยไปร่วมงานวัดพระธรรมกาย เช่น พระพรหมดิลก (เจ้าคุณเอื้อน) วัดสามพระยา เจ้าคณะ กทม. กรรมการ มส. เป็นต้น มิได้ไปร่วมงานในปีนี้ หรือจะไปมอบของขวัญวันเกิดแล้วขอตัวกลับก่อน ก็ถือว่าเล่นเป็น เพราะโบราณว่า น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง เพราะยังมีสมณศักดิ์ชั้น "สมเด็จ" ว่างอยู่ หากหวังจะได้เป็นก็ต้องทำตัวให้ดีในสายตาของประชาชน ยกเว้นแต่ไม่คิดเป็นแล้ว เหมือนท่านเจ้าคุณทองดีวัดราชโอรส ท่านทองดีเชียร์อย่างเดียวว่า ถ้าหลวงพ่อวัดปากน้ำได้เป็นสังฆราช ถึงยังไงตัวเองก็ต้องได้ แต่ถ้าหลวงพ่อไม่ได้ ก็ตัวใครตัวมัน อิอิ !

 

ที่มา : DMC : 23 เมษายน 2559


 

NO พุทธะอิสระ !

 

สงฆ์ 500 รูป รวมตัววัดพระปฐมเจดีย์

ประกาศอุกเขปนียกรรมพุทธะอิสระ

ไม่คบหาสมาคมด้วยทุกทาง

 

อา..แบบนี้ท่านเรียกว่า "จ่อคอหอย" ฮ่ะ เพราะว่าวัดอ้อน้อยของคุณพุทธะอิสระนั้น มีโลเคชั่นตั้งอยู่ในเขตจังหวัดนครปฐม แถมวัดพระปฐมเจดีย์ยังเป็นวัดเก่าแก่ในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในประเทศไทย ตั้งแต่สมัย "พระยากง-พระยาพาน" ยังครองอำนาจอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำนครไชยศรี เมืองที่ปัจจุบันมีคำขวัญว่า "ส้มโอหวาน ข้าวสารขาว ลูกสาวสวย" นั่นแหละ ใครๆ ก็จำได้ ข้าวนครไชยศรีนั้นว่ากันว่าเป็นข้าวผู้ดี ใช้เป็นพระกระยาหารถึงในรั้วในวังมาแต่โบราณ ก่อนข้าวหอมมะลิตั้งหลายร้อยปี

วันนี้ วัดพระปฐมเจดีย์ พระอารามหลวงเอกอุ ถูกพระสงฆ์ 500 รูป จาก 16 จังหวัด ใช้เป็นสถานที่ประกาศมติ "ไม่คบหาสมาคม" กับคนที่ชื่อ "พุทธะอิสระ" แห่งวัดอ้อน้อย มองในภาพรวมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ในประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทย หลังจากเมื่อปี พ.ศ.2532 พระสงฆ์ไทยนับหมื่นรูป ได้รวมตัวกันที่ "พุทธมณฑล" กระทำ "ประกาศนียกรรม" ไม่นับ "โพธิรักษ์" แห่งสันติอโศก ว่าเป็นพระสงฆ์ในสังกัดคณะสงฆ์ไทยอีกต่อไป แปลอีกคำก็คือ "อเปหิ-ขับไล่" ออกจากคณะสงฆ์ไทยไปเลย

คงเหลือก็แต่ "วัดสวนแก้ว" ของพระพยอมกระมัง เพราะเมื่อวาน ท่านได้แสดงความ "ชื่นชม" พุทธะอิสระ แถมยังปรามาสพระที่ประกาศอุกเขปนียกรรมพุทธะอิสระว่าเป็นพวก "ทุมมังกุ" ที่แปลว่า "พวกเก้อยาก" เสียอีก คำพูดที่หลุดออกไปแล้วนั้น ไม่สามารถเอาคืนได้ ดังนั้น ก่อนจะพูดอะไรก็ต้อง..คิดให้ดี

ถามว่า สถานะของพุทธะอิสระวันนี้เหมือนหรือแตกต่างจากโพธิรักษ์อย่างไรบ้าง ? คำตอบก็คือ เกือบๆ จะเป็นโพธิรักษ์แล้วล่ะ เพียงแต่ว่าถ้ากลับตัวกลับใจก็ยังสามารถอยู่ในคณะสงฆ์ไทยได้ต่อไป แต่ถ้าดันทุรังต่อไปก็ไม่แน่ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ในเดือนกันยายน พ.ศ.2556 พุทธะอิสระเคยประกาศไว้แล้วว่า "พร้อมสำหรับการเดินตามรอยเท้าโพธิรักษ์" วันนี้คงสมใจแล้ว เพราะไม่ต้องประกาศเอง แต่คณะสงฆ์เขาประกาศไม่เอาท่านแล้ว คุณพุทธะอิสระ ได้เป็นอิสระสมใจแล้ว !

 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

พุทธะอิสระประกาศ "พร้อม" ออกจากคณะสงฆ์ไทย

 

 

สงฆ์ 500 รูป 16 จังหวัด ทำพิธีประกาศอุกเขปนียกรรม ไม่ร่วมสังฆกรรมพุทธะอิสระ

 

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2559 ที่ลานโพธิ์ วัดพระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ผู้สื่อขาวรายงานว่า คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร และภาคกลาง ประกอบด้วย จ.นนทบุรี ปทุมธานี อยุธยา นครปฐม สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สระบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี และลพบุรี จำนวน 500 รูป ทำพิธีอุกเขปนียกรรม พระสุวิทย์ ธีรมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย ต.ห้วยขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีความผิดตามพระวินัยข้อ 200 โดยมี ก่อวิวาทะ ระราน กล่าวหา ใส่ร้าย ยกตนข่มท่านต่อพระสงฆ์ คณะสงฆ์ พระมหาเถระ พระเถระ และพระสังฆาธิการทั่วสังฆมณฑลเป็นภิกษุพาล ก้าวล่วง จ้วงจาบ ตะเกียกตะกายทำลายสงฆ์ ด้วยเหตุนี้คณะสงฆ์จึงประกาศกระทำอุกเขปนียกรรม และขอคณะสงฆ์พร้อมด้วยพุทธบริษัททั้งหลายจงอย่าได้สังเสวนา คบหาสมาคม ร่วมสังฆกรรม ให้การต้อนรับพระพุทธะอิสระ

 

 

ที่มา : มติชน : 23 เมษายน 2559


 

ไม่ให้เลื่อน !

 

ดีเอสไอไม่ฟังเหตุผลธัมมชโย

ไม่ยอมให้เลื่อนนัดเป็นครั้งที่สอง

ถึงจะอ้างโครงการระดับจักรวาลก็ตาม

 

อาฮ่ะ..ถามว่า ธัมมชโยถึงตาจนแล้วหรือ ? ตอบว่า น่าจะไม่, เพราะคนระดับนี้ย่อมจะมีลูกเล่นอีกเยอะ นี่ยังไม่เห็นหนังสือรับรองจากแพทย์เลยซักฉบับ เพราะเห็นว่ายังไม่จำเป็น แต่เมื่อถึงคราวจำเป็นแล้ว อะไรก็จำเป็นต้องใช้ มิใช่อะไร เพื่อความอยู่รอดไงจ๊ะ

 

 

วันเกิด 72 ปี ของผู้มีบารมีระดับโลก ชิตํ เม !

 

 

ถ้วยรางวัลล้นโต๊ะ ขณะที่ "คดีความ" ก็ล้นตู้

72 ปี ที่ผ่านมา แสดงว่ายังต้องสู้..ต่อไป ในฐานะ..องค์ปฐม ผู้ปราบ ไม่ใช่ผู้โปรด

 

อธิบดีมกรมสอบสวนคดีพิเศษยืนยันไม่อนุญาตให้ ธัมมชโย เลื่อนนัดรับทราบข้อกล่าวหาฟอกเงิน-รับของโจร กรณีรับเช็คทุจริตสหกรณ์ฯ คลองจั่น 25 เม..นี้ หลังจากเคยเลื่อนมาแล้ว 1 ครั้ง หากยังไม่มาอีกจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

สืบเนื่องจากกรณีพนักงานสอนสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ออกหมายเรียกพระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะผู้ต้องหาคดีสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร หลังมีชื่อเป็นผู้รับเช็คจากนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่น โดยนัดหมายที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร กรมสอบสวนคดีพิเศษ ในวันที่ 25 เม.. 2559 เวลา 09.00 .

ล่าสุด วันนี้ (22 เม..) ...ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอซึ่งทราบว่านายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความของพระธัมมชโย ได้เดินทางมาที่กระทรวงยุติธรรม เมื่อวันที่ 20 เม.. เพื่อประสานขอเลื่อนวันนัดหมายการรับทราบข้อกล่าวหาจากกำหนดเดิม คือ วันที่ 25 เม..ไปเป็นปลายเดือน พ..นี้ เนื่องจากพระธัมมชโยติดศาสนกิจมากมาย

...ไพสิฐกล่าวต่อว่า หลังได้รับการประสานขอเลื่อนนัดจากทนายความของพระธัมมชโย ทางคณะพนักงานสอบสวนดีเอสไอจึงได้ประชุมร่วมกับอัยการ พร้อมเห็นสมควรว่าไม่ให้พระธัมมชโยเลื่อนนัดออกไปอีก โดยให้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 25 เม..นี้เช่นเดิม เนื่องจากได้อนุญาตให้เลื่อนนัดก่อนหน้านี้แล้ว 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ถึงกำหนดวันนัดหมายและเหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้นจึงบอกอะไรไม่ได้มาก แต่หาก พระธัมมชโยไม่เดินทางมารับข้อกล่าวหาตามที่พนักงานสอบสวนได้นัดหมายไว้ก็จะประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาดำเนินการในขั้นต่อไป

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา : 23 เมษายน 2559

 

ร้อนทำเนียบ !

 

สำนักนายกฯ จี้ สำนักพุทธฯ

ตรวจสอบมติพระธรรมยุตคว่ำบาตรรัฐบาล

งานนี้แสดงว่า..หนาว

 

อา..ไหนใครว่ารัฐบาลไม่อินังขังขอบเรื่องพระเรื่องเจ้า พระมหานิกายออกเดินขบวนมาเป็นปี ป่านนี้สมเด็จช่วงก็ยังคงเป็นสมเด็จช่วง ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชยังคงเป็นเพียง..ความฝัน พอพระธรรมยุตออกมตินิดหน่อย เรื่องคลื่นวิทยุธรรมะ ปรากฏว่า "เข้าตา" รัฐบาลทันที รีบสั่ง-รีบเคลียร์ เพราะรู้ว่าพระป่ามีอิทธิพลกว่าพระบ้าน งานนี้ก็เข้าทางเจ้าคุณประสารสิฮะ แบบว่าอยู่ดีๆ ลูกก็วิ่งมาเข้าเท้า ถ้าไม่คิกโชว์ก็แสดงว่า..เล่นไม่เป็น อิอิ !

 

 

 

หลวงตา เนฟเวอร์ดาย !

 

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายชยพล พงษ์สีดา รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยกรณีคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย ประชุมและออกมติประกาศคว่ำบาตร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เหตุปกครองบ้านเมืองไม่เป็นธรรม เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะกรณีที่สั่งปิดกั้นการเปิดวิทยุเสียงธรรมพื่อประชาชนที่ก่อตั้งโดยพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี ว่า นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ.กำชับให้ พศ.ติดตามดูความเคลื่อนไหว พร้อมตรวจสอบว่าเป็นคณะสงฆ์กลุ่มใด มีการประชุมและออกมติจริงหรือไม่ ถ้าตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องจริง ให้ พศ.รายงานข้อมูลทันที ล่าสุดได้สั่งผู้อำนวยการกลุ่มคุ้มครองพระพุทธศาสนาสืบหาข้อมูลถึงที่มาของมติดังกล่าว แต่ยังไม่พบ

พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) กล่าวว่า สาเหตุที่คณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ คงเพราะทนไม่ได้กับสิ่งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมในสังคมสงฆ์ ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธจะประชุมหารือเพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวต่อไป

 

ข่าว : มติชน : 23 เมษายน 2559

 


 

ยุบนิคมฮาลาลปัตตานี !

 

เหตุผล : พื้นที่ไม่เหมาะสม

 

โอ..ถ้าถึงขนาดว่า "ปัตตานี" ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิสลามในประเทศไทย ยังไม่เหมาะสมสำหรับตั้งนิคมอุตสาหกรรมฮาลาลแล้ว ถามว่ามีที่ไหนที่เหมาะสมบ้าง อาจจะเป็น เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน แม่ฮ่องสอน หรือแถวๆ ภาคอีสาน ซึ่งไม่มีมุสลิมอยู่เป็นกลุ่มก้อนกระมัง ดังนั้น ตรงนี้ต้องชี้แจงให้เคลียร์นะครับ ท่านจุฬาราชมนตรี ?

 

 

 

ไฟเขียวยุบนิคมฯ ฮาลาลปัตตานี

รายงานข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้เว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ให้ยุบเขตอุตสาหกรรมทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล จังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นไปตามมติของคณะกรรมการ กนอ. เมื่อช่วงปลายปี 58 ที่ผ่านมา เพราะพิจารณาแล้วเห็นว่า นิคมอุตสาหกรรมดังกล่าว ได้มีปัญหาและอุปสรรคในการดําเนินมาโดยตลอด และไม่สามารรถผลักดันโครงการให้สําเร็จตามวัตถุประสงค์ได้ โดยก่อนหน้านี้ทางกนอ.ก็ได้ยกเลิกสัญญากับเอกชนที่เข้ามาดําเนินโครงการไปแล้วนายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการกนอ. กล่าวว่า การยุบเลิกนิคมอุตสาหกรรมบริเวณดังกล่าว เป็นไปตามมติของบอร์ดกนอ. ในช่วงที่ผ่านมาได้เห็นสมควรที่จะยุบลง เพราะทั้งขนาดและพื้นที่ไม่มีความเหมาะสม

 

ข่าว : เดลินิวส์ : 23 เมษายน 2559


 

ติดเชื้อ !

 

แฉกุนซือผู้ตรวจการแผ่นดินกินเงินยูเนียนคลองจั่น

รับค่านายหน้าจาก..ศุภชัย ศรีศุภอักษร

คนที่นอนในคุก !!

 

อา..งานนี้ยิ่งกว่ารายการ "บุ๊ฟเฟ่คาร์บิเนต" ตามคำเรียกของ..สุจินดา คราประยูร ซึ่งเปรียบเทียบรายการอาหารของรัฐบาล "ชาติชาย ชุณหะวัณ" ก่อนจะตั้งกลุ่ม 4 เหล่าทัพ นำกำลังเข้ายึดอำนาจการปกครอง ในตอนต้นปี พ.ศ.2534 ที่เรียกว่า "รสช." นั่นแหละ แปลง่ายว่า กินกันแหลกลาญ กินกันเลอะเทอะ เปรอะมือ เปรอะปาก เปรอะถึงหน้าถึงตา จนถึงกับมีเสียงเชียร์ให้ทหารทำการล้มรัฐบาล และมีดอกไม้มอบให้ในวันยึดอำนาจ สวยงามเป็นบ้าเลยประเทศไทย !

แน่นอนว่า ประชาชนเขาเรียกร้องให้คนที่ "มือสะอาด" เข้ามาปัดกวาดบ้านเมือง ซึ่งช่วงแรกๆ นั้นก็เหมือนดูดี แต่สุดท้ายก็หางโผล่ เมื่อมีการตรวจพบว่า "บิ๊กจ็อด-สุนทร คงสมพงษ์" ตอนตายไปนั้น เมียน้อยมีเงินเป็นพันล้าน ไม่ทราบว่าถูกหวยรัฐบาลงวดไหน มีแต่เพียงภาพ "กอดคอแม้ว" ซึ่งว่ากันว่าถ่ายในช่วงอนุมัติโครงการ "ดาวเทียมไทยคม" เป็นส้มหล่นระดับแสนล้าน !

นั่นคือบาดแผลของ รสช. ซึ่งต้องการปัดกวาดประเทศไทย ซึ่งเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปด้วยการทุจริตคอรัปชั่น ถามว่า ทุกวันนี้ มีอะไรให้ภูมิใจบ้าง เพราะว่าแต่เขา..อิเหนาเป็นเสียเอง !

ถามว่า วันนี้ คสช. จะเดินตามรอยของ รสช. อย่างนั้นหรือ  มีอะไรบ้างคงไม่ต้องบอกนะ แต่รายการ "คลองจั่น" นั้น มันสะเทือนไปถึง..ผู้ตรวจการแผ่นดิน กฎ กติกา มารยาท สปิริต และ..จริยธรรม คืออะไร ? คงไม่ต้องสอน

 

 

 

นายแน่มาก !

นายศุภชัย ศรีศุภอักษร

มือโปรที่ทำให้ "ธัมมชโย" ติดร่างแห กลายเป็นผู้ต้องหาในคดี "รับของโจร" และ "ฟอกเงิน" แถมยังนำเชื้อเงินมาแพร่ใส่ในทีมผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องถือว่าฝีมือไม่ธรรมดา ถ้าไม่แน่จริงคงทำไม่ได้

 

กางระเบียบ ปปง.! จับพิรุธ กุนซือ ปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดิน รับค่านายหน้าขายที่ดิน "ศุภชัย" 60 ล้าน ?

 

"ขณะที่ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ในระเบียบ ปปง. ฉบับนี้ ไม่มีการระบุถึง ค่านายหน้า ตามที่นายณฐพร ให้สัมภาษณ์ไว้แต่อย่างใด ? ตกลงแล้วแคชเชียร์เช็คที่นายณฐพรรับ เป็นเงินค่าอะไร จากไหนกันแน่ เพราะจากการตรวจสอบในสัญญาการขายที่ดินก็ไม่ปรากฏชื่อของนายณฐพร ขณะที่แคชเชียร์เช็คที่ออกให้นายณฐพร ก็เป็นคนละวัน และออกโดยธนาคารต่างสาขากัน กับแคชเชียร์เช็คที่สั่งจ่ายคืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับบุคคล 3 ราย ที่ปรากฏชื่อในสัญญาด้วย"

 

หลายคนอาจจะทราบกันไปแล้วว่า นายณฐพร โตประยูร ที่ปรึกษาด้านกฎหมายประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน (นายศรีราชา วงศารยางกูร) เป็นหนึ่งในตัวละครที่ได้รับแคชเชียร์เช็ค วงเงิน 60 ล้านบาท จากการขายที่ดินของนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในการดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายในคดียักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ฯกว่าหมื่นล้านบาท ตามมติของคณะกรรมการธุรกรรมสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยแต่งตั้งคณะกรรมการประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายดังกล่าว มีพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และตัวแทนผู้เสียหาย (สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น) ร่วมด้วย

 

อย่างไรก็ดีการทำสัญญาขายที่ดิน 1,822 ไร่ มูลค่ากว่า 477 ล้านบาท ของนายศุภชัย ซึ่งถูกดีเอสไออายัดไว้ก่อนหน้านี้ ขายให้กับบริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด มีการระบุว่า ให้ดำเนินการตามระเบียบ ปปง. ว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด พ..2544 โดยอนุโลม ซึ่งนายศุภชัยกับพวกได้เข้าใจข้อความดังกล่าว และยินยอมแล้ว

 

แต่ในตัวสัญญากลับเป็นการขายที่ดินระหว่างนายศุภชัย กับบริษัท พิษณุโลก เอทานอล จำกัด โดยตรง

 

ขณะเดียวกันมีนายณฐพร โตประยูร ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวอิศราทำนองว่า รับแคชเชียร์เช็คดังกล่าวในฐานะทนายความของนายศุภชัย โดยเป็นเงินในลักษณะค่านายหน้าในการขายที่ดิน

 

(อ่านประกอบ : กุนซือ ปธ.ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เช็ค 60 .อ้างค่านายหน้าขายที่ดินศุภชัย)

 

เพื่อขยายความให้ชัดขึ้น สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org กางระเบียบ ปปง. ที่เกี่ยวข้อง สรุปใจความสำคัญให้สาธารณชนรับทราบ ดังนี้

 

ก่อนหน้าที่จะมีการดำเนินการขายทรัพย์สินทอดตลาด เลขาธิการ ปปง. จะต้องแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาดขึ้น มีทั้งหมด 3 คน โดยมีข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าลงมา เป็นกรรมการและเลขานุการ มีหน้าที่ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์สินตามคำสั่ง

 

ในหมวด 1 การดำเนินการขายทอดตลาด ข้อ 9 ระบุว่า สถานที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินตามปกติ ให้ขาย ณ ที่ทำการของสำนักงาน สถานที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ หรือสถานที่เก็บรักษาทรัพย์สิน เว้นแต่ในกรณีที่เลขาธิการเห็นสมควรจะมีคำสั่งให้ดำเนินการขายทอดตลาด ณ สถานที่อื่นได้

 

ข้อ 10 ระบุว่า ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดจัดให้มีการส่งประกาศขายทอดตลาดจัดให้มีการส่งประกาศขายทอดตลาดไปยังผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สิน และปิดประกาศขายทอดตลาดนั้นไว้โดยเปิดเผย ณ สถานที่ที่จะขาย สถานที่ที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ และที่ชุมชน หรือสถานที่อื่นที่เห็นสมควรก่อนวันเวลาไม่น้อยกว่า 3 วัน

 

ในกรณีที่เห็นสมควรจะลงแจ้งความการขายทอดตลาดทรัพย์สินในหนังสือพิมพ์รายวัน หรือประกาศทางวิทยุกระจายเสียง หรือทางโทรทัศน์ ก่อนกำหนดวันขายก็ได้

 

ขณะที่ในหมวด 2 วิธีการขายทอดตลาด ข้อ 16 ระบุว่า ก่อนการขายทอดตลาดทรัพย์สินให้คณะกรรมการขายทอดตลาดแจ้งให้บรรดาผู้สู้ราคาซึ่งจะเข้าสู้ราคาในนามของบุคคลอื่นแสดงใบมอบอำนาจก่อนเข้าสู้ราคา และแจ้งด้วยว่าถ้าผู้สู้ราคาผู้ใดเข้าสู้ราคาแทนบุคคลอื่นโดยมิได้แสดงใบมอบอำนาจก่อน จะถือว่าผู้สู้ราคานั้นกระทำการในนามตนเองในกรณีเช่นนี้ถ้าทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดนั้นเป็นทรัพย์สินที่ต้องจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ ผู้สู้ราคาผู้นั้นจะขอให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในชื่อบุคคลอื่นเป็นผู้ซื้อโดยอ้างว่าตนเป็นเพียงตัวแทนมิได้

 

ข้อ 17 การขาดทอดตลาดทรัพย์สินย่อมบริบูรณ์เมื่อคณะกรรมการขายทอดตลาดแสดงความตกลงขายด้วยวิธีเคาะไม้

 

ข้อ 18 การเสนอสู้ราคาผู้เสนอสู้ราคาจะต้องวางหลักประกันในการเข้าสู้ราคาไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 ของราคาประเมินทรัพย์สินที่นำออกขายทอดตลาดนั้น ประเภทของหลักประกันที่นำมาวางให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการขายทอดตลาดกำหนดและในการขายทอดตลาดให้เป็นไปตามอัตราเพิ่มราคาที่เลขาธิการกำหนด และแจ้งให้ผู้เข้าสู้ราคาทราบก่อนการขายทอดตลาด

 

หมายความว่า ในการดำเนินการขายทรัพย์สินทอดตลาดนั้น เลขาธิการ ปปง. จะต้องทราบเรื่อง และแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาดขึ้น พร้อมการติดประกาศให้สาธารณชนรับทราบ โดยใช้วิธีการประมูล เพื่อเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันราคา

 

แต่ในการทำสัญญาซื้อขายที่ดินในการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายคดียักยอกทรัพย์สินสหกรณ์ฯ ปรากฏว่า นายศุภชัย เป็นผู้ทำสัญญาขายที่ดินด้วยตัวเอง โดยขายให้กับบริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด โดยตรง ไม่พบมีการใช้วิธีแต่งตั้งคณะกรรมการขายทอดตลาด เพื่อให้สาธารณชนประมูล ตามที่อ้างว่า ให้ดำเนินการตามระเบียบ ปปง. ดังกล่าว แต่อย่างใด ?

 

อีกประเด็นหนึ่งคือ ในการขายที่ดินดังกล่าว พบว่า นายศุภชัย ได้ขอให้บริษัท พิษณุโลกเอทานอล จำกัด ออกแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายเป็นรายชื่อบุคคล/หน่วยงาน จำนวน 6 ใบ โดยให้นำมามอบแก่นายศุภชัยเพื่อนำไปชดใช้ค่าเสียหายต่อไป

 

แต่ตามระเบียบ ปปง. ดังกล่าว หมวด 4 วิธีรับเงินและเก็บรักษาเงิน ข้อ 32 ระบุว่า เมื่อได้รับชำระเงินจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินแล้วไม่ว่าเป็นการชำระเงินเป็นเงินสด เช็ค หรือตั๋วแลกเงินก็ตาม ให้คณะกรรมการขายทอดตลาดส่งมอบให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินว่าด้วยการเก็บรักษาและการจัดการทรัพย์สินที่ถูกยึดหรืออายัด พ.. 2543 เก็บรักษาต่อไป

 

ส่วนข้อ 33 การรับเงินเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงิน หากเรียกเก็บเงินไม่ได้ ให้ผู้มีหน้าที่เก็บรักษาทรัพย์สินแจ้งให้เลขาธิการทราบเพื่อดำเนินการเรียกร้องผู้ซื้อได้ให้ชำระเงินนั้นหรือดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

นั่นหมายความว่า หากการขายที่ดินครั้งนี้ ดำเนินการตามระเบียบ ปปง. ว่าด้วยการนำทรัพย์สินออกขายทอดตลาด พ..2544 จริง แคชเชียร์เช็คทั้งหมดจะต้องถูกส่งให้กับคณะกรรมการขายทอดตลาด เพื่อส่งคืนกลับ ปปง. ไปเก็บรักษาไว้ก่อน ไม่ใช่ออกแคชเชียร์เช็คไปคืนบุคคล/หน่วยงานต่างๆ ด้วยตัวเองได้

 

อีกประการหนึ่งคือ ที่ผ่านมาการส่งทรัพย์สินให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอเพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายนั้น ปปง. ไม่เคยมีการตั้งคณะทำงานประสานงานฯมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นคดีอดีตผู้บริหารธนาคารมหานครทุจริตยักยอกทรัพย์สินกว่า 4.1 พันล้านบาท หรือคดีฉ้อโกงประชาชนอื่นๆ

 

แต่คดียักยอกทรัพย์สินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กลับมีการตั้งเจ้าหน้าที่จาก ปปง. เป็นประธาน ทั้งที่ในการประชุมการดำเนินการคุ้มครองสิทธิผู้เสียหายคดีนี้ ระบุไว้ชัดเจนว่า เลขาธิการ ปปง. ให้แต่งตั้งคณะกรรมการประสานเรื่องให้พนักงานสอบสวนดีเอสไอเป็นคนดำเนินการ ดังนั้นพนักงานสอบสวนดีเอสไอน่าจะเป็นประธาน เพราะต้องรับผิดชอบในการคืนทรัพย์สินให้แก่ผู้เสียหาย

 

ขณะที่ประเด็นสำคัญที่สุดคือ ในระเบียบ ปปง. ฉบับนี้ ไม่มีการระบุถึง "ค่านายหน้า" ตามที่นายณฐพร ให้สัมภาษณ์ไว้แต่อย่างใด ?

 

ตกลงแล้วแคชเชียร์เช็คที่นายณฐพรรับ เป็นเงินค่าอะไร จากไหนกันแน่ เพราะจากการตรวจสอบในสัญญาการขายที่ดินก็ไม่ปรากฏชื่อของนายณฐพร

 

ขณะที่แคชเชียร์เช็คที่ออกให้นายณฐพรก็เป็นคนละวัน และออกโดยธนาคารต่างสาขากัน กับแคชเชียร์เช็คที่สั่งจ่ายคืนสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กับบุคคล 3 ราย ที่ปรากฏชื่อในสัญญาด้วย

 

ดังนั้น ในสัญญาการขายที่ดินของนายศุภชัย พนักงานสอบสวนดีเอสไอ และ ปปง. ได้ดำเนินการตามระเบียบฉบับนี้จริงหรือไม่ ต้องพิสูจน์กันต่อไป !

 

ที่มา : สำนักข่าวอิศรา : 22 เมษายน 2559


 

ถึงสำนักพุทธฯ !

 

สำนักพุทธฯส่งเจ้าหน้าที่พบสีกาอ้อย

เช็คข้อมูล "คึกฤทธิ์" ลวนลาม

ระบุ เป็นเรื่องใหญ่ เพราะเป็นคดีอาญา !!

 

 

ศาสดา หรือว่า อลัชชี ?

 

พระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง เจ้าลัทธิพุทธวจน ถูกสีกาเปิดหน้ากล่าวหาว่าลวนลามและถึงกับบำบัดความใคร่เห็นอะไรต่อมิอะไรภายในห้องทำงานวัดนาป่าพง ยังคงเก็บตัวเงียบ ขณะที่สำนักพุทธส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่หาข้อมูลแล้ว

 

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คแฉไลน์ฉาวคึกฤทธิ์ : 21 เมษายน 2559


 

บินอเมริกา ปีที่ 2 !

 

พระพรหมโมลีควงพระพรหมกวีไปแอลเอ

คุมงานสอบบาลีเป็นปีที่ 2

อยู่กอทอมออึดอัด ร้อนตับแทบแตก

ไปสูดอากาศเย็นๆ ที่แอลเอดีกว่า

 

อา..ช่วงนี้ บรรดาบิ๊กๆ ของเมืองไทย บินไปนอกกันเป็นว่าเล่น ตั้งแต่ "เจ้าคุณเอื้อน-พระพรหมดิลก" เจ้าคณะ กทม. ซึ่งเคยมาแต่งานทอดผ้าป่าของธรรมกาย ปีนี้ปรับทัศนคติ เอ๊ย เปลี่ยนแนว จะมาแจมงานสมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา ก็ปรากฏว่า "เก้าอี้ไม่ว่าง" เพราะงานสอบบาลี ทางทีมแม่กองของวัดปากน้ำ "จองที่นั่ง" ไว้เต็มแล้ว ขยับไปขยับมา เลยไปลงที่ "งานเปิดอบรมบาลี" ที่วัดสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์แทน งานเดียวกัน ปีก่อนนั้น "เปิด-ปิด" กันเอง แต่ปีนี้ยิ่งใหญ่ระดับ "กรรมการมหาเถรสมาคม-เจ้าคณะ กทม." มาเป็นประธาน พร้อมกับทุนการศึกษา "ก้อนใหญ่" ใครสอบบาลีได้ในสหรัฐอเมริกาน่าจะภาคภูมิใจ ต่อไปพระไทยคงแห่กันไปเรียนบาลีที่อเมริกากันตรึม !

มะรืนนี้ (24 เมษายน) ทางฝ่ายแม่กองธรรมสนามหลวง คือ พระพรหมมุนี หรือเจ้าคุณสุชิน วัดราชบพิธ คีย์แมนสำคัญของฝ่ายธรรมยุต ก็จะบินเข้าแอลเอ เปิดสอบ "ธรรมศึกษา" เป็นครั้งแรก และครั้งประวัติศาสตร์ ที่แม่กองธรรมมาเอง แต่ช้ากว่าพระพรหมโมลี แม่กองบาลี ไปปีหนึ่ง เพราะปีกลายเจ้าคุณสุชาติท่านมาสร้างประวัติศาสตร์ไว้อย่างงดงาม ปีนี้ ท่านสุชาติ เสริมทีมให้แกร่งขึ้น ดึงแขนเพื่อนซี้ปี 19 "พระพรหมกวี" หรือท่านเจ้าคุณประกอบ วัดกัลยาณมิตร ให้บินมาดูงานด้วย คุยกันบนเครื่องมันสะดวกกว่าอยู่ใน กทม. ยังไม่พอ ปีกลายนั้นท่านสุชาติให้รองเลขามาทำงาน แต่ปีนี้ดึงตัวจริงลงสนาม นั่นคือ เจ้าคุณสมจินต์ เลขานุการแม่กองบาลี ซึ่งมีบทบาททั้งในวัดปากน้ำและ มจร. ถือว่าเป็นพระที่มีประวัติ "สะอาด" ที่สุดในสายวัดปากน้ำ ให้มาลงสนามแอลเอ ปูทางไว้ เผื่องานใหญ่ในวันข้างหน้า เพราะสถานการณ์การเมืองไทยในเวลานี้ "ไว้ใจไม่ได้" อะไรก็มีสิทธิ์เกิดขึ้นได้ทั้งสิ้น ดังนั้น ไปนอกดีกว่า !

 

 

สี่พรหมในสหรัฐอเมริกา

จากซ้ายไปขวา

พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม) วัดสามพระยา เจ้าคณะ กทม. กรรมการ มส.

พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) วัดปากน้ำ เจ้าคณะภาค 5 แม่กองบาลี กก.มส.

พระพรหมกวี (ประกอบ ธมฺมเสฏฺโฐ) วัดกัลยาณมิตร เจ้าคณะภาค 13

พระพรหมมุนี (สุชิน อคฺคชิโน) วัดราชบพิธ แม่กองธรรมสนามหลวง กก.มส.

 

เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่หอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม นายสมบัติ พิมพ์สอน รองโฆษก พศ.เปิดเผยภายหลังการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานในที่ประชุม ว่า

มส. มีมติอนุมัติให้พระมหาเถระ ประกอบด้วย พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ แม่กองบาลีสนามหลวง พระพรหมกวี (ประกอบ ธมฺมเสฎโฐ) ที่ปรึกษาแม่กองบาลีสนามหลวง พระศรีคัมภีรญาณ (สมจินต์ สมฺมาปญฺโญ) เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง เดินทางไปเปิดสอบบาลีสนามหลวงเป็นปีที่ 2 ตั้งแต่ประโยค 1-2 ถึงประโยค 5 ที่วัดไทยลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอเนีย สหรัฐอเมริกา วันที่ 30 พฤษภาคมถึง 1 มิถุนายน ทั้งนี้ มีผู้สมัครสอบ 94 รูป

 

 

ข่าว : มติชน : 21 เมษายน 2559


 

นำร่อง !

 

ดีเอสไอออกหมายจับ..อ๊อด 89

คนนำเข้ารถโบราณสมเด็จช่วง

หลังออกหมายเรียก 2 ครั้ง แต่เบี้ยว

ขณะที่ธัมมชโยส่งทนายขอเลื่อนเป็นครั้งที่ 2

 

ก็เป็นอะไรที่เรียกว่า "ทันกัน" ระหว่างดีเอสไอกับธรรมกายและทนายของวัดปากน้ำ เหมือนเล่นกันแบบ 2 ต่อ 1 เพราะพอดีเอสไอ "ขยับ" ออกหมายจับ "อ๊อด 89" ผู้นำเข้ารถโบราณสมเด็จช่วง เพราะออกหมายเรียก 2 ครั้งแล้วไม่ยอมมา ทางฝ่ายธรรมกายก็ส่งทนาย "ยื่นคำร้อง" ขอผัดผ่อนเป็นรอบที่ 2 ทั้งๆ ที่ครั้งแรกยังไม่ผ่านไปด้วยซ้ำ ขณะที่ "วัดปากน้ำ" ยังคงกุมสถานการณ์ "นิ่ง" ไม่ออกแสดงท่าทีใดๆ คงจะรอวัดใจว่าทางรัฐบาลจะเอายังไง ถ้าเล่นแรงถึงกับ "ออกหมายเรียกผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ก็อาจจะมีม็อบใหม่ใหญ่กว่าเดิม แต่ถ้าจะปล่อยไว้เช่นนี้ก็มีปัญหาแน่ เพราะดีเอสไอจะถูกฟ้องเสียเองว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กระทบไปถึง คสช.

ทางออกน่าจะมีเพียงทางเดียวเท่านั้น นั่นคือ ยุบเลิก พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และประกาศใช้ พรบ.คณะสงฆ์ฉบับใหม่ พ.ศ.2559 แทน เลขก็สวย ที่สำคัญก็คือ ได้ล้างหน้าไพ่มหาเถรสมาคม ซึ่งทางวัดปากน้ำอาศัยเป็นฐานกำลังได้เปรียบอยู่ในขณะนี้ เพราะถ้าสั่งยุบเลิก พรบ.2505 ก็จะส่งผลให้ "มหาเถรสมาคม" รวมทั้งตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช "สิ้นอำนาจ" ลงทันที เหมือนยุบสภา ทีนี้ จะเปิดให้มีการสรรหารัฐบาลคณะสงฆ์ใหม่ ด้วยวิธีการอย่างใดนั้น ก็จะเป็นอำนาจของรัฐบาลโดยเบ็ดเสร็จเด็ดขาด กรรมการมหาเถรสมาคมที่หมดอำนาจลง หากจะกลับเข้ามาอีก ก็ต้องรอ "กติกาใหม่" ส่วนว่าใครจะได้เข้ามาหรือไม่อย่างไร ก็ไม่แน่ เพราะอาจจะมีรายการ "ต้องห้าม" เหมือนนักการเมืองก็เป็นได้

ที่วิเคราะห์เช่นนี้ เพราะเห็นว่า ก่อนหน้านี้ ทางรัฐบาลยังคง "เกรงใจ" ในสายธรรมยุต จะยุบ มส. ลงก็ไม่กล้า แต่เวลานี้ สายธรรมยุต โดยเฉพาะ..วัดป่าหลวงตามบัว ก็ตัดเยื่อใยในรัฐบาลแล้ว ถึงกับประณาม "บิ๊กตู่" เป็นมหาโจร ระดับเดียวกับที่หลวงตาบัวเคยประณาม "ทักษิณ" เป็นเทวทัตมาแล้ว แล้วจะรออะไร จังหวะใครก็จังหวะมัน !

 

 

4 บิ๊กบุญ วันเกิดธัมมชโย

"มะรืนนี้-22 เมษายน" วันเกิดธัมมชโย ปีนี้จัดยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระดมพระเณรถึง 100,000 รู ให้มารับ "อภิมหาสังฆทาน" ที่วัดพระธรรมกาย วัดใจกันไปเลยว่าใหญ่กว่าใคร จับตาให้ดี จะมี "กก.มส." รูปไหนไปบ้าง เพราะงานตักบาตร AEC ที่อุบลนั้น ถูกข้อหา "เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ" ถูกทหารรื้อป้ายเละเทะ เลยโยกมาไว้ในงานวันเกิดแทน ยิ่งตำแหน่ง "สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์" เพิ่งว่างลง เป็นว่ามีใครหมายปองกันหลายคน ถ้ารองสมเด็จฯรูปไหนไปโผล่งานวันเกิดธัมมชโย ก็เตรียมตัว "รอรับม็อบ" ต้านเป็นสมเด็จฯ ได้เลย จะเอาธรรมกายหรือจะเอาสมเด็จ ?

 

 

Welcome ดีใจ๊ ดีใจ !

อ้า..ว่าแต่ท่านรองสมเด็จฯไม่มาเหรอ ?

 

 

ดีเอสไอออกหมายจับ 'อ๊อด89' ธัมมชโยเล็งเลื่อนทราบข้อหา


เมื่อวันที่ 20 เม.ย. 2559 ที่กระทรวงยุติธรรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมถึง พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ผ่านศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม กรณีพระธัมมชโยถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกเป็นผู้ต้องหาเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ฐานสมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันรับของโจร สืบเนื่องจากกรณีมีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคเงินจาก นายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ผู้ต้องหาคดียักยอกและฉ้อโกงทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ทั้งนี้ ศูนย์บริการร่วมได้ส่งคำร้องดังกล่าวไปยังสำนักงานรัฐมนตรียุติธรรม

นายสัมพันธ์กล่าวว่า ในคดีดังกล่าวตามกฎหมายอนุญาตให้เลื่อนรับทราบข้อกล่าวหาได้ 2 ครั้ง โดยก่อนหน้านี้มีการเลื่อนขอรับทราบข้อกล่าวหาออกไปแล้ว 1 ครั้ง โดยดีเอสไอกำหนดนัดรับทราบข้อหาอีกครั้ง ในวันที่ 25 เม.ย. อย่างไรก็ตาม ทีมทนายและพระธัมมชโยยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเข้าพบตามนัดในวันที่ 25 เม.ย.นี้ หรือขอเลื่อนนัดเป็นครั้งที่ 2 โดยทีมทนายจะประสานกับพนักงานสอบสวนอีกครั้ง ในวันศุกร์ที่ 22 เม.ย. นี้ ว่าจะรับทราบข้อกล่าวหาตามนัดหรือเลื่อนไปก่อน เนื่องจากตลอดทั้งเดือนพระธัมมชโยมีศาสนากิจล่วงหน้าจำนวนมาก นอกจากงานทำบุญวันเกิดแล้วยังมีการบรรพชาสามเณรซึ่งเป็นงานใหญ่ด้วย

พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากทีมทนายวัดพระธรรมกายว่าจะเข้ารับทราบข้อกล่าวหาตามนัดหรือไม่ คาดว่าในวันศุกร์ที่ 22 เม.ย. นี้ จะทราบความชัดเจน

ทั้งนี้ มีรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบรถเบนซ์โบราณของ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชร ะบุพนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับนายเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ หรือ อ๊อด เจ้าของ หจก. อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส (ประเทศไทย) ซึ่งเป็นผู้นำเข้ารถ หลังไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกถึง 2 ครั้ง โดยดีเอสไอได้ออกหมายจับในความผิดฐานเลี่ยงภาษีหรือพยายามหลีกเลี่ยงภาษีตาม พ.ร.บ.ศุลกากร อย่างไรก็ตาม จากการสืบสวนพบว่านายเกษมศักดิ์ยังไม่ได้หลบหนีออกนอกประเทศ

 

ข่าว : เดลินิวส์ : 21 เมษายน 2559


 

ช็อกวงการพระกรรมฐาน !

 

กลุ่มศิษย์หลวงตาบัวไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี

กรณีปิดสถานีวิทยุของหลวงตามหาบัว

ตั้งฉายา..มหาโจร !

 

อา..ดาวมฤตยูทับดวงเมือง เป็นเรื่องใหญ่ในรอบ 200 ปี โหราจารย์ท่านว่างั้น ใครไม่เชื่อ แถมจะลบหลู่ ก็ตามสบาย แต่ที่น่าสงสัยก็คือว่า ทำไม๊ทำไม จะต้องมาเกิดเหตุการณ์ที่เรียกว่า "สันนิบาต" มะรุมมะตุ้มกันในช่วงนี้ ช่วงที่รัฐบาล คสช. กำลังรณรงค์ให้มีการผ่าน "ประชามติ" รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อจะใช้ให้ทันการเลือกตั้งในปีหน้า 2560 !

ที่ว่ามะรุมมะตุ้มนั้นก็เพราะเห็นว่า เวลานี้ พระมหานิกายส่วนใหญ่ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งชูสมเด็จช่วงเป็นหัวหน้า และมีธรรมกายเป็นกองหนุน ต่างเทคะแนนให้แก่ "พรรคทักษิณ" ขณะที่แต่เดิมนั้น พระป่าสายหลวงตาบัว ได้ออกมาต่อต้านธรรมกาย ส่งผลให้ "ข้ออ้าง" ของรัฐบาล ในการเลื่อนสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชออกไปไม่มีกำหนดนั้น "ฟังขึ้น" เพราะพระป่าพูดย่อมมีน้ำหนักกว่าพระบ้าน

แต่ว่าพระป่าของหลวงตามหาบัว ก็ยังมีอะไรๆ ที่ไม่ลงตัวกับรัฐบาลนัก เช่น สถานีวิทยุ ล่าสุดก็เรื่องการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ตามดำริขององค์หลวงตามหาบัว ซึ่งถูกผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีสั่งระงับ ถึงกับมีการทำเรื่องกราบบังคมทูลเชื้อพระวงศ์กันเลยทีเดียว และแล้วฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดผึง ถึงกับกลุ่มศิษย์หลวงตามหาบัวออกแถลงการณ์ "ไม่ไว้วางใจ" นายกรัฐมนตรี ที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ มีอำนาจสูงสุดถึงระดับ "รัฏฐาธิปัตย์" เลยทีเดียว

 

 

เจ้าแม่ห้องกระจก #2

รัตนา ศิริพานิช

ผู้มีบารมีเหนือพระสายวัดป่าหลวงตามหาบัว

 

ในบรรดาลูกศิษย์ของหลวงตามหาบัวนั้น ที่ต้องรู้จักก็คือ "ศ.ดร.รัตนา ศิริพานิช" ผู้หญิงซึ่งมีบารมีเหนือลูกศิษย์สายวัดป่าบ้านตาดทั้งหมด ไม่เว้นแม้แต่พระอาจารย์สุดใจ เจ้าอาวาสวัดป่าบ้านตาดองค์ปัจจุบัน รัตนาว่าไง อาจารย์สุดใจก็ว่างั้น

อย่าลืมด้วยว่า รัฐบาลชวนนั้น ล้มเพราะหลวงตาบัวไม่เอาด้วย ตามด้วยรัฐบาลทักษิณ ซึ่งก่อกระแสพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยให้ใหญ่คับเมือง ก็เพราะ "สนธิ ลิ้มทองกุล" ลงทุนไปจัดรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ที่วัดป่าบ้านตาด ขนาดหลวงตาบัวยังประกาศ "ปกป้องสนธิ" จนสุดชีวิต และสุดท้ายก็..อวสานรัฐบาลแม้ว ไปเที่ยวยุโรปยังไม่กลับจนถึงวันนี้

การออกมาประกาศ "ไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี" ก็คือไม่ไว้วางใจรัฐบาล รวมทั้งคณะนายทหารในนาม คสช. ทั้งหมด ซึ่งมันยากมากที่จะยกกำลังเข้าปราบปรามพระสายวัดป่า ต่างจากสายธรรมกายซึ่งหัวหน้ามีคดีติดตัว งานนี้ถ้ามีเคลียร์ให้ดี ก็มีหวัง..พังเพราะหลวงตา !

การออกมาประกาศไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี ของศิษย์หลวงตามหาบัวในวันนี้ ถึงจะเป็นคนละกรณีกับพระมหานิกายและธรรมกาย แต่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ไม่เอากับรัฐบาลประยุทธ์ สุดท้ายก็คือ ต่อต้านรัฐบาลทหาร นั่นเอง ถือว่าเป็นข่าวดีในรอบปีทีเดียวเชียวล่ะ สำหรับ "ท่านธัมมชโย" ซึ่งกำลังจะจัดเบิร์ธเดย์ในวันมะรืนนี้ นิมนต์พระมาถึง 100,000 รูป ขาดก็แต่สายหลวงตามหาบัวเท่านั้น ที่ยังไม่ได้นิมนต์

อย่างไรก็ตาม การที่กลุ่มศิษย์ของหลวงตามหาบัวออกแอ๊กชั่น "อย่างแรง" ในครั้งนี้ ถือว่าเป็นกรณีประวัติศาสตร์ เหมือนการดับเครื่องชน ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมานั้น พระสงฆ์กับรัฐบาลมักจะไม่ขัดแย้งกัน เพราะคงไม่มีใครกล้าขัดรัฐบาล แต่ครั้งนี้นับว่าแปลก พระวัดป่าฉันดีปลีมากระมัง ขนาดว่าหลวงตาบัวไม่อยู่แล้ว ยังเล่นกันแรงขนาดนี้ มันต้องมีอะไรซักอย่างที่เหลืออด !

ก็คงเหลือเพียงสายเดียวในประเทศไทยที่ไม่ยุ่งการเมือง นั่นคือ สายหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง ยังคงเป็นวัดป่าอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แบบว่าไปเรื่อยๆ ไม่ติดไม่ขัดไม่แย้งกับใคร พระธรรมวินัยยังคงเป็น "เขื่อนกั้น" อันสำคัญ ระหว่างวัดกับบ้าน ไม่จำเป็นต้องออกมาบิณฑบาตหาเงินทองช่วยชาติ ไม่ต้องส่งอาหารไปเลี้ยงพระในภาคใต้ เลี้ยงเฉพาะตัวเองให้พอเหมาะพอดี ไม่ต้องสร้างอภิมหาบารมีจนใหญ่คับบ้านคับเมือง ถือว่าเป็นวิถีพุทธที่ธรรมดา แต่ว่าน่าสนใจ ต่อไปสังคมไทยอาจจะหันมาให้ความสนใจในแนวทางนี้ มีพระแบบหลวงพ่อชา แบบว่ามีแล้วสบายใจ เพราะไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อใคร !

 




 

ที่มา : เว็บไซต์หลวงตาดอทคอม : 20 เมษายน 2559


 

พันทิปปิดกระทู้คึกฤทธิ์ !

 

อ้าง..มีผู้ถูกใส่ความหรือหมิ่นประมาท

ชี้โพลง..หากจะฟ้องก็ฟ้องคนโพสต์หรือเว็บนั้นโดยตรง

 

อืม ! นี่คือสิ่งที่เรียกว่า "จิตวิญญาณสื่อ" ซึ่งหายไปจากสังคมไทยเรื่อยๆ ไม่มีใครกล้าพิสูจน์ความจริงให้สังคมได้รับรู้ เมื่อสื่อขลาดกลัว แล้วประชาชนทั่วไปจะมีใครกล้า พระคึกฤทธิ์นั้น ถือได้ว่าเป็น "บุคคลสาธารณะ" อยู่วัดซึ่งเป็นของประชาชน กินข้าวประชาชนทุกมื้อ ไม่เว้นแม้แต่เสื้อผ้าอาหาร แล้วถามว่า "สังคมพุทธตรวจสอบไม่ได้หรือไง" ก็ขนาดผู้เสียหายเขายังกล้า "แสดงตัวตน" มิใช่เรื่องของใครไปรับจ็อบใครซักหน่อย ความจริงแล้ว เรื่องนี้ ทางอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ก็ได้รับข้อมูลและเห็นเฟสบุ๊คมานานเป็นปีแล้ว แต่เห็นว่า "ไม่มีการเปิดชื่อ-เผยตัว" จึงไม่ได้นำมาเสนอ แต่หลังสุด เมื่อเห็นว่า ทางฝ่ายผู้เสียหาย ได้เปิดหน้าออกมาเต็มตัว ถือว่ามีโจทก์อย่างชัดเจน พระคึกฤทธิ์ ตกเป็น "จำเลย" ทางสังคมแล้ว นั่นจึงเป็นเหตุผลที่เราเห็นว่า "เหมาะสม" จึงนำเสนอ ที่กล่าวเช่นนี้ก็ไม่มีอะไร พันทิปย่อมจะมีสิทธิที่จะ "เสนอ" หรือไม่ แต่บอกได้คำเดียวว่า "เสียดาย" เว็บไซต์อันดับหนึ่งของประเทศไทย จะต้องสูญเสียความเชื่อถือจาก..สังคมไทย

 

 

คำประกาศจากคุณสิรีรัศมิ์ หรืออ้อย

พร้อมจะเปิดหน้าเพื่อพิสูจน์สัจจะกับพระคึกฤทธิ์

 


 

จากการเข้าไปในเว็บไซต์พันทิปครั้งล่าสุด พบว่ากระทู้ที่ชื่อ "แล้วก็ถึงวันนี้ของพระคึกฤทธิ์ อลัชชีที่แอบอ้างพุทธพจน์ ตามกฎแห่งกรรม" กระทู้ที่ 35052774 ไดถูกปิดลง ตามข้อความข้างต้น โดยทางเว็บไซต์ได้อ้างเหตุผลว่า "กระทู้นี้ถูกลบเนื่องจากมีผู้ถูกใส่ความหรือถูกหมิ่นประมาท" อย่างไรก็ตาม อีกประทู้หนึ่งซึ่งเป็นเรื่องเดียวกัน ชื่อว่า "ถ้าเรื่องที่คุณอ้อยเอามาเปิดเผยนั้นไม่จริง ฝ่ายคึกฤทธิ์ควรต้องออกแถลงการณ์ตอบโต้และฟ้องกลับ" ยังคงเปิดให้แสดงความคิดเห็นได้อยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะถูกปิดตามกระทู้แรกไปด้วยหรือไม่

 

ที่มา : พันทิป : 20 เมษายน 2559


 

โรงแตก !

 

อ้อยฉายหนังพุทธวจน ม้วน #4

มีฉาก XXX จากห้องงานพระอาจารย์คึกฤทธิ์

คึกสุดๆ ฉายสดๆ ยิ่งกว่าหนังกลางแปลง

 

โอ..แบบนี้เห็นทีบรรดา "สาวก" ของคึกฤทธิ์ จะต้องวางหนังสือพุทธวจนกันชั่วคราว แล้วหันมาดูลีลาพระอาจารย์คึกกันหมด เพราะมีฉาก "พระ-นาง" มาฉายคั่นเวลา ไคลแม๊กซ์ของเรื่องนั้นอยู่ตรงที่มี "ของดี" ของคึกฤทธิ์ โชว์อย่างอล่างฉ่างด้วย ทุกคนอยากจะรู้ว่า "กึ๋น" ของคึกฤทธิ์นั้นขนาดไหน ใครไม่ดูก็ถือว่าไม่ใช่ศิษย์พุทธวจน !

 

 

เรื่องในห้องงานทำ ฉากที่ 4

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คแฉไลน์ฉาวคึกฤทธิ์ : 19 เมษายน 2559


 

เปิดหน้า-สีกาอ้อย !

 

คนวัดความดันคึกฤทธิ์

เล่าเป็นฉากๆ ระดับซีรี่ย์เกาหลียังอาย

เตือนสาวกคึกฤทธิ์คิดก่อนอ่าน

เรต 18+

 

 

อา..สงสัย "พุทธวจน" จะต้องไป..วัดปากน้ำ อีกรอบหนึ่งแล้ว หลังจากครั้งก่อน ร้อนอกร้อนใจ กลัวถูกคณะสงฆ์ไทย "ไสหัว" เหมือนโพธิรักษ์ ศาสดาคึกฤทธิ์ถึงกับยอม "ก้มหัว" เข้าวัดปากน้ำ สลัดคราบศาสดาทิ้งอย่างไม่อายใคร วันนี้ เจ้าของไลน์ เปิดเผยตัวตนและเรื่องราวอย่างโจ่งแจ้ง แถมท้าทายให้ "ฟ้อง" เพื่อพิสูจน์สัจจะ ถามว่า "เจ้าของพุทธวจน" จะกล้าไหม ?

 

 

 

พุทธวจน หนึ่งเดียวเท่านั้น นอกนั้นไม่ใช่

 

 

ภาพที่หลุดออกมาชุดแรก ทางผู้แฉนั้น "กล้าๆ กลัวๆ" กลัวโดนฟ้อง เลยทำการ "Hide" ปิดหน้าสีกาไว้ แต่สุดท้าย "เจ้าของภาพ" ก็ทำพิธีเปิดด้วยตัวเอง ทั้งรูปทั้งชื่อเสียงเรียงนาม ถามว่า คึกฤทธิ์รู้จัก "สีกาอ้อย" หรือไม่ ?

 

 

เปิดแล้วค่ะ เปิดพุทธวจนที่ถูกคึกฤทธิ์ปิด

 

 

 

ไปวัดครั้งแรก กลับออกมาได้ 15 นาที มีไลน์ตาม

ใครเอ่ย ไม่เคยรู้จัก ?

 

 

ท่านเมตตาให้รับใช้ใกล้ชิด วัดทั้งความดันโลหิตและความดันทุรัง

 

ใกล้ชิด-ชิดใกล้

 

 

 

พิมพ์ไม่ค่อยเก่ง โทรคุยดีกว่านะ

 

 

วันเกิดโยมอ้อยอาจารย์ก็รู้นะ ใช่รู้แต่พุทธวจนอย่างเดียว !

 

 

ใครก็วัดความดันพระอาจารย์ได้ไม่เหมือนอ้อย

ขนาดพระอาจารย์ยังต้องขอวัดตั้ง 3 รอบเลย

 

 

 

ดูสิ ดันขึ้นหูขึ้นตาเลย

 

 

 


 

คนเยอะ ไม่สะดวก วันหลังมาคุยที่ห้องงานธรรมนะ มีงานให้ทำ

 

 

 

ลูกเล่นแพรวพราว

 

 

 

สีกาอ้อยเผยตัว เผยพฤติกรรมของ..คึกฤทธิ์ แห่งพุทธวจน

ถ้าไม่จริงก็ขอให้..มีอันเป็นไป

 

เรื่องในห้องงานทำ ฉากที่ 1

 

 

เรื่องในห้องงานทำ ฉากที่ 2

 

 

 

เรื่องในห้องงานทำ ฉากที่ 3

 

 

 

 

คำถามจากสีกาอ้อย

 

 

 

เหตุผลที่ต้องแสดงตัว

 


ปิดท้าย..กล้าท้าพิสูจน์

แต่ถามว่า คึกฤทธิ์ กล้าหรือไม่ ?

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คแฉไลน์ฉาวคึกฤทธิ์ : 18 เมษายน 2559

 

 

 

 

 

จดหมายผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย "ปาราชิก" ธัมมชโย

กดที่ภาพเพื่อชม

 

ข่าวเจ้าคุณเสนาะมรณภาพ

 


 

 

กดที่ภาพเพื่อชม

 

 

 

อ่านข่าวเก่า ที่เคยนำเสนอใน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

2549 : 2550 : 2551 : 2552 : 2553 : 2554 : 2555 : 2556 : 2557 : 2558 : 2559

 

 

 

 

 

 

มุมมองของพระมหานรินทร์

 


ของฝากจากอินเดีย

พระประธานบนชั้นสองของพระมหาเจดีย์พุทธคยา

 

 

 

ไหว้สาครูบากุศล

 


 

90 ปี หลวงพ่อพระราชภาวนาวิมล

เจ้าอาวาสวัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ประธานองค์กรพระธรรมทูตไทยในสหราชอาณาจักร

 

 

AND MORE.. กดตรงนี้เพื่ออ่านบทความอื่นๆ

 

นานาสาระจากอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

 

กดที่ภาพเพื่อเข้าชมนานาสาระ จาก อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

 

 

 

 

You Are Visitor No.-

 

drupal stats

Since : February 20, 2009

 

 

เรายินดีน้อมรับความเห็นและคำแนะนำจากทุกท่าน

EDITER : PEESANG2555@HOTMAIL.COM

 


ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DR. LAS VEGAS NV 89121 U.S.A. 702-384-2264